ล้วงลึก! Google Ads ทำไมยังได้ผลดี ทั้งที่ Facebook Ads มาแรง | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




ล้วงลึก! Google Ads ทำไมยังได้ผลดี ทั้งที่ Facebook Ads มาแรง

ล้วงลึก! Google Ads ทำไมยังได้ผลดี ทั้งที่ Facebook Ads มาแรง

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2021-05-14 16:39:16

เปิดข้อแตกต่าง แยกชัดๆ ให้จบในที่เดียว
ในศึกยักษ์ชนยักษ์สำหรับวงการทำ Ads
ทั้งสองช่องทางนี้ แตกต่างกันอย่างไร?
ทำไม Facebook ยังไม่สามารถเอาชนะ Google ได้สักที
มาดูกัน…
.
-----------------------------------------------------------------
.
เหตุผลที่เราต้องเอาเรื่องนี้มาบอกคุณ เป็นเพราะปัจจุบันคนไทยใช้เฟซบุ๊กสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลายคนเล่นเฟซบุ๊ทุกวัน และนิยมทำโฆษณาบนเฟซบุ๊ก
ซึ่งเรายืนยันว่า โฆษณาบนเฟซบุ๊กเองก็มีประสิทธิภาดีไม่น้อย
แต่ทำไมเราถึงไม่ควรละเลยช่องทาง Google?
มาดูเหตุผลกัน...
.
.
1.คนไทยใช้ Google มากเป็นอันดับ 1
.
หลายคนเข้าเฟซบุ๊กทุกวัน และมีอะไรที่น่าตื่นเต้นอยู่บนนั้นเสมอ เช่น คอนเทนต์ที่เราชื่นชอบ ข่าวสารที่น่าสนใจ แต่ที่จริง Google ก็อยู่ในชีวิตประจำวันของพวกเราเช่นกัน
แต่รู้หรือไม่ว่า นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา Google กลายเป็นเว็บไซต์ที่คนเข้ามากที่สุดในโลก รวมทั้งมากที่สุดในไทยด้วย โดยที่เฟซบุ๊กยังไม่เคยได้มีโอกาสแซงขึ้นเป็นที่ 1 ได้เลย
ปัจจุบันคนไทยใช้ Google มากที่สุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็น Youtube และ Facebook ตามลำดับ
ดังนั้นเมื่อดูจำนวนการใช้งานแล้ว Google ยังถือเป็นช่องทางอมตะ ที่ธุรกิจสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพทีเดียว
.
.
2. ตั้งใจหาอะไร ก็จะเจอโฆษณานั้น
.
ข้อนี้เป็นข้อที่จะทำให้เห็นความแตกต่างของโฆษณาของสองแพลตฟอร์มนี้ได้ชัดเจน
รูปแบบโฆษณาของ Google ที่ได้รับความนิยมที่สุดชนิดหนึ่งคือ “Search Ads” หรือโฆษณาผ่านที่แสดงผลเมื่อคุณเข้าค้นหาบนกูเกิ้ล
เพราะโฆษณาชนิดนี้ คือ “เมื่อคุณตั้งใจค้นหาสินค้าอะไร โฆษณาสินค้านั้นก็จะปรากฏขึ้นมาทันที” ยกตัวอย่าง ถ้าคุณตั้งใจค้นหา “กีตาร์มือสอง” โฆษณาเกี่ยวกับกีตาร์มือสอง ก็จะโผล่ขึ้นมาติดในหน้าแรกทันที
ซึ่ง Google เองก็แฟร์ เพราะถ้าไม่คลิกโฆษณา เจ้าของโฆษณาก็ไม่ต้องเสียเงิน โดยจะเสียเงินเมื่อต่อเมื่อมีคนคลิกเข้ามาเท่านั้น
ส่วนของเฟซบุ๊ก จะใช้ลักษณะ “นำเสนอสินค้า”
คุณเคยเล่นๆเฟซบุ๊กอยู่ แล้วเจอโฆษณาโผล่ขึ้นมาระหว่างดูคอนเทนต์ไหม? นั่นแหละ ที่เรียกว่าเป็นการนำเสนอสินค้า ซึ่งสินค้าจะถูกนำเสนอขึ้นมาบนหน้าฟีดระหว่างที่คุณกำลังเลื่อนๆดูเฟซบุ๊ก
ทำให้ในหลายธุรกิจ จำเป็นต้องพึ่งพาโฆษณา Google เท่านั้น เช่น ธุรกิจ บริการซ่อมรถด่วน
ถ้ารถเสียกระทัน จะรอเลื่อนฟีดโฆษณาบนเฟซบุ๊ก ก็คงไม่เจอบริการซ่อมรถ ธุรกิจแบบนี้จึงนิยมใช้ Google Search Ads
ดังนั้นนี่คือความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดข้อหนึ่ง
.
.
3.วัตถุประสงค์การตลาดของ Google มีหลากหลาย
.
ไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Google ก่อนทำโฆษณาต้องเลือกวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน
Facebook จะมีให้เลือก Awareness Consideration และ Conversion ส่วน Google สามารถเลือกได้เหมือนเฟซบุ๊ก แต่จะแยกแคมเปญโฆษณาสำหรับการขาย และจะมีรายละเอียดที่ลึก
ยกตัวอย่างโฆษณาแบบ Awareness หรือการสร้างความรับรู้ในแบรนด์ Google จะมีให้เลือกปลีกย่อยไปอีก 2 แบบ คือ
รับรู้แบรนด์ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ หรือรับรู้แบรนด์เพื่อกระตุ้นความสนใจในแบรนด์
ข้อเสียคือ คนทำโฆษณาบน Google อาจต้องปวดหัวสักหน่อยว่าจะเลือกตัวไหนดี เพราะมีรายละเอียดเยอะ ส่วนของ Facebook ก็จะเลือกได้ง่ายกว่า แต่ของ Google แม้จะมีขั้นตอนที่ยากสำหรับมือใหม่ แต่ก็ถือว่าครบถ้วน
ซึ่งถ้าเลือกถูก ก็จะถือว่าตอบโจทย์วัตถุประสงค์ได้หลากหลาย
.
.
4.โฆษณาบน Google มีหลายประเภท
.
รู้หรือไม่ว่าจะทำโฆษณาบน Youtube ก็ต้องทำผ่าน Google
จากข้อมูลในข้อ 1 ที่บอกว่าคนไทยเข้ากูเกิ้ลเยอะสุดเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นยูทูป ทำให้คุณสามารถทำโฆษณาได้ทั้งสองช่องทางนี้ที่มีคนเข้ามากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 ของไทย
ซึ่งโฆษณาบน Youtube ก็มีให้เลือกหลายแบบทั้งวิดีโอ โฆษณาแบบภาพแบนเนอร์ หรือโฆษณาแบบภาพชุด
รวมถึงกูเกิ้ลก็มีโฆษณาแบบ GDN ที่เป็นแบนเนอร์แสดงผลได้ในหลายล้านเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตร หรือโฆษณาที่แสดงผลในแอปพลิเคชั่นต่างๆ รวมถึงโฆษณาบน Gmail เป็นอีเมลที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก ก็กำลังตามมาติดๆ
ส่วนเฟซบุ๊กเองก็ไม่น้อยหน้า เพราะนอกจากทำโฆษณาบนเฟซบุ๊กได้แล้ว ยังสามารถทำบน Instragram (IG) ได้ด้วยเช่นกัน
ข้อนี้ก็อยู่ที่ว่าธุรกิจไหน จะจับฐานลูกค้าจากแพลตฟอร์มใด
และข้อนี้กลายเป็นข้อสำคัญที่ทำให้ Google ยังแข็งแกร็งกว่าที่เราคิด ด้วยประเภทของโฆษณาที่มีเยอะ และหลากหลาย
.
.
5. Google คาดการณ์ ทิศทางตลาดได้แม่นยำ
.
ในโลกนี้หลายคนยอมรับว่า Machine Learning ของ Google ได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนาน และมีความฉลาดหลักแหลมมาก
ซึ่งในหลายปีมานี้ Google เน้นไปที่เรื่อง Data Driven หรือการนำข้อมูลจำนวนมหาศาลมาช่วยทำให้โฆษณามีความแม่นยำตรงกลุ่มเป้าหมายขึ้น
ถ้าใครทำแคมเปญโฆษณาของ Google ก็จะมีการ Forecast หรือการคาดการณ์ทิศทางของตลาด ให้คุณได้พิจารณาว่า ค่าใช้จ่ายทางการโฆษณาน่าจะตกอยู่ที่ประมาณเท่าใด
ยกตัวอย่าง
Google จะเก็บสถิติทุกปี ว่าคนไทยค้นหาสินค้าชนิดใดมากที่สุดในช่วงสงกรานต์ เก็บข้อมูลของหลายๆปีมาไว้รวมกัน จนรู้ได้ว่า ราคาคีย์เวิร์ดเฉลี่ยในการซื้อโฆษณาในช่วงนั้น ของสินค้าประเภทนั้นๆ น่าจะตกอยู่ที่เท่าใด ซึ่งก็คำนวณออกมาได้แม่นยำในระดับหนึ่ง
ทำให้ผู้ที่จะทำโฆษณาสามารถวิเคราะห์ วางแผนงบได้มีประสิทธิภาพในระดับหนึ่งเลย
ข้อนี้ถือเป็นหมัดเด็ดหนึ่งของ Google
ที่แม้ Facebook จะมาแรง แต่ก็ยังไม่แซงโค้งซะทีเดียว
----------------------------------------------------
เราขอย้ำว่า Facebook เองไม่ใช่ช่องทางที่ทำโฆษณาแล้วไม่ได้ผล ประสิทธิภาพบน Facebook ก็ดีไม่ใช่น้อยเช่นกัน
หลายอย่างก็สูสีกับ Google
แต่ช่องทางการตลาดออนไลน์ก็ไม่ได้มีแค่ช่องทางเดียว
และช่องทาง Google เองก็เป็นช่องทางอันดับ 1 อมตะที่คนใช้ตลอด และเป็นทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
ดังนั้นหากคุณรู้จักใช้ช่องทางให้หลากหลาย หรือเลือกช่องทางที่เหมาะสม ธุรกิจคุณก็สามารถไปต่อในโลกออนไลน์ได้สบายแน่นอน
-----------------------------------------------------
ITOPPLUS พันธมิตรระดับพรีเมียร์ของกูเกิ้ล
(Google Premier Partner)
.
ทีมงานเราสามารถทำโฆษณาบน Google ด้วยหลัก Best Practices หรือหลักการทำโฆษณาที่ดีที่สุดของ Google
.
ติดต่อ/ปรึกษา ITOPPLUS ก่อนได้เลย
ผู้มีประสบการณ์มาแล้วกว่า 30,000 ธุรกิจไทย








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ