Web based Marketing ศูนย์กลางการตลาดออนไลน์ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




Web based Marketing ศูนย์กลางการตลาดออนไลน์

Web based Marketing ศูนย์กลางการตลาดออนไลน์

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-08-10 09:39:27

คำถามว่า "เราจะเริ่มทำการตลาดออนไลน์อย่าง “จริงจัง”
ควรจะเริ่มจากช่องทางไหน?"

ตอบอย่างไร ก็ไม่มีวันจบ เพราะตอนนี้มีแพลตฟอร์มให้เราเลือกทำการตลาดได้หลายช่องทาง

เรื่องนี้นิตยสารระดับโลกสำหรับนักการตลาดอย่าง Adweek
ได้ออกมาฟังธงว่า...

สื่งที่สำคัญในการเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง

แท้จริงต้องอาจเริ่มแนวคิด “Web-based Marketing”

(การตลาดที่ใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง)

เพราะปัจจุบัน เรามีช่องทางที่หลากหลายที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น
ไม่ว่าจะ Facebook, Twitter, LINE, Instagram ฯลฯ

เรื่องเว็บไซต์จึงอาจดูตกกระแสไป
แต่ไม่ใช่กับนักการตลาดออนไลน์ทั่วโลก

เราจึงจะมาบอกว่า
จะใช้แนวคิดนี้เป็นฐานในการทำการตลาดออนไลน์ได้อย่างไร?

มีวิธีใดบ้างที่เป็นประโยชน์?

มาดูกัน

-------------------------------------------------------

แนวคิดการใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลาง (Web-based Marketing) คือ การทำการตลาดออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์เป็นเสมือนบ้านของแบรนด์/ธุรกิจ

เพื่อเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อ, ทำโฆษณา, วัดผล

ซึ่งทำให้เราปรับแต่งเว็บไซต์ได้ตามวัตถุประสงค์ และธุรกิจของเรา

แนวคิดนี้แบรนด์ใหญ่ๆยังคงใช้เป็นประจำในทุกวันนี้

ส่วนใหญ่แบรนด์มักจะไม่ทำการตลาดโดยใช้แค่บนโซเชียลมีเดีย อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ฯลฯ อย่างเดียวอยู่แล้ว จึงต้องมีฐานที่มั่น เพื่อเริ่มต้นทำการตลาดออนไลน์

เพราะเว็บไซต์ยืดหยุ่นกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ เราสามารถออกแบบให้เหมาะกับเราเองได้

ไม่ว่าจะระบบหลังบ้าน หรือระบบหน้าบ้านของเว็บไซต์ รวมไปถึงการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มอื่นด้วย

โดยหลักๆที่นักการตลาดออนไลน์ใช้ทำกัน

มีดังนี้
.
.
1.ใช้เป็นศูนย์กลางเชื่อมต่อแพลตฟอร์มอื่น

เราไม่ปฏิเสธว่า การตลาดยุคนี้ ต้องใช้ Facebook, Google, Youtube, Twitter ฯลฯ
ซึ่งช่องทางเหล่านี้ก็ใช้ได้ผลดีเยี่ยม และก็สำคัญมากในยุคนี้

แต่การตลาดแบบ Web-based Marketing
คือการใช้เว็บไซต์เป็นฐานในการเชื่อมไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ

และให้แพลตฟอร์มอื่นๆเชื่อมต่อมายังเว็บไซต์ด้วย

ซึ่งถ้าถามว่า ทำไมเว็บไซต์ฐานที่มั่น ในการเชื่อมต่อไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆ

คำตอบง่ายๆ ให้ดูตัวอย่างจาก Google

การเกิดขึ้นของ Google ปฏิวัติเรื่องราวของเว็บไซต์ไปแทบจะสิ้นเชิง ทำให้เว็บไซต์มีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ

เพราะต้องอย่าลืมว่าคนกว่า 99.26% เริ่มหาข้อมูลจาก Google ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะเชื่อมต่อกับ Google ได้ โดยไม่มีเว็บไซต์ Google จึงกลายเป็นประตูบานแรกในการเข้าสู่เว็บไซต์

Google เรื่องเดียวก็เป็นตัวอย่างที่ดีของการทำการตลาดออนไลน์ โดยใช้เว็บไซต์เป็นฐาน และศูนย์กลาง ได้อย่างชัดเจน
.
.
2.ใช้เป็นศูนย์กลางทำโฆษณาออนไลน์

ปัจจุบัน โฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆ อย่างเช่น LINE Ads Platform, Tiktok Ads, Facebook Ads, Google Ads ล้วนมีปุ่มเชื้อเชิญ (Call to action) ที่แบนเนอร์โฆษณา เช่นปุ่ม “ซื้อเลย” หรือกดคลิกที่แบนเนอร์เพื่อเข้าสู่เว็บไซต์

คนทำการตลาดออนไลน์ส่วนใหญ่ ตั้งแต่แบรนด์เล็ก จนไปถึงแบรนด์ใหญ่ ก็มักจะสร้างระบบต่างๆได้ตามวัตถุประสงค์ เช่นระบบซื้อขายออนไลน์ ระบบลงทะเบียน ขึ้นมาเอง และเชื่อมโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่นไปยังเว็บไซต์

เวลามีคนกดปุ่มเชื้อเชิญ (Call to action) หรือกดที่แบนเนอร์

ก็จะพาผู้คลิกไปยังเว็บไซต์เพื่อซื้อของได้ทันที

ประเด็นที่พูดถึงกันบนวงการการตลาดออนไลน์คือ ระบบของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ยังไม่สามารถทำการซื้อ-ขาย ออนไลน์ ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากโซเชียลมีเดีย ที่เราต้องรอให้มีการพัฒนาฟีเจอร์ต่างๆจากแพลตฟอร์มนั้นขึ้นมาก่อน

และเมื่อพัฒนาขึ้นมา ส่วนใหญ่จะออกแบบมาแบบ “กลางๆ” เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถใช้ได้ แต่เอาเข้าจริงอาจไม่เต็มกำลังซะทีเดียว

นักการตลาดทั่วโลกจึงมองว่า การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับธุรกิจ และเชื่อมแพลตฟอร์มอื่น รวมถึงเชื่อมโฆษณา จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นต่อการทำการตลาดออนไลน์มาก

ที่สำคัญคือ
ทาง Google, Facebook, LINE, Tiktok ฯลฯ ก็เข้าใจประเด็นนี้ดี และออกแบบโฆษณามาเพื่อให้สามารถเชื่อมไปยังเว็บไซต์เราได้ แบบที่ไม่กั๊ก

นอกจากนั้น Google, Facebook ก็ยังมีคะแนนคุณภาพให้กับเว็บไซต์เราด้วย ซึ่งเว็บไซต์ที่โหลดเร็ว ระบบการใช้งานเป็นมิตรต่อผู้ใช้ เช่นเนื้อหา รูปภาพ ก็จะทำให้คะแนนคุณภาพสูงขึ้น แคมเปญโฆษณาก็จะมีคุณภาพมากขึ้นตามไปด้วย
.
.
3.ใช้เป็นศูนย์กลางวัดผลการตลาด

ข้อดีของการตลาดบนเว็บไซต์ ที่เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ทำได้น้อยกว่า

คือ...

การเก็บข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ที่เราสามารถเก็บผ่าน Cookies ได้ (ซึ่งลูกค้าต้องกดยินยอมก่อน)

ข้อมูลในส่วนนี้จะทำให้ผู้พัฒนาเว็บไซต์ เอาข้อมูล ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวลูกค้า และตัวธุรกิจได้

เพราะเราเป็นเจ้าของเว็บไซต์เอง จึงเก็บข้อมูลเองได้ตามวัตถุประสงค์ (และภายใต้กฎหมาย และความยินยอมจากลูกค้า)

ต่อมาคือ
การใช้ 1 เว็บไซต์ วัดผลได้ทั้ง Google, Facebook, Tiktok, Instagram ฯลฯ

อย่าง Facebook เราสามารถติดตั้ง Facebook Pixel

ซึ่งจะช่วยทำให้รู้ว่า ลูกค้ากดปุ่มใดบ้างบนเว็บไซต์ เช่น กดลงทะเบียนเยอะ

เราจะสามารถยิงโฆษณาโปรโมชั่นบนเฟซบุ๊กไปเฉพาะคนที่กดลงทะเบียนได้ทันที

ข้อมูลตรงนี้จะช่วยให้เราเอาไปทำโฆษณาบน Facebook ได้ง่ายขึ้น

หรือบน Tiktok เองก็มีสิ่งที่เรียกว่า Tiktok Pixel ซึ่งทำงานเหมือนกับเฟซบุ๊กเช่นกัน

อย่างบน Google เราก็สามารถติดตั้ง Google Analytics และติดตั้ง Conversion บนเว็บไซต์ได้ หรือจุดวัดผลทางการตลาด เช่น ต้องการให้เกิดยอดคนกดลงทะเบียน หรือกดซื้อ

เราก็ติดตั้งปุ่มนั้นบนเว็บไซต์ เพื่อวัดผลว่ามีคนกดลงทะเบียนกี่คน กดซื้อกี่คน เพื่อเอามาวิเคราะห์ต่อยอด

รวมถึงเราสามารถใช้ Google Analytics เพื่อบอกข้อมูลกับเราว่า คนเข้าเว็บไซต์เรามาจากที่ใด

ข้อมูลจะแสดงออกมาให้เรา เช่น มีคนเข้าเว็บไซต์จาก Facebook 500 คน หรือ มาจากทวิตเตอร์ 200 คน

เราก็จะประเมินได้ว่าช่องทางไหนที่เราควรไปทำการตลาดต่อ

การใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลางในการวัดผล จึงมีประโยชน์ในส่วนนี้นั่นเอง
.
.
4.ใช้เป็นศูนย์กลางในการสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้า

เรื่องนี้เราเห็นตัวอย่างได้ชัดเจนจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Apple

Facebook Fanpage ของ Apple วางกลยุทธ์เอาไว้ สำหรับการสร้างการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) โดยยังไม่ถึงขั้นปิดการขาย

แต่ Apple ใช้เว็บไซต์ในการทำให้ลูกค้าพิจารณาถึงสินค้า (Consideration) และไปถึงขั้นปิดการขาย (Close Sale)

ซึ่งถ้าเราเข้าไปดูในเว็บไซต์ของ Apple แล้วกดคลิกเลือก iPhone รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

สิ่งที่จะปรากฏขึ้นคือ Apple จะนำเสนอ iPhone รุ่นนั้น ให้เหมือนว่าคุณกำลังดูการพรีเซนต์มืออาชีพจาก Apple

โดยถ้าคุณเลื่อนลงไปเรื่อยๆ Apple จะนำเสนอคุณสมบัติของ iPhone ไปเรื่อยๆ ด้วยกราฟิกที่ดูสวยงาม น่าดึงดูด ซึ่ง Apple จะนำเสนอคุณจนกว่าคุณจะเลื่อน Scroll down ลงมาที่ด้านล่างสุด

เว็บไซต์จึงสามารถจัดเรียงเนื้อหา ได้ดีกว่าบนช่องทางอื่นๆ

เราจะไม่สามารถปรับแต่งสีสัน เช่น ปรับเปลี่ยนขนาดฟอนต์ ปรับเปลี่ยนสีสัน หรือปุ่ม

เพื่อสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าบนโซเชียลมีเดียได้อย่างเต็มที่เท่ากับเว็บไซต์

โซเชียลมีเดีย จึงเหมาะแก่การทำคอนเทนต์ เพื่อสร้างแรงดึงดูดมากกว่า

ซึ่งประเด็นนี้คือ เว็บไซต์ที่เราสร้าง สามารถออกแบบ UX/UI ได้ตามวัตถุประสงค์ของเรานั่นเอง

--------------------------------------------------------------

จะเห็นว่าแนวคิด ใช้เว็บไซต์เป็นศูนย์กลางการทำการตลาดออนไลน์

คือแนวคิดสำหรับ คนที่คิดจะทำการตลาดออนไลน์อย่างจริงจัง

เพราะเว็บไซต์สามารถเชื่อมไปยังแพลตฟอร์มอื่นๆได้ และใช้วัดผลทางการตลาดได้ด้วย

ที่สำคัญมากคือ เราต้องใช้ช่องทาง Facebook, Youtube, Twitter, LINE, Instagram, Google ให้อย่างเต็มกำลังที่สุดตามความเหมาะสมของธุรกิจเรา และเชื่อมไปยังเว็บไซต์
จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการทำการตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนั้นผลพลอยได้ในการมีเว็บไซต์ คือความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจแบบ B2B ดร.เอกก์ ภทรธนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้บอกไว้ชัดเจนว่า เว็บไซต์จึงค่อนข้างจำเป็นมาก รวมถึงธุรกิจประเภทอื่นก็ยังมีความจำเป็นไม่แพ้กัน ไม่ใช่เรื่องที่ตกยุค เพียงแต่ไม่ได้เป็นกระแสเท่ากับช่องทางอื่น แต่เป็นช่องทางที่่ได้ผลดีเสมอ

นอกจากนั้น เว็บไซต์ยังสามารถเป็นประตูบานแรก ที่เชื่อมโลก Offline สู่ Online ได้ด้วย

เช่น มีชื่อเว็บไซต์บนนามบัตร หรือป้ายโฆษณาบนโลก Offline จะง่ายต่อการจดจำ และยังดูน่าเชื่อถือด้วย

ดังนั้นถ้าถามว่า การตลาดออนไลน์… จริงจังแค่ไหน แค่ไหนเรียกจริงจัง ?

ตอบได้ทันทีว่า “Web-based marketing” คือ จุดเริ่มต้นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ