งบประมาณสู้คู่แข่งไม่ไหวบน Google Search Ads จะทำอย่างไร? | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




งบประมาณสู้คู่แข่งไม่ไหวบน Google Search Ads จะทำอย่างไร?

งบประมาณสู้คู่แข่งไม่ไหวบน Google Search Ads จะทำอย่างไร?

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-09-22 11:04:15

งบประมาณน้อย จะสู้คู่แข่งไม่ได้ = ไม่จริงเสมอไป
เราจะมาเผยถึงวิธีสู้คู่แข่ง ที่งบเยอะกว่า

แนะนำถึงหนทางทำโฆษณา Google Search
ให้คุ้มค่ากับคุณ

เราจะเผยเคล็ดลับ แบบจัดเต็ม!
ให้อ่านจบแล้ว เป็นไอเดียไปปรับใช้ได้ทันที...

มาดูกัน...

-----------------------------------------
.
<<1.สู้ด้วยการเลือกคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่า>>
.
ในกรณีที่งบประมาณสู้คู่แข่งไม่ได้จริงๆ
เราก็ต้องลองมาหาซื้อคีย์เวิร์ดที่คุ้มค่าที่สุด

โดยให้ดูที่ “ความตั้งใจของผู้ค้นหา”
ลองคิดดูว่า ถ้าจะซื้อของสักชิ้น

ความตั้งใจในการค้นหาของลูกค้าน่าจะเป็นอย่างไร
เช่น คุณทำธุรกิจรถมือสอง

ลูกค้าที่ค้นหาคำว่า “รถมือสอง” เข้ามา อันที่จริงคำนี้อาจจะกว้างเกินไป
บางคนก็อาจต้องการหาซื้อรถมือ 2 จริงๆ

แต่บางคนอาจแค่ค้นหาข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับรถมือ 2 ก็ได้
ไม่ได้มีความตั้งใจจะซื้อ

ถ้างบสู้คู่แข่งไม่ไหวจริงๆ อาจไปลงทุนกับคำอื่น
เช่น “เต็นท์รถมือสอง” ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดเจาะจงที่แคบกว่า

แน่นอน ราคาคำว่า “เต็นท์รถมือสอง” อาจจะแพงกว่าคำว่า “รถมือสอง” แต่ก็อาจลงทุนกับคำนี้ไปเลย เพราะได้ผลกว่า ดีกว่าคีย์เวิร์ดที่ถูกกว่า แต่ไม่ได้ผล
แล้วอนาคตหากมีงบประมาณเพียงพอ ค่อยไปซื้อคำอื่นๆ เพื่อขยาย Awareness หรือการรับรู้ในแบรนด์ในธุรกิจเราก็ได้

หรืออีกทางหนึ่งคือ สู้ด้วยยี่ห้อรถไปเลยก็ได้ เพราะจากการสำรวจพบว่า การแข่งขันอาจจะไม่สูงในคีย์เวิร์ดที่เป็นยี่ห้อรถ
และต้องเป็นยี่ห้อรถที่เรามีในเต็นท์จริงๆ
เช่น มาสด้า 3 มือสอง, ซีวิคมือสอง เป็นต้น
ลองเปรียบเทียบกับธุรกิจ หรือสินค้าของคุณดูว่า แนวทางไหนเหมาะสมที่สุด

------------------------------------------------
.
<< 2.ทำคะแนนคุณภาพให้เต็มสิบไม่หัก >>
.
เอาเข้าจริงแล้ว ถ้างบไม่พอ ก็ไม่ต้องไปแข่งกับคู่แข่ง
อยากให้โฟกัสที่การแข่งกับตัวเองจะดีที่สุด โดยอาจยังไม่โฟกัสไปที่อันดับโฆษณา (Ads Rank) จนเสียสูญ

เพราะมีกรณีศึกษามากมายจากทีมงานเราว่า หลายธุรกิจที่งบประมาณสู้คู่แข่งไม่ได้ แต่ก็สามารถมียอด Conversion เช่น ยอดการสั่งซื้อ สูงจนน่าพอใจได้ แม้โฆษณาจะอยู่อันดับ 3, 4 แต่มีคนคลิกเข้ามาซื้อ ก็คุ้มกว่า
ซึ่งสิ่งที่ทำให้คะแนนคุณภาพดีนั้น ก็ต้องดูที่...

- ค่า Ads Relevance
หรือเรียกว่าค่าความเกี่ยวข้อง
ดูว่าเนื้อหาในเว็บไซต์ หรือบน Ads Text สัมพันธ์กับสินค้าเราแค่ไหน
- ค่า CTR (Click through rate)
หรือเรียกว่า ค่าคลิกต่อการแสดงผล
เมื่อโฆษณาเราไปโชว์กับลูกค้าตอนค้นหา ลูกค้ากดคลิกเข้ามามากน้อยแค่ไหน ยิ่งมากยิ่งดี
- ค่า Landing Page Experience
หรือเรียกว่า ค่าคุณภาพของเว็บไซต์
เว็บไซต์เราโหลดเร็ว จัดหมวดหมู่ในเว็บ มีข้อมูลครบถ้วนดีหรือไม่อย่างไร

>> แต่วิธีที่ง่ายที่สุด ที่เราแนะนำก็คือ การปรับ “Ads Text”
หลักการคือ ปรับให้มี Call to action หรือมีคำโฆษณาที่เชื้อเชิญให้กดคลิก เสริมไปด้วย การปรับให้ทันสถานการณ์ มีอะไรที่โดดเด่นในธุรกิจ สินค้าเรา ก็ใส่เข้าไปได้เลย
เมื่อ Ads Text ดี จะช่วยเสริมคะแนนคุณภาพ ของทั้ง Ads Relevance ที่สำคัญคือจะช่วยดึงดูดให้คนคลิกโฆษณา ซึ่งจะทำให้ค่า CTR สูงขึ้นด้วย แต่ต้องอย่าลืมทำ Landing Page หรือหน้าเว็บไซต์ให้ดีด้วย

ถ้าทำให้ค่าคะแนนทั้งหมดสูงขึ้น ค่าโฆษณาจะถูกขึ้น ต่อให้งบน้อย แต่คะแนนคุณภาพดี อันดับเราอาจแซงคู่แข่งที่งบเยอะ (แต่คะแนนคุณภาพไม่ดี) ได้
เรามีบทความเกี่ยวกับคะแนนคุณภาพฉบับจัดเต็มให้ได้ศึกษากันเพิ่มเติม ซึ่งคุณอ่านบทความนี้จบ ลองดูเรื่องคะแนนคุณภาพได้ที่แฟนเพจของ ITOPPLUS

------------------------------------------------
.
<< 3.ลองเลือกเวลา และพื้นที่ใหม่ๆ ในการยิงโฆษณา >>
.
คนทำ Search Ads จะทราบดีว่า เราต้องเลือกพื้นที่
และเลือกเวลาการยิงโฆษณา

เราจะมาแชร์ประสบการณ์ เพราะมีบางกรณีที่เราเจอ
ที่เลือกพื้นที่ และเวลาใหม่ ทุกอย่างกลับดีขึ้น

แต่ต้องบอกเอาไว้ก่อนว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละธุรกิจ
ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละสินค้า และบริการด้วย

ส่วนวิธีการมีหลากหลายแบบมาก
เราจึงขอยกกรณีศึกษาเป็นไอเดียให้คุณ

>> ยิงโฆษณาไปในเวลาที่คู่แข่งไม่ออนไลน์

เราสามารถเลือกได้ว่าควรจะยิงไปในเวลาใด
ถ้าหากคู่แข่งไม่ได้ออนไลน์โฆษณา ลองประเมินว่ายิงไปในเวลานั้นจะคุ้มค่าหรือไม่

เช่น บทความที่เราเคยเผยแพร่ เรื่องยิงโฆษณาวันหยุด
บางครั้งถ้าเราพร้อมก็อาจยิงโฆษณาในวันหยุดบ้าง เสาร์ อาทิตย์ บ้าง เพราะคู่แข่งอาจน้อย และถ้าไม่มีคนคลิกก็ไม่เสียหาย เพราะไม่ต้องจ่ายเงิน แถมค่าคลิกก็อาจจะถูกลงด้วย แต่ต้องพร้อมรับข้อความจากลูกค้าด้วย เราอาจลองหาวัน เวลา ใหม่ๆในการยิงโฆษณา ก็ลองพิจารณาดูได้

>> ยิงโฆษณาโดยเลือกพื้นที่ให้เหมาะสม
ปัญหาที่เจอบ่อยมากที่สุด คือ ยิงโฆษณาไปทั่วประเทศไทย
บางคนอาจจะมองว่า สินค้าหรือบริการขายทั่วประเทศ ส่งของได้หมด ทำไมจะยิงไปทั่วประเทศไม่ได้ แต่บอกเอาไว้ก่อนว่า การยิงไปทั่วประเทศนั้น มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นตามตัวไปด้วย ลองเจาะในพื้นที่ที่สินค้า และบริการเราสามารถไปถึงได้ให้คุ้มที่สุด

>> ทำการตลาดแบบ Localized อีกทาง
มีกรณีศึกษาเช่นกัน ที่ผู้ขายสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ เจอกับคู่ค้ารายใหญ่ ที่มาเปิดในบริเวณจังหวัด กรณีนี้แก้ไขโดยการยิงโฆษณาไปบริเวณพื้นที่โดยรอบร้านในระยะไม่กี่กิโลเมตร เพื่อให้คนในพื้นที่ได้ลองแวะมาที่ร้านของตนก่อน ไม่ต้องเดินทางไปร้านนั้นไกลๆ และปรับ Ads Text ให้ดึงดูด เช่น เฟอร์นิเจอร์นำเข้า ในลพบุรี วัสดุดี ราคาเป็นมิตร เป็นต้น

----------------------------------------------------------
.
<< 4.เลือกวิธี Bidding ที่ใช่ >>
.
อยากให้โฆษณาแสดงผลน้อย หรือมากอยู่ที่การ Bidding Stragety หรือกลยุทธ์ในการประมูลของเราด้วย เพราะมีผลกับงบประมาณ
บางรายอยากชนะคู่แข่ง ก็เลือกวิธีการประมูลแบบให้แสดงผลให้เยอะที่สุด แต่วิธีนี้บางธุรกิจก็อาจไม่เหมาะถ้ามีงบฯ น้อย เพราะอาจจะไม่คุ้มกัน
ดังนั้นวิธีที่เราจะแนะนำ ก็คือ การเลือก Smart Bidding

เพราะ การเลือก Bidding แบบนี้ Google จะใช้ระบบประมวลผลอัจฉริยะ ปรับงบประมาณของเราให้เหมาะสมกับธุรกิจเราตามที่เราคาดหวัง โดยมุ่งเน้นไปที่ Conversion เช่น การเพิ่มยอดกดสั่งซื้อ ยอดกดแอดไลน์ เป็นต้น
ซึ่งแนะนำว่า ยอด Conversion ที่ดี ควรจะมีอย่างต่ำ 60 Conversion ที่มีคุณภาพ

ถึงจะมีประสิทธิภาพที่ดี หรือต่ำสุดจริงๆ อาจเป็น 20-30 Conversion และมีคุณภาพจริงๆ
ระบบจะเรียนรู้ว่าพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่ทำให้เกิด Conversion คืออะไร

ระบบก็จะหากลุ่มเป้าหมายใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกลุ่มเป้าหมายเดิมมาให้เรา เพื่อให้ได้ลูกค้าหน้าใหม่
การเลือก Smart Bidding จึงจะช่วยได้ดีในการทำให้งบประมาณคุ้มค่าที่สุด

--------------------------------------------------------

สุดท้ายทำโฆษณากับ Google ต้องอาศัยองค์ประกอบอื่นๆ ที่สำคัญอีกมาก ต้องรู้จักวางกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะแต่ธุรกิจของตนเอง
>> สำคัญที่สุดคือ การทำโฆษณาต้องไม่ว่าจะใช้งบมากหรือน้อย ไม่สำคัญเท่ากับ “จุดคุ้มทุน” นั้นเป็นอย่างไร

หลายคนไม่กล้าลงงบโฆษณาเยอะ เพราะอาจเพิ่งลองทำ
แต่ถ้าทำแล้วเห็นผล มีจุดคุ้มทุนที่ดี เรื่องเงินจะใช้เยอะ ใช้น้อย ก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

เพราะทีมงานเราพิสูจน์มาแล้วว่า จะงบเท่าไร
การทำให้มียอดสั่งซื้อ และคุ้มค่ากับการลงทุนนั้น สำคัญที่สุด








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ