เจาะอัลกอริทึม ทุกแพลตฟอร์ม ฉบับเข้าใจง่าย ใช้ประโยชน์ได้ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




เจาะอัลกอริทึม ทุกแพลตฟอร์ม ฉบับเข้าใจง่าย ใช้ประโยชน์ได้

เจาะอัลกอริทึม ทุกแพลตฟอร์ม ฉบับเข้าใจง่าย ใช้ประโยชน์ได้

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-08-24 14:51:59

รู้อัลกอริทึม = ไขความลับโลกออนไลน์

ทุกคนต้องเจอกับอัลกอริทึม บนออนไลน์ตลอด

แม้แต่ตอนนี้ อัลกอริทึมก็พาให้คุณมาเจอบทความเรา

ถ้าเข้าใจอัลกอริทึม จะมีประโยชน์มาก กับธุรกิจคุณ หรืองานของคุณ

เพราะ ถ้าพูดกันให้เข้าใจง่าย อัลกอริทึม ก็คือการประมวล
ว่าข้อมูลไหน จะขึ้นมาแสดงต่อคุณบ้าง

เช่น ถ้าคุณดูข่าว กดดูไฮไลท์ฟุตบอลบ่อย เมื่อคุณเข้าเฟซบุ๊ก จะเห็นแต่ข่าวฟุตบอลเป็นหลัก

เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ คือ
การทำงานของระบบอัลกอริทึมที่เฟซบุ๊กออกแบบ

เวลาเราทำคอนเทนต์ หรือทำโฆษณา จึงต้องพึ่งพาอัลกอริทึม ซึ่งไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มกำหนดให้อย่างเดียว แต่เราเลือกได้ ว่าจะทำอย่างไรให้เข้ากับอัลกอริทึมของแพลตฟอร์มต่างๆ

เราจึงจะมาเล่าให้ฟัง เอาเฉพาะอัลกอริทึมที่คุณต้องรู้เพื่อใช้ประโยชน์

เพื่อปรับคอนเทนต์ หรือโฆษณาให้เข้ากับอัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์ม แบบไม่ต้องตีความเชิงลึก เอาไปใช้ได้เลย

ที่เราจะบอกคุณ ได้แก่

- อัลกอริทึม Google
- อัลกอริทึม Youtube
- อัลกอริทึม Facebook
- อัลกอริทึม Instagram
- อัลกอริทึม Twitter
- อัลกอริทึม Tiktok
- อัลกอริทึม LINE

ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มมีระบบอัลกอริทึมที่แตกต่างกัน

ตามภารกิจ และวิสัยทัศน์ของแต่ละบริษัท แต่ก็มีหลายอย่างที่คล้ายกันอย่างไม่น่าเชื่อ บางแฟลตฟอร์มก็เปิดเผย บางแพลตฟอร์มก็เก็บเป็นความลับ

เราจะมาดูกันว่า อัลกอริทึมของแต่ละแพลตฟอร์มหลักๆแล้ว เป็นอย่างไร



เปิดหลักอัลกอริทึมของ Google

Google ประกาศว่าภารกิจของบริษัท คือ จัดหาข้อมูลทั้งหมดของโลก ที่มีอยู่อย่างกว้างขวาง
ให้คนเข้าถึง และใช้งานได้ง่ายที่สุด

เรื่องนี้จึงสะท้อนไปยังระบบอัลกอริทึมของ Google ด้วยเช่นกัน

Google กล่าวถึงระบบอัลกอริทึมของตนว่า
“หากไม่มีอัลกอริทึมช่วยจัดเรียงข้อมูล การค้นพบสิ่งที่คุณต้องการเป็นเรื่องที่ยากมาก เพราะหน้าเว็บไซต์บนโลก มีมากถึงหลายแสนล้านหน้า จึงต้องประมวลข้อมูลหน้าเว็บนับแสนล้านหน้า เพื่อคัดสรรเพจที่ดีที่สุดให้กับผู้ที่ค้นหาข้อมูล”

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า หน้าเว็บไหนดีที่สุด?

Google จึงได้สร้างอัลกอริทึมมาหลายตัว และซับซ้อนมาก

แต่สิ่งที่ Google เปิดเผย และคนนิยมใช้เกณฑ์แสดงผลค้นหา คือ “คะแนนคุณภาพ”

ยิ่งมีคะแนนคุณภาพมาก คุณก็จะแสดงผลในอันดับแรกๆ เรื่องนี้เป็นทั้งโฆษณา และออร์แกนิค (แบบไม่ใช้โฆษณา) ด้วยเช่นกัน

โดยหลักๆ อัลกอริทึมของ Google จะประเมินจาก…

- เว็บไซต์มีคุณภาพหรือไม่
คุณภาพที่ Google กำหนด เช่น ความเร็วในการโหลด ข้อมูลที่ควรจะมีบนเว็บไซต์ เช่นข้อมูลการติดต่อ เพราะ Google ต้องการให้คนค้นหาได้รับสิ่งที่ดีที่สุด ถ้าเข้าเว็บแล้วโหลดช้า หรือไม่เจอสิ่งที่ต้องการ Google จะเกรงว่าผู้ค้นหาจะได้รับประสบการณ์ที่ไม่ดี จึงให้คะแนนคุณภาพตรงนี้ด้ว

- คีย์เวิร์ดที่เรามีบนเว็บไซต์ และ Text Ads สัมพันธ์กับคำที่มีคนค้นหาหรือไม่

Google เป็นบริการให้ข้อมูล คนค้นหาจะต้องใช้คีย์เวิร์ดในการค้นหา ซึ่งเว็บไซต์คุณ หรือหัวข้อโฆษณา คุณต้องมีคีย์เวิร์ดที่สัมพันธ์กับคนที่ค้นหาเข้ามาจริง Google จะมีระบบตรวจจับความสัมพันธ์ของทั้งเว็บไซต์ และคีย์เวิร์ดที่เราใช้บน Text Ads หรือข้อความโฆษณา หรือกับสินค้า/บริการของคุณหรือไม่ ถ้าคุณซื้อคีย์เวิร์ดที่ไม่ตรง ก็ทำให้การแสดงผลน้อยลง ค่าคลิกคุณก็จะสูงขึ้นด้วย

- มีคนเข้าชมเว็บไซต์คุณหรือไม่
Google มองว่า การที่เว็บไซต์มีคนเข้าชม แปลว่า เว็บไซต์คุณได้รับความนิยมในระดับหนึ่ง
หรือในมุมโฆษณาคือ เมื่อโฆษณาปรากฏขึ้นแล้วมีคนกดโฆษณาคุณมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีน้อย
Google จะมองว่าโฆษณาไม่มีคุณภาพพอจะดึงดูดคนค้นหาได้ในสิ่งที่ต้องการ คะแนนคุณภาพก็จะ
น้อยลง

ส่วนการเลือก Bidding Strategy ก็สำคัญเช่นกันต่ออัลกอริทึมของ Google

ถ้าเลือกถูก การแสดงผลก็จะตรงวัตถุประสงค์มากขึ้น ยกตัวอย่าง กลยุทธ์แบบ Target Impression Share ก็จะทำให้การแสดงผลนั้นเยอะและกว้างที่สุด ถ้าต้องการเลือกให้แสดงผลน้อยลงก็ต้องเป็นวิธีอื่น เป็นต้น

ถ้าคุณตอบโจทย์ทั้งหมดให้ดีที่สุดได้ คะแนนคุณภาพ คุณก็จะสูงขึ้น

อัลกอริทึม ก็จะจัดให้เว็บไซต์คุณก็จะติดอันดับแรกบนหน้าการค้นหาของ Google ได้

หลักการเหล่านี้ หลายส่วนใช้ได้ทั้งกับโฆษณา และกับออร์แกนิค



เปิดหลักอัลกอริทึมของ Youtube

Youtube ประกาศว่าภารกิจของบริษัทคือ การให้ผู้คนได้มีเสียง และส่งเสียงนั้นไปให้ทั้งโลกได้รู้

และโลกจะดีขึ้นได้ ด้วยการแบ่งปัน สร้างชุมชน โดยผ่านเรื่องเล่า เรื่องราวต่างๆ อัลกอริทึมของ Youtube ก็ทำตามภารกิจนี้ไปด้วยเช่นกัน

อัลกอริทึมของ Youtube คล้ายกับของ Google
แต่จะต่างกันตรงที่ แม้เราจะเลือกค้นหาคลิปได้เอง
แต่ Youtube ก็จะมีระบบแนะนำวิดีโอให้เราด้วย

ที่ต้องเกริ่นประเด็นนี้ เพราะ คนถึง 70% ดูวิดีโอจากหน้าแรกที่ยูทูปแนะนำ

โดยหลักแล้ว Youtube ต้องการให้ผู้ใช้งานได้เห็นวิดีโอที่ตรงกับความสนใจของเรามากที่สุด

สังเกตว่า ถ้าคุณชอบฟังเพลงร็อค แล้วเข้าไปบนหน้ายูทูปก็จะขึ้นเพลงร็อคมาแนะนำให้คุณเข้าไปชม
ดังนั้น การไปขึ้นหน้าแนะนำ จึงเป็นอะไรที่คนทำคลิปต้องการ ซึ่งแต่ละคน ก็จะได้รับการแนะนำจาก Youtube แตกต่างกันไปตามความสนใจที่ต่างกันของคน

ซึ่งหลักๆ Youtube จะประเมินจาก...

-เมื่อวิดีโอคุณไปปรากฏต่อผู้ใช้งาน คนคลิกเข้ามาดูวิดีโอของคุณหรือไม่

ถ้าคนกดคลิกเข้ามาดู แปลว่าเนื้อหาคุณมีความน่าสนใจเพียงพอ ตรงนี้อาจขึ้นอยู่กับ การนำเสนอคอนเทนต์ การเขียนหัวข้อคลิป เป็นต้น

-คนดูวิดีโอคุณจบหรือไม่
ยูทูปถือว่าเคี่ยวอยู่ เพราะเชื่อว่า ถ้าหัวข้อคลิปคุณดึงดูดให้เข้าไปดู แต่เนื้อหาไม่น่าสนใจ คนจะไม่กดดู คลิป ดังนั้น ก็ต้องทำให้คลิปมีความน่าสนใจ ให้คนดูจนจบ หรือดูให้นานที่สุด

-วิดีโอนั้นเป็นกระแสหรือไม
ถ้าวิดีโอนั้นเป็นกระแส จะไปติดอันดับบนหน้า Discovery ซึ่งเป็นอันดับของประเทศ
แต่ถ้ายังไม่ติดอันดับประเทศ และเป็นกระแสในกลุ่มเดียว เช่น รถรุ่นใหม่ออกมา เป็นที่ฮือฮาของวงการรถ ยูทูปไม่ต้องการให้คนรักรถตกกระแส จึงเลือกคลิปที่เป็นกระแสนั้น มาให้คนที่สนใจดู ในหน้าแรก

-ช่องคุณอัพโหลดวิดีโอบ่อยหรือไม่
ถ้านานๆครั้ง เราอัพโหลดคลิป สังเกตว่า ยอดวิวจะขึ้นน้อย การอัพโหลดคลิปอย่างต่อเนื่อง
ยูทูปจะมองว่า เป็นการส่งเสริมแพลตฟอร์มนี้ คะแนนนคุณภาพของช่องคุณก็จะสูงขึ้น
เพิ่มโอกาสในการขึ้นโชว์คลิปไปยังกลุ่มเป้าหมาย

-ยอด likes, dislikes ,Share ของวิดีโอคุณ เยอะหรือไม่ เช่นกันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ สิ่งเหล่านี้เป็นการวัดผลว่า คนชอบคลิปคุณมากน้อยแค่ไหน
ถ้ามีคนไลค์ แชร์เยอะ ยูทูปจะมองว่า คนสนใจคลิปคุณ และแน่นอน ยูทูปจึงอยากให้คลิปคุณ แสดงผลไปยังคนอื่นๆให้ได้รับคอนเทนต์ดีๆ ด้วยเช่นกัน

ถ้าคุณทำได้ทั้งหมดนี้ คนก็จะเห็นวิดีโอของคุณมากขึ้น ไม่ว่าจะทั้งหน้าแรกที่ยูทูปแนะนำ หรือหน้าการค้นหาก็ได้

แต่อย่าลืมใส่แฮชแท็ก หรือแท็ก ตอนอัพโหลดคลิปด้วย เพราะแฮชแทค คือการบอกกับอัลกอริทึมของ Youtube ให้รู้ว่า วิดีโอคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไร

เพราะ Youtube ไม่เหมือน Google ที่ตรวจจับคำได้ แต่พอมาเป็นวิดีโอการตรวจจับจะยากขึ้น
จึงต้องใส่แฮชแท็ก หรือแท็ก เพื่อให้อัลกอริทึมของ Youtube ได้ทำงานแม่นยำขึ้น

ซึ่งทั้งหมดเป็นหลักการที่เป็นพื้นฐานที่ต้องรู้เมื่อทำโฆษณาด้วยเช่นกัน

เพราะหลักการหลายส่วน จะส่งผลต่อคะแนนคุณภาพของโฆษณาด้วยเช่นกัน



เปิดหลักอัลกอริทึม Facebook

Facebook ออกประกาศว่า ภารกิจของบริษัท คือ
การเสริมพลังให้แก่ผู้คน เพื่อช่วยกันสร้างโลกนี้ให้ใกล้กันมากขึ้นผ่าน Facebook

โดยมีวิสัยทัศน์ คือ ให้คนใช้แพลตฟอร์ม เพื่อเชื่อมต่อกับเพื่อน และครอบครัว โดยต้องการให้คนได้รับรู้ข่าวสารความเป็นไปของโลก และบอกต่อว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในชีวิตของเรา

ที่ต้องเกริ่นเช่นนี้ เพราะอัลกอริทึมของ Facebook เอง ก็จะปรับให้เป็นไปตามจุดประสงค์ และวิสัยทัศน์
เช่นถ้าคุณสนใจเรื่องแมว หน้าแรก (Feed News) ของคุณ ก็จะเต็มไปด้วยแมว ให้คุณได้สนุกกับคอนเทนต์ที่คุณสนใจ และชอบ

และสิ่งที่จะเชื่อมต่อคนบน Facebook เข้าไว้ด้วยกัน คือการร้อยเรียงความสนใจเดียวกัน ผ่านคอนเทนต์นั่นเอง คนสนใจเรื่องเดียวกันจึงเห็นคอนเทนต์เดียวกัน เพื่อจะได้พูดคุย ปฏิสัมพันธ์กัน

ซึ่งคอนเทนต์นั้นต้องมีคุณภาพ หรือโดนใจกลุ่มเป้าหมาย

Facebook จึงมีสิ่งที่เรียกว่า “คะแนนคุณภาพ และความเชื่อมโยง”

ซึ่งจะมีผลต่อการแสดงผลต่อกลุ่มเป้าหมายด้วย

โดย Facebook ให้ระบบอัลกอริทึมให้ประมวลผลหลักๆ จาก

-คนมีส่วนร่วม โดยการกดไลค์ กดแชร์ กดเข้าไปอ่านโพสต์คุณมากแค่ไหน

ตรงนี้อยู่ขึ้นอยู่กับว่าคุณสร้างสรรค์คอนเทนต์ ให้โดนใจ ถูกใจกลุ่มเป้าหมายได้มากน้อยแค่ไหน
ถ้าโดนใจ เมื่อคนกดไลค์ กดแชร์ ก็จะทำให้คอนเทนต์คุณถือว่ามีคุณภาพ โอกาสในการแสดงผลก็จะมากขึ้นตามไปด้วย

-จำนวนคนชมคอนเทนต์ และระยะเวลาที่หยุดอ่านโพสต์ของคุณมากน้อยแค่ไหน โพสต์ของเรามีอะไรที่ทำให้คนสะดุดตา อยากอ่าน และกดเข้ามาดูมากน้อยแค่ไหน

ต่อให้เราไม่กดไลค์ กดแชร์ แต่มีคนกดเข้ามาอ่านเยอะ Facebook ก็มองว่าเป็นโพสต์ที่มีคุณภาพได้เช่นกัน

-คุณโพสต์ในเวลาไหน
สำหรับในไทย อาจมีการแนะนำเกี่ยวกับเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดไว้มากมาย แต่ทีมงานเราพบว่า แต่ละธุรกิจ มีเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดไม่เหมือนกัน
รวมถึงคอนเทนต์แต่ละแบบก็มีเวลาโพสต์ที่ดีที่สุดไม่เหมือนกัน เช่นธุรกิจแบบ B2B บางประเภท อาจโพสต์เวลา 4 โมงเย็น ธุรกิจที่เน้นขายกลุ่มพนักงานออฟฟิศ อาจโพสต์ตอนเที่ยง หรือ 6 โมงเย็น เป็นต้น

-โพสต์ของคุณกำลังเป็นกระแสหรือไม่
หากโพสต์ของคุณกำลังเป็นกระแส ระบบจะมองว่าโพสต์คุณได้รับความสนใจมาก และ Facebook ก็ต้องการให้คนทันกระแส เช่นกัน

-คุณโพสต์คอนเทนต์สม่ำเสมอหรือไม่
การโพสต์คอนเทนต์ให้สม่ำเสมอ จะทำให้ Facebook มองว่า เพจของคุณมีความเคลื่อนไหว ไม่ใช่เพจที่สร้างแล้ว แล้วก็หายไป ที่สำคัญคือ ต้องทำคอนเทนต์ให้ดี โดยต้องมียอดไลค์ แชร์ เพราะ Facebook ก็อยากส่งคอนเทนต์คุณภาพไปอย่างสม่ำเสมอกับผู้คน

-เนื้อหาคอนเทนต์คุณทำผิดกฎ Facebook และผิดกฎหมายหรือผิดกฎ Facebook หรือไม่
เพราะถ้าคุณทำผิดกฎอาจทำให้โพสต์คุณไม่ขึ้นแสดงต่อผู้ใช้ได้ หรือแสดงผลได้น้อยลง เช่น กฎข้อความไม่เกิน 20% บนรูปภาพ ที่กำหนดมาเพื่อไม่ให้ข้อความภาพมีเยอะจนก่อความรำคาญแก่ผู้ใช้ หรือระเบียบชุมชนที่ Facebook กำหนดอื่นๆ มีผลต่อการแสดงผลเช่นกัน

ข้อสำคัญคือ คนที่มากดไลค์เพจคุณ มีความสนใจตรงกับสินค้า หรือแบรนด์คุณแค่ไหน

เช่น คนที่ชอบเล่นเกม ก็จะกดไลค์เพจเกม เวลามีเกมใหม่ๆมา คนกลุ่มนี้ก็จะมีปฏิสัมพันธ์ (Engage)
กับโพสต์ของคุณ ซึ่งก็มีโอกาสที่คนกลุ่มนี้จะแชร์ไปยังเพื่อนๆ ที่สนใจเรื่องเดียวกันด้วย ถ้าเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ใช่บนเพจตั้งแต่แรก อัลกอริทึมจะทำให้โพสต์ของคนไปเจอกับคนที่ใช่เอง

สำหรับการทำโฆษณา หลายคนบอกว่า มีแต่คนมาไลค์ ไม่มีคนซื้อ เป็นเรื่องหลัก จนตั้งคำถามกับอัลกอริทึมไปใหญ่ จริงๆ เรื่องนี้เป็นเพราะ Facebook จะถามถึงวัตถุประสงค์การทำโฆษณาเสมอ ถ้าเลือกถูกอัลกอริทึมก็ทำงานถูก

ถ้าเราอยากให้คนซื้อจากเรา ก็ควรเลือกวัตถุประสงค์ให้ถูก เพราะอัลกอริทึมจะมีผลช่วยเราในเรื่องนี้
เช่น ถ้าอยากให้คนจำแบรนด์เราได้ ก็อาจเลือกวัตถุประสงค์แบบ Engagement ซึ่งอัลกอริทึม จะช่วยให้โฆษณาเราไปปรากฏกับคนที่มีโอกาสกดไลค์ คอมเมนต์ แชร์

หรือถ้าต้องการมีคนมาซื้อสินค้า ก็อาจเลือกเป็น Conversion อัลกอริทึม ก็จะแสดงผลไปยังคนที่กำลังสนใจซื้อ และมีฟังก์ชั่นให้กดซื้อง่ายขึ้นด้วย
ซึ่งถ้าคอนเทนต์คุณดึงดูดพอให้คนซื้อ ก็อาจมียอด Conversion สูงคะแนนคุณภาพยิ่งสูง

หากที่กล่าวไปทั้งหมด คุณทำได้ตามคุณภาพที่ Facebook หวังเอาไว้ ก็จะทำให้โพสต์ หรือโฆษณาคุณไปปรากฏต่อกลุ่มเป้าหมายเยอะขึ้นนั่นเอง



เปิดหลักอัลกอริทึมของ Instagram

Instagram ประกาศว่า ภารกิจขององค์กร คือ ให้โลกนี้ได้แชร์ประสบการณ์ ในช่วงเวลาดีๆให้กันและกัน จากรูปถ่าย วิดีโอ

สำหรับ Instagram ออกมาเปิดเผยอัลกอริทึม
ซึ่งก่อนหน้านี้ ปิดความลับมานาน

โดยบอกว่า 3 ข้อที่มีผลบนแพลตฟอร์ม ก็คือ ความสัมพันธ์ ความน่าสนใจ และเวลา

สำหรับอัลกอริทึมของ Instagram จะแตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่นๆเล็กน้อย ตรงที่มีการเพิ่มระบบ “ความสัมพันธ์” เข้ามาเกี่ยวด้วย รองลงมาจะเป็นเรื่องของความสนใจ และช่วงเวลา

ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เฉพาะกับบัญชีส่วนบุคคลเท่านั้น สำหรับธุรกิจก็ใช้ได้เช่นกั

เพราะมีข้อมูลว่า 85% ของธุรกิจ ใช้ Instagram ด้วย
ลองมาดูกันว่า อัลกอริทึมไหน ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับคุณ

โดย อัลกอริทึมของ Instagram หลักๆ
จะประเมินจาก...

- มีคนมาดูรูป วิดีโอ สตอรี่ เรามากน้อยแค่ไหน
Instagram ต้องการจะโชว์รูป ของเพื่อน ครอบครัว และคนที่คุณสนใจขึ้นมาก่อน เป็นอันดับแรก
ซึ่งอัลกอริทึมรู้ตรงนี้ได้ จากการที่คุณไปกดดูรูป คอมเมนต์ Direct Message บ่อยแค่ไหน
พูดภาษาวัยรุ่นคือ เข้าไปส่องใครบ่อย อัลกอริทุ่มจะขึ้นคนนั้นมาให้ กับธุรกิจคุณเช่นกัน หากดึงดูดให้คนเข้ามาดูได้บ่อยๆ ผ่านคอนเทนต์ เนื้อหา ที่ใช่กับกลุ่มเป้าหมาย โอกาสที่จะขึ้นหน้าแรกก็อาจมากไม่ต่างจากรูปของเพื่อนของผู้ใช้งานได้เลย

- โพสต์มีคนสนใจ และปฏิสัมพันธ์มากน้อยแค่ไห
เรื่องนี้เหมือนกับแพลตฟอร์มอื่นๆ แม้จะแพลตฟอร์มนี้ จะให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ แต่เรื่องความสนใจก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะ หากผู้ใช้ไม่เจอในสิ่งที่กำลังสนใจอยู่ ก็อาจทำให้คนไม่ติดแพลตฟอร์มนี้

ดังนั้น ในผู้ใช้งานบางราย คอนเทนต์ของแบรนด์/ธุรกิจ อาจปรากฏขึ้นมาก่อนบุคคลที่ติดตามก็มีเช่นกัน
ซึ่งหลายแบรนด์ใช้วิธีให้คนปฏิสัมพันธ์ (Engagement) ด้วยการตอบคำถาม การโหวต ผ่าน IG Story ก็จะเพิ่มโอกาสทางการแสดงผลซ้ำ และเพิ่มเติมต่อกลุ่มเป้าหมายได้

- โพสต์ได้ถูกเวลาหรือไม่
แม้ปัจจัยด้านเวลา จะเป็นรองจากเรื่องความสัมพันธ์ แต่โพสต์ที่สดใหม่ ก็มีโอกาสขึ้นหน้าแรกได้
นอกจากนั้น ปัจจัยด้านเวลา ยังหมายถึงการโพสต์อย่างสม่ำเสมอด้วย Instagram ก็เหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่ต้องการให้คนสนใจเจอในสิ่งที่ใช่ เมื่อเราสร้างคอนเทนต์ที่ใช่แล้ว ก็ต้องอัพคอนเทนต์อย่างต่อเนื่องให้คนได้เสพคอนเทนต์ที่ใช่นี้ต่อไป ทำแบบนี้จะทำให้การแสดงผลของเรานั้นสูงขึ้น

สำหรับการทำโฆษณาก็เช่นกัน Instagram ก็มีเรื่องของคะแนนคุณภาพเช่นกัน

การทำโฆษณาบน Instagram ต้องทำกับ Facebook ซึ่งก็มี Objectives หรือวัตถุประสงค์ให้เลือกมากมาย และคล้ายกับวัตถุประสงค์บน Facebook การเลือกส่วนนี้ก็จะมีผลต่อการแสดงผลต่อผู้ใช้งานด้วยเช่นกัน

ส่วนการจะทำโฆษณา สำหรับ Instagram เราแนะนำ อย่าลืมเรื่อง Influencer ด้วย เพราะในไทยส่วนใหญ่ใช้ Instagram เพราะต้องการเข้าไปส่องคนที่ถูกใจ



เปิดหลักอัลกอริทึมของ Twitter

Twitter ประกาศว่า ภารกิจของพวกเขาคือ การทำให้ทุกคนมีพลังในการแชร์ไอเดีย ข้อมูลต่างๆ โดยไม่มีอะไรกั้น โดย Twitter บอกแบบเปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทก็จะทำตามแนวทางของภารกิจนี้เท่านั้น

เราจึงจะเห็นว่า ปัจจุบัน Twitter เป็นแพลตฟอร์มที่มีพลังมากในสังคม ในต่างประเทศ เพียงทวิตเดียวของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ออกข่าวได้ทั้งเดือน

เราจึงเห็นว่า Trends (กระแส) ต่างๆ ในสังคม ก็จะถูกติดเป็น #แฮชแท็ก ซึ่งจะถูกแบ่งออกเป็น แฮชแทคของประเทศ ของโลก และของที่เราสนใจ

ส่วนอัลกอริทึมของ Twitter
ก็ทำงานคล้ายๆของแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็คือ นำเรื่องที่เราสนใจ ติดตาม มาแสดงให้เราดู แต่จะเน้นในสิ่งที่กำลังเป็นกระแสที่น่าสนใจของคนแต่ละกลุ่ม

และด้วยภารกิจของ Twitter ที่ต้องการเป็นแพลตฟอร์ม สำหรับการแชร์ไอเดีย ข้อมูล จนเกิดเป็นกระแส จึงทำให้ทุกอย่างใน Twitter เป็นไปด้วยความรวดเร็ว

การคัดของ Twitter ก็ค่อนข้างซับซ้อน
เพราะ 1 วินาที จะมี 6,000 ทวิตปรากฏขึ้นบนโลก 350,000 ทวิตต่อนาที
ทำให้ทั้งวันมีทวิตรวมถึง 500 ล้าน ข้อความทวิต บางแฮชแท็กมีคนพูดถึงนับล้าน และกระแสของ Twitter ก็ไปค่อนข้างเร็วมาก

Twitter ก็ต้องคัดเฉพาะคอนเทนต์ที่คนสนใจเท่านั้น
แล้ว Twitter จะคัดยังไง?

หลักๆแล้ว Twitter จะประเมินจาก...

- คีย์เวิร์ด กับเนื้อหา
บน Twitter การใช้คีย์เวิร์ดก็สำคัญเช่นกัน เพราะ อัลกอริทึมของ Twitter จะดูว่า
ถ้าเราใช้คีย์เวิร์ดตรงกับกระแสที่เป็นอยู่ บวกกับถ้ามียอด Engagement ก็จะทำให้ทวิตของเราแสดงผลสูงขึ้น ซึ่งเรื่องนี้ก็มีผลทั้งโฆษณา และทวิตทั่วไปด้วย

- แฮชแท็กคุณเป็นอย่างไร
ส่วนใหญ่ แบรนด์บน Twitter มักจะติดแฮชแท็ก แบรนด์ใหญ่ก็มักสร้างแฮชแท็กขึ้นมาเอง
แต่ถ้าแบรนด์ทั่วไป อาจติดแฮชแท็ก ตามสินค้าที่เราขายก็ได้ เช่น #เสื้อผู้หญิงมือ2 การติดแฮชแท็ก จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานที่สนใจเรา หาเราเจอได้ง่ายขึ้น แต่ก็ต้องอาศัยปัจจัยอื่นซึ่งจะเล่าต่อไป

- คนกดเข้ามาดู กดหัวใจ รีทวิต มากหรือไม่
ไม่ว่าจะติดแฮชแท็กมากแค่ไหนก็ตาม ก็คงไม่ประสบผล ถ้าเราไม่มียอดการกดรีทวิต
ยอดการกดคลิกดู รวมไปถึงการรีทวิตด้วย เพราะ Twitter เหมือนแพลตฟอร์มอื่นๆ คือคัดกรองคุณภาพของเนื้อหา ถ้ามีคนปฏิสัมพันธ์กับทวิตเยอะ แปลว่าเนื้อหานั้นคนสนใจ หรือเป็นกระแส

- อัลกอริทึมอยากเห็นคุณมีแนวทางที่ชัดเจน
ในปี 2019 ที่ผ่านมา Twitter เปิดตัวฟีเจอร์ Topics และเราสามารถปรับแต่ง Timelines ของเราเองได้
ทำให้ ดังนั้นการทำคอนเทนต์โดยมีแนวทางที่ชัดเจน
จะทำให้เราสามารถเข้าไปอยู่บน Topics ที่คนสนใจได้ตรงกลุ่มเป้าหมายขึ้น

- ทวิตอย่างสม่ำเสมอ
เรื่องนี้ก็เช่นเดียวกันกับเฟซบุ๊ก ถ้าคอนเทนต์เรามีคุณภาพ Twitter ต้องการให้ผลิตขึ้นมาเรื่อย
ซึ่งก็มีโอกาสที่คนจะเห็นคอนเทนต์เรามากขึ้นจากการโพสต์ที่สม่ำเสมอ

- เรื่องเวลามีผล
ทุกแพลตฟอร์มเวลามีผล ไม่มาก ก็น้อย แต่สำหรับแพลตฟอร์มนี้นั้นสำคัญเป็นอันดับต้นๆ
เพราะแพลตฟอร์มนี้ สร้างขึ้นมาเพื่อให้เราทันกระแส หากโพสต์ถูกเวลา และคอนเทนต์เป็นที่น่าสนใจ
ก็จะทำให้อัลกอริทึมเลือกคุณคอนเทนต์คุณไปปรากฏบนหน้าแรก

สำหรับเรื่องการทำโฆษณา ก็เช่นกัน Twitter จะมีวัตถุประสงค์เลือกหลายอย่าง เช่น Website Conversion, Tweet Engagement ถ้าโฆษณาเราไม่ทำให้ดึงดูดพอ จนคนหยุดดู หรือกดรีทวิต ก็จะทำให้โฆษณาคุณมีคุณภาพ Twitter ก็เลือกให้โฆษณาเราแสดงผลดีขึ้น






เปิดหลักอัลกอริทึมของ LINE

ภารกิจของ LINE คือ Closing the distance
หรือ การทำให้ระยะทางเป็นเรื่องที่ใกล้กันมากขึ้นผ่านแพลตฟอร์ม LINE

ส่วนอัลกอริทึมของ LINE ในที่นี้เราจะพูดถึง LINE Ads Platform ที่เรียกย่อๆว่า LAP

เพราะอัลกอริทึมของ LINE บนหน้าแชท เป็นที่เข้าใจกันว่า แชทใหม่สุดก็จะโผล่มาอยู่ข้างบนสุด

แต่สำหรับ LAP แล้วอัลกอริทึมก็จะเป็นไปตามมาตรฐานของแพลตฟอร์มอื่นที่ทำโฆษณาเช่นกัน
แต่ไฮไลท์ของ LINE คือการที่ LINE ตั้งเป้าหมายให้เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการผู้ใช้ครบวงจรตั้งแต่ตื่น ยันนอน 24 ชั่วโมง

LINE จึงมีฟีเจอร์ และแอพพลิเคชั่นมากมายให้คนใช้
ที่สำคัญคือโฆษณา LAP จะไปปรากฏในหลายแอพฯที่ LINE มีด้วย

โดยหลักๆแล้ว อัลกอริทึมของ LAP จะประเมินจาก

- ตรงกับความสนใจกลุ่มเป้าหมายหรือไม่
โฆษณาของคุณต้องเลือก ความสนใจของกลุ่มเป้าหมาย โดย AI จะช่วยเก็บข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย โดยดูจากพฤติกรรมที่อยู่บน LINE เช่น การอ่านข่าว ถ้าชอบอ่านข่าวเกี่ยวกับความสวยความงาม แล้วเราขายสินค้าเกี่ยวกับความสวยความงาม โฆษณาจะยิงไปยังคนกลุ่มนี้

- ระบบปฏิบัติการไหน
สำหรับ LINE จะแตกต่างจากทุกแพลตฟอร์มที่เราแนะนำไปด้วยข้อนี้ เพราะ LINE ให้เลือกระบบปฏิบัติการบนมือถือ ได้แก่ IOS กับ Android ด้วย เพราะส่วนใหญ่คนใช้งานผ่านมือถือ

- Demographics สำคัญสำหรับ LAP
สำหรับแพลตฟอร์มอื่นที่เราแนะนำไป จะเป็นภาพรวม ทั้งการทำโฆษณา และออร์แกนิค แต่สำหรับ LINE ส่วนที่เราแนะนำเป็นการทำโฆษณาอย่างเดียว เรื่อง Demographics หรือข้อมูลเชิงประชากรศาสตร์ เช่น อายุ เพศ พื้นที่ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะอัลกอริทึมจะเลือกโฆษณาเราไปแสดงกับคนกลุ่มที่เราเลือกไว้นั่นเอง

การทำโฆษณาบน LINE ก็ต้องเลือกวิธีการสร้างเป้าหมายเช่นเดียวกันกับโฆษณาอื่นๆ

เช่น Conversion ก็หวังให้มีคนซื้อ หรือจะสร้าง Awareness หรือการจดจำแบรนด์การแสดงผลก็จะกว้างขึ้น เป็นต้น








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ