แชร์ประสบการณ์ คืนทุน 5เท่า! จากการยิงโฆษณา Facebook | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




แชร์ประสบการณ์ คืนทุน 5เท่า! จากการยิงโฆษณา Facebook

แชร์ประสบการณ์ คืนทุน 5เท่า! จากการยิงโฆษณา Facebook

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-12-18 18:08:59

เรื่องจริง จากคนทำงานจริง

เราจะมาแชร์ประสบการณ์ทำโฆษณาเฟซบุ๊กคืนทุน 5 เท่า!!

ธุรกิจที่เราจะพูดถึงเปิดร้าน “รองเท้าเพื่อสุขภาพ”
ชื่อว่า Bernie Mev Thailand

เราจะเล่าในฉบับเข้าใจง่าย
ยาวหน่อยแต่มีประโยชน์

มาดูกัน…

-------------------------------------------

สำหรับวิธีการนั้น ขออธิบายจากง่าย ไปจนถึงขั้นสูง...
.
.
1.รู้จักธุรกิจ/สินค้า ตัวเองก่อน
.
ธุรกิจรองเท้า ในไทยเองธุรกิจรองเท้ามีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาท และส่วนแบ่งตลาดของรองเท้าแต่ประเภทไม่เท่ากันเลย เอาแค่รองเท้าบางประเภทกินส่วนแบ่งตลาดไปถึง 35% แล้ว

ลูกค้าของเรา ก็มีรองเท้าแฟชั่นหลายประเภท แต่การมาเลือกจับรองเท้าเพื่อสุขภาพ เพราะจับกระแสได้ว่า คนใส่ใจกับสุขภาพ ในทุกมิติ ตั้งแต่หัวจรดเท้า

ลูกค้าเราท่านนี้จึงนำแบรนด์ Bernie Mev จากนิวยอร์ค ซึ่งมีจุดเด่นที่เป็นรองเท้าถักสาน ใส่สบาย ยืดหยุ่นตามรูปเท้ามาจำหน่าย ทำให้ตอบโจทย์กลุ่มคนที่อยู่ในเมือง ชอบใส่รองเท้าที่ดูสวยงาม แถมยังตอบโจทย์สุขภาพด้วย

ข้อแรกนี้สำคัญมาก หลายคนเข้าใจว่ารู้จักธุรกิจตัวเองดี ข้อนี้ต้องบอกเลยว่าอย่าชะล่าใจ เพราะตลาดและพฤติกรรมคนสมัยนี้เปลี่ยนตลอดเวลาแทบจะรายปี แม้กระทั่งบริษัทใหญ่ๆ หลายแห่งยังต้องวิเคราะห์จุดยืนธุรกิจตัวเองอยู่เสมอ

แบรนด์ Bernie Mev Thailand ตีโจทย์ข้อนี้แตก
ทำให้เราร่วมกันวางแผนทำโฆณาต่อได้โดยที่ไม่ผิดทิศ จนแบรนด์เป็นแบรนด์หนึ่งที่ทำการตลาดออนไลน์ได้ประสบความสำเร็จ
.
.
2.เลือกกลุ่มเป้าหมายให้ถูก ไม่ใช่เรื่องง่าย
.
ต่อมาเราต้องวางแผนสำคัญ คือการวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งรวมไปถึงอายุ พฤติกรรม พื้นที่ ร่วมกับ Bernie Mev Thailand

แน่นอนทางร้านก็มีกลุ่มเป้าหมายลูกค้าอยู่แล้ว เป็นผู้หญิงวัยทำงาน แต่การโฆษณาออนไลน์ เราก็ต้องเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แคบและตรงที่สุด

หนึ่งในวิธีที่เราใช้ คือ การทำ“A/B Testing”

แล้ว A/B Testing คืออะไร?

คำตอบคือ การทำโฆษณาขึ้นมา 2 ชุด ทั้งชุด A และชุด B
ซึ่งทำภายใต้งบประมาณที่เท่ากัน เวลาเดียวกัน ในเงื่อนไขเดียวกัน

ยกตัวอย่าง

แบบ A เป็นสาวออฟฟิศอายุ 40-60 ปี มีความสนใจด้านสุขภาพ

แบบ B เป็นสาวฟฟิศอายุ 35-55 ปี มีความสนใจด้านสุขภาพ
จากนั้นเอาทั้ง 2 แบบนี้ ไปทำโฆษณา

แล้วมาดูกลุ่มเป้าหมายไหนผลลัพธ์ดีกว่ากัน

ทีมงานทำจนรู้ว่า กลุ่มช่วงอายุไหนที่สนใจสินค้าตัวนี้ และต้องเลือกความสนใจ (Interest) แบบใดถึงเหมาะสมที่สุด ภายใต้พื้นที่

นอกจากนั้น ในแง่ของการสื่อสารก็เช่นกัน ถ้าได้กลุ่มเป้าหมายชัดแล้ว เราอาจทำ A/B Testing อีกครั้ง เพื่อดูว่า การสื่อสารแบบไหน ที่โดนใจกลุ่มเป้าหมายเราที่สุดด้วย

ในข้อนี้ ถ้าใครมองว่ามันคือการทดลอง ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ทันที!

เพราะการทำ A/B Testing ที่จริงก็คือการลงทุนกับโฆษณา

ในกรณีนี้ เรามีกลุ่มเป้าหมายชัดเจนอยู่แล้ว และทำโฆษณาไปก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีอยู่แล้ว แต่เราต้องเลือกเฉพาะในแบบที่ให้ผลลัพธ์ได้ “ดีที่สุด” และจัดสรรงบประมาณไปกับชุดโฆษณาที่ดีที่สุด
.
.
3.มีเว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง
.
ข้อนี้ ที่หลายคนพลาด และเข้าใจผิดมานักต่อนัก
เพราะยุคนี้คนอาจคิดว่าไม่ต้องมีเว็บไซต์ก็ได้ อันนี้เข้าใจผิดมหันต์ บางคนคิดว่าใช้แค่เฟซบุ๊กช่องทางเดียว ซึ่งที่จริงอาจไม่ควรทำแบบนั้น

ทาง Bernie Mev เข้าใจจุดนี้ดี โดยเริ่มตั้งแต่ใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง และเอาเว็บไซต์มาใช้ทำการตลาด ทางแบรนด์ไม่คิดว่าจำเป็นต้องใช้ช่องทางเดียวในการทำการตลาด

เช่น กรณีเฟซบุ๊ก คุณสามารถติดโค้ด Facebook Pixel บนเว็บไซต์ได้ ซึ่งจะช่วยเรื่องการเก็บข้อมูล สถิติของคนเข้าเว็บไซต์

จากนั้นคุณจะได้ฐานข้อมูลของลูกค้าที่เข้าเว็บไซต์คุณ ว่าเป็นคนกลุ่มไหน อายุเท่าใด มีความสนใจอะไร ทีเด็ดคือ คุณยิงโฆษณาซ้ำ (Retargeting) ไปหากลุ่มคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสการตัดสินใจซื้อ

หลายเข้าใจผิดว่าวิธีนี้สินเปลือง อันนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดของหลายๆคนอยู่ แต่เราพิสูจน์แล้วว่า การยิงโฆษณาซ้ำกับคนเข้าเว็บไซต์มาแล้ว ช่วยเพิ่มโอกาสสั่งซื้อได้จริงในกรณีนี้

ข้อนี้นั่นเองที่เป็นเคล็ดลับที่หลายคนยังไม่ค่อยทำกัน
เพราะถ้าจะทำการตลาดออนไลน์จริงจัง ต้องเริ่มตั้งแต่มีเว็บไซต์แล้วติดตั้งโค้ดที่เก็บข้อมูลทำการตลาดต่อได้ในทุกช่องทาง

ซึ่งเราก็ใช้เทคนิคนี้พร้อมกับการวิเคราะห์ฐานลูกค้าไปในตัวพร้อมการพัฒนาการสื่อสารไปด้วย ซึ่งสำคัญมาก เราจะเล่าให้ฟังต่อเลย
.
.
4.เลือกรูปแบบโฆษณาที่ถูก & เลือกการสื่อสารที่ใช่
.
ข้อนี้ คนทำโฆษณาเองพลาดเป็นลำดับต้นๆเลย

เราขอแบ่งออกเป็น 2 ข้อย่อย คือ
- เลือกประเภทโฆษณาให้ถูก
- หาวิธีการสื่อสารที่ใช่
.
ข้อแรก: เลือกรูปแบบโฆษณาให้ถูก
.
ข้อนี้จะเป็นเชิงเทคนิคหน่อย เพราะหลายคนทำโฆษณาเอง แล้วบอกว่า มีแต่คนไลค์ แต่ไม่มีคนซื้อ เหตุผลเป็นเพราะ การเลือกรูปแบบโฆษณาผิด (Ads Objective)

ก่อนทำโฆษณาเฟซบุ๊กมีให้เลือกรูปแบบโฆษณา 10 กว่าแบบ

ที่พบได้บ่อยคือ มือใหม่มักยิงโฆษณาแบบ Awareness บ้างก็อาจยิงโฆษณาแบบ Engagement จริงๆแล้วบอกเลยว่าไม่ผิด ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การตลาดในธุรกิจนั้นๆ

แต่การยิงโฆษณาแบบนี้เฟซบุ๊กจะสุ่มไปหาคนที่ชอบกดไลค์ กดแชร์ เป็นหลัก แต่จะหวังให้ได้ยอดเยอะๆในทันทียิงโฆษณาแบบนี้จะไม่เหมาะ

ถ้าต้องการยอดสั่งซื้อ ก็อาจต้องหันไปลองยิงโฆษณาแบบ Conversion

หรืออีกวิธีหนึ่งที่เราวางแผนกับ Berinie Mev คือ ยิงโฆษณาแบบ Message โดยโฆษณาจะไปปรากฏในหน้า Messenger ของเฟซบุ๊ก

ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ เพราะเปิดโอกาสให้คนที่สนใจอยู่แล้ว ทักแชทเข้าไปได้ทันที ไม่ต้องไปตามหาช่องทางติดต่อที่ไหนให้ยุ่งยากอีก บวกกับเรายิงหากลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน และ Retargeting ซ้ำเหมือนที่ได้เล่าไป ยิ่งได้ผลดี
.
ข้อสอง: วิธีสื่อสาร มีผลกว่าที่คิด
.
ถ้าคุณเลือกวิธีทำโฆษณาถูก กลุ่มเป้าหมายที่ใช่ได้แล้ว
แต่สื่อสารไม่โดนใจ = จบ

สำหรับแบรนด์ Bernie Mev แล้ว เรารู้ว่ากลุ่มที่ซื้อรองเท้าเช่นนี้ มีแนวโน้มเป็นหนุ่มสาวที่ทำงานออฟฟิศ จนถึงคนวัยก่อนเกษียณ

วิธีการสื่อสารสำหรับคนกลุ่มนี้ เราสื่อสารแบบไม่ซับซ้อน
สื่อสารไปตรงๆ ให้เห็นแล้วเข้าใจทันทีว่ากำลังสื่ออะไร โดยไม่ตีความซ้ำซ้อน
.
.
5.ประเมินผลอยู่เสมอๆ
.
ข้อนี้สำคัญที่สุดก็ว่าได้ เพราะหัวใจที่ทีมงานเรายึดถือคือ…
การทำการตลาดออนไลน์ที่ดี “ต้องวัดผลได้”

หนึ่งในปัจจัยที่จะวัดว่า การสื่อสารของเราประสบความสำเร็จหรือไม่ คือการดูค่า CTR (Click through rate)

แปลง่ายๆคือ โฆษณาเราปรากฏขึ้นแล้วมีคนคลิกเยอะแค่ไหน
เช่นปรากฏขึ้น 1,000 ครั้ง มีคนคลิก 50 ครั้ง CTR จะ = 5% เป็นต้น

ในกรณีนี้ของโฆษณาบนเฟซบุ๊กที่เราทำนี้ จะดูที่ Result Rate

ค่านี้ยิ่งสูงยิ่งดี และต้องเริ่มวัดตั้งแต่การทำ A/B Testing เลยทีเดียว

เราย้ำว่า การวัดค่าจาก CTR เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่ก็ถือเป็นส่วนหลัก ที่เราอยากแนะนำให้คนทำโฆษณาได้ลองดูในจุดนี้

โดยเราอาจต้องวัดควบคู่กับค่าอื่นๆ เช่น Conversion Rate ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน

วัด Traffic ว่ามาจากช่องทางใด แล้วทำการตลาดต่อในช่องทางนั้น
.
-------------------------------------------
.
.
สุดท้ายนี้ ทั้งหมดเป็นหลักการที่เราใช้ทำ จนประสบความสำเร็จ

ที่สำคัญ ต้อง ห้าม!คิดว่า เลือกกลุ่มเป้าหมายแค่ครั้งเดียวแล้วไม่เข้าไปมอนิเตอร์แคมเปญ หรือไม่ไปปรับอะไรเลย

และที่สำคัญคือ พยายามใช้ช่องทางเว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง ในการสร้างฐานข้อมูล ซึ่งต้องอย่าลืมใช้ช่องทางอื่นๆ เช่น Google, Facebook ฯลฯ ให้เข้ากันด้วย โดยที่คำนวณงบประมาณให้ออกมาคุ้มค่าที่สุด เพียงเท่านี้ ก็อาจทำให้โฆษณาของคุณต่อยอดไปได้ไกล

สุดท้ายขอขอบคุณแบรนด์ Bernie Mev รองเท้าเพื่อสุขภาพชั้นนำของโลก

ที่ใส่แล้วสบาย สวยงาม ใส่ได้ทุกโอกาส จะใส่กี่ปีก็สภาพยังสวย เข้าไปเลือกดูได้ที่
เฟซบุ๊ก Bernie Mev Thailand
เลือกชมผลิตภัณฑ์อื่นได้ที่ villainssf.com








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ