รวมวิธี ทำให้ Google รู้จักธุรกิจคุณ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




รวมวิธี ทำให้ Google รู้จักธุรกิจคุณ

รวมวิธี ทำให้ Google รู้จักธุรกิจคุณ

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-12-18 18:16:10

Google ไม่ได้รู้ไปหมด!

เราจึงต้องมีวิธีบอก Google ให้รู้ว่า มีธุรกิจคุณอยู่

เพื่อให้คนเข้ามาค้นหามีโอกาสเจอธุรกิจคุณ

หากไม่มีพื้นฐานก็อ่านได้
แล้วต้องทำอะไรบ้าง?

มาดูกัน…
.
-----------------------------------------------

ก่อนอื่นต้องบอกว่า คุณต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองก่อน
เพราะคนใช้งาน Google ก็เพื่อค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์นั่นเอง

และต้องเริ่มตั้งแต่วางโครงสร้างเว็บไซต์ให้ดี ใช้งานง่าย โหลดเร็ว มีหมวดหมู่ชัดเจน ฯลฯ จากนั้นคุณจะได้เริ่มทำวิธีที่เราบอกได้เลย
.
.
<<< 1.Google My Business >>>
.
ข้อนี้เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้านอย่างยิ่ง
เพราะเมื่อมีคนค้นหาชื่อธุรกิจคุณ ข้อมูลธุรกิจคุณจะปรากฏขึ้นด้านขวาของหน้าการค้นหาบน Google

เช่น ที่อยู่, เวลาเปิด-ปิด, เบอร์โทร, ช่องทางติดต่ออื่นๆ อย่าง ไลน์ เฟซบุ๊ก ก็ใส่ไปได้ และยังมีสินค้าโชว์ควบคู่ไปด้วย กดเข้าไปจะพาไปที่หน้าข้อมูล/สั่งซื้อ บนเว็บเราได้ทันที

ทีเด็ดของ Google My Business คือ ปักหมุดบนแผนที่ Google ถ้าลูกค้าจะเดินทางไปร้าน เพียงกดที่แผนที่ ระบบจะนำทางไปร้านให้อัตโนมัติ ขับรถไปก็ไม่ต้องดูป้ายบอกทางอีกต่อไป

ถ้าคุณอยากมีข้อมูลธุรกิจบน Google My Business คุณต้องส่งข้อมูลให้ Google จากนั้นต้องให้ Google ประสานงานส่งจดหมายยืนยัน และทำตามขั้นตอนจากข้อมูลบนจดหมายต่อไป
.
<< หัวใจของข้อนี้ คือ >>
.
- 1. ความถูกต้องของข้อมูล - ต้องลงข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน ไม่เช่นนั้น อาจทำให้ลูกค้าสับสน และ Google ก็จะสับสนด้วย

- 2.อัปเดทข้อมูลเสมอ - ต้องอัปเดทข้อมูลบน Google Post ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Google My Business เสมอ ถ้าไม่อัปเดทโอกาสหลุดจากการแสดงผลก็เกิดขึ้นได้

- 3.ปักหมุดให้ถูก - การปักหมุด ต้องพิจารณารายละเอียดของแผนที่ให้ดีเลยทีเดียว ไม่เช่นนั้นลูกค้าไปหาจะไม่เจอ เหมือนจะเรื่องเล็ก แต่เกิดขึ้นบ่อยมาก
.
-----------------------------------------------
.
.
<<< 2.ทำ SEO >>>
.
SEO คือ การติดอันดับหน้าค้นหาบน Google โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

แต่ที่คุณต้องตระหนักเสมอ คือการค้นหาบน Google ครั้งหนึ่ง จะมีจำนวนหน้าบน Google มีเพียง 10-20 หน้า และยังมีวิจัยว่า คน 90% ดูข้อมูลเฉพาะหน้าแรกเท่านั้นด้วย

แม้การติดอันดับหน้าแรกด้วยวิธีนี้จะยากมากๆ แต่ข้อนี้ถ้าใครทำได้ดี จะทำให้ติดหน้าแรกได้เพิ่มโอกาสได้มากทีเดียว

ทำให้ศึกการทำ SEO ทั่วโลกเป็นไปอย่างหนักหน่วงมาก หลายบริษัทมักจะลงทุนในวิธีนี้ แต่ผลลัพธ์ต้องรออย่างน้อย 4 เดือน - 1 ปี ถึงจะรู้ผลลัพธ์ว่าสำเร็จหรือไม่

Google จะส่งบอทมาตรวจเว็บคุณแล้วดูว่า เว็บคุณเหมาะสมจะติดผลการค้นหาหรือไม่

เช่น มีคนเข้าเว็บคุณเยอะไหม เนื้อหาคุณตรงกับความต้องการของคนที่ค้นหาหรือไม่ ซึ่งก็ยังมีปัจจัยที่บางครั้งก็เป็นเชิงเทคนิคพอสมควร อย่างเรื่องของการจัดวางโครงสร้างเว็บ การจัดการเนื้อหาบนเว็บ การจัดการลิงค์
.
<< หัวใจของเรื่องนี้ คือ >>
.
- 1.เนื้อหาบนเว็บไซต์ - ต้องทำให้เนื้อหาเว็บมีคีย์เวิร์ดที่ตรงกับธุรกิจคุณ เช่น เป็นร้านเคสมือถือ ก็ต้องวางเนื้อหาให้มีคำที่เกี่ยวสินค้านี้บนเว็บ

- 2.คุณภาพเว็บไซต์ - SEO มีคะแนนคุณภาพเหมือน Search Ads คือต้องทำให้เว็บไซต์ดี มีคุณภาพ โหลดเร็ว จะทำให้คะแนนสูง ติดอันดับได้สะดวกขึ้น

- 3.อัปเดทเว็บไซต์ - Google อยากให้คนค้นหาข้อมูล ได้ข้อมูลที่ไม่ล้าสมัย การอัปเดทเว็บไซต์ จึงช่วยทำให้ติดอันดับได้ง่ายขึ้น

แต่เรื่อง SEO เราต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า วิธีการมีมากมายจริงๆ หัวใจในการทำของแต่ละคนอาจแตกต่างกันบ้าง เรื่องนี้ใครจะทำต้องศึกษาให้ดี
.
-----------------------------------------------
.
.
<<< 3.ทำ Google Search Ads >>>
.
วิธีนี้ ก็คือการทำโฆษณา โฆษณาจะปรากฏบนโฆษณาที่ฝังลิงค์เชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์คุณ

โดยโฆษณาจะแสดงผลในหน้าแรกบน Google ซึ่งถ้าทำถูกวิธี จะติดอันดับสูงๆ บนหน้าแรกได้ไม่ยากเลย

แต่ถ้าทำผิดวิธีจะกลายเป็นเรื่องน่ายุ่งยากเลยทีเดียว เพราะมีเรื่องการจัดการคีย์เวิร์ด และเรื่องการกีดกันคีย์เวิร์ดที่ไม่เกี่ยวออกจากแคมเปญโฆษณาด้วย

ส่วนใครที่กังวลเรื่องเสียเงิน บอกเลยว่า ไม่ต้องห่วง
เพราะถ้าไม่มีคนคลิกโฆษณาคุณ ก็ไม่ต้องเสียเงิน
เป็นการจ่ายเงินแบบ Pay Per Click (CPC) จ่ายเมื่อมีคนคลิกเท่านั้น และแสดงผลได้รวดเร็วทันทีเมื่อโฆษณาได้รับการอนุมัติจาก Google

ถ้าอยากติดอันดับดีๆ ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอย่างเดียว
เพราะ Google มีสิ่งที่เรียกว่า “คะแนนคุณภาพ” ให้กับโฆษณาคุณ
.
<< หัวใจของเรื่องนี้ คือ >>
.
- 1.คีย์เวิร์ด (คำค้นหา): โฆษณาแบบนี้ เราต้องคิดเสมอว่า ลูกค้าต้องพิมพ์ค้นหาคำว่าอะไร ถึงจะมาเจอโฆษณาเรา จึงต้องกำหนดคีย์เวิร์ดเอาไว้ให้รอบคอบ

- 2.เว็บไซต์: การทำเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย เป็นระเบียบ โหลดให้เร็ว สำคัญมาก เพราะส่งผลต่อคะแนนคุณภาพของโฆษณาคุณ

- 3.จัดการงบประมาณ: เพื่อควบคุมทิศทางโฆษณาของคุณ โดยกำหนดพื้นที่ และเวลาการทำโฆษณาได้ เพื่อกำหนดกลุ่มเป้าหมาย และคุมงบประมาณได้
.
-----------------------------------------------
.
.
4.Google Shopping Ads
.
โฆษณาในลักษณะนี้ จะโชว์อยู่บนหน้าแรกของ Google
โดยโฆษณาจะโชว์เป็นรูปสินค้าคุณ พร้อมราคา ทีเด็ดคือตำแหน่งโฆษณาจะอยู่ด้านบนสุด หรือด้านขวา ของหน้าแรก

โดยโฆษณาจะโชว์เป็นรูปสินค้าคุณ พร้อมราคา กดไปที่โฆษณาจะเชื่อมไปหน้าสั่งซื้อสินค้าในเว็บคุณได้ทันที

ข้อนี้อาจไม่ต้องใช้เทคนิคมากมายเหมือน Search Ads, SEO เพราะไม่ต้องใช้คีย์เวิร์ด แต่ถ้าคุณเลือกทำโฆษณาแบบนี้ คำอธิบายสินค้า รูปสินค้า รวมถึงเว็บไซต์ที่ใช้สั่งซื้อมีความสำคัญพอสมควร

เพียงแค่มีเว็บไซต์แบบ E-Commerce ที่สั่งซื้อออนไลน์ได้ แล้วใช้งาน Merchant Center ระบบของ Google จะตรวจสอบ และดึงสินค้าคุณมาแสดงให้อัตโนมัติ
.
<< หัวใจสำคัญเรื่องนี้ คือ >>
.
- 1.Title, Description : หรือเรียกว่า หัวเรื่องชื่อสินค้า ข้อนี้ต้องใส่ให้ครบ แต่ระวังไม่ให้สั้นหรือยาวไป Google

- 2.อัปเดทสินค้าเสมอ: คลังสินค้า Shopping Ads เรียกว่าฟีด เราควรเข้าไปอัปเดทหรือเช็คทุกๆ 30 วัน
.
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

4 ข้อนี้ เป็นพื้นฐานที่ทำให้ Google รู้จัก ที่คุณควรรู้ติดตัว

แต่ถ้าจะทำให้มีคุณภาพไปอีก ต้องมีตัวช่วย
เราขอแนะนำเครื่องมือประกอบอีก 2 ตัวที่ควรติดตั้งเอาไว้ ดังนี้…
.
- Google Search Console
.
เครื่องมือนี้ จะช่วยตรวจสอบเว็บไซต์คุณ ว่ามีปัญหาอะไรในการแสดงผล เช่น มีบางลิงค์ที่อาจจะพบปัญหา เราก็ขอให้บอทของ Google มาตรวจ เพื่อให้แน่ใจว่าลิงค์นั้นใช้งานได้ และแสดงผลได้บน Google

ในข้อนี้ อย่าลืมเช็ค Mobile Usability เพราะมันบอกได้ถึงขนาดว่า เว็บไซต์คุณแสดงผลบนมือถือดีไหม ตัวหนังสือเล็กไปไหม เป็นต้น เพราะปีหน้า Google จะนับเรื่องการแสดงผลบนมือถือมาเป็นปัจจัยการทำ SEO, SEM ด้วย
.
- Google Analytics
.
เครื่องมือนี้ จะช่วยทำให้รู้ว่าคนเข้าเว็บเรา อยู่หน้าเว็บส่วนไหนนานๆ หรือออกเว็บจากตอนไหน เพื่อปรับปรุงคุณภาพของเว็บไซต์

ถ้าอยากรู้ว่า คนเข้าเว็บเราจากช่องทางไหน เช่น เข้ามาจากโฆษณา หรือแบบ Organics (SEO) ดูจากมือถือหรืออุปกรณ์ใด เราก็ใช้ข้อมูลนี้วัดผลดูได้เลย จะได้มีข้อมูลไปพัฒนาช่องทางนั้นๆ








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ