อยากมีลูกค้า ใช้คีย์เวิร์ด "ซื้อ" หรือ "ขาย" ดี? | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




อยากมีลูกค้า ใช้คีย์เวิร์ด

อยากมีลูกค้า ใช้คีย์เวิร์ด "ซื้อ" หรือ "ขาย" ดี?

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-07-13 11:44:49

ใช้คีย์เวิร์ด "ซื้อ" หรือ "ขาย" ทำโฆษณา Google ดี?

จะซื้อคีย์เวิร์ดขึ้นต้นด้วย “ซื้อ” หรือ “ขาย”

เป็นคำถามยอดฮิตในการทำโฆษณาบน Google Search

ยกตัวอย่าง ถ้าคุณขายกระเป๋า

คุณจะซื้อคีย์เวิร์ด “ซื้อกระเป๋า” หรือ “ขายกระเป๋า” ดี?

เรื่องนี้เราต้องตั้งคำถาม เพราะ...
หลายคนค้นหา ขึ้นต้นด้วยคำว่า “ซื้อ” เพราะต้องการซื้อ

แต่ก็มีอีกหลายคนเช่นกัน ที่ค้นหาขึ้นต้นด้วยคำว่า “ขาย”

ซึ่งอาจมีทั้งคนที่ต้องการขายกระเป๋าของตนเอง
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีคนต้องการหาร้านที่ขายกระเป๋า เพื่อซื้อด้วยเช่นกัน

เราจะมาไขข้อข้องใจในเรื่องนี้
ให้กับคนที่เริ่มทำโฆษณาบน Google Search ให้รู้เป็นพื้นฐานกัน

เพื่อให้คุณได้ลองพิจารณา ว่าจะใช้คำขึ้นต้นว่า ซื้อ หรือ ขาย
หรือใช้ทั้งสองคำ?

มาดูกัน...

----------------------------------------------

<<<< สำรวจธุรกิจตัวเอง สำรวจพฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย>>>>

เรื่องนี้อาจเริ่มพิจารณาว่า

1.ประเภทธุรกิจ/สินค้า ของเรานั้น คือธุรกิจอะไร

และที่สำคัญคือ ต้องมองในมุมกลับ คือมองในมุมของกลุ่มเป้าหมายเรา

เช่น ถ้าเราทำธุรกิจ “รับซื้อ” เราอาจต้องคิดในมุมของคนที่ค้นหา
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ธุรกิจเต็นท์รถมือสอง

คนที่ค้นหาด้วยคำว่า ซื้อรถ ส่วนใหญ่ มีความต้องการซื้อรถจริงๆ
คนที่ค้นหาด้วยคำว่า ขายรถ ส่วนใหญ่ มีความต้องการขายรถของตนเอง

ฉะนั้นถ้าเรา “รับซื้อรถ” เราต้องคิดในมุมกลับ
โดยอาจซื้อคีย์เวิร์ดคำว่า “ขายรถ”

เพราะคนที่ต้องการขายรถตัวเอง ส่วนใหญ่จะพิมพ์ค้นหาด้วยคำว่า
"เต็นท์ขายรถ" หรือ "ขายรถ"

แต่ธุรกิจที่สินค้าไม่นิยมเอาไปขายต่อ เช่น ขายพรม
ธุรกิจนี้ อาจมีคนที่ค้นหาเข้ามาว่าทั้ง ซื้อพรม และ ขายพรม เพื่อหาร้านขายพรม

เราก็อาจต้องมาพิจารณากันดูว่า พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่จะค้นหาธุรกิจเรานั้น จะค้นหาขึ้นต้นด้วยคำใด ซึ่งเราจะมาบอกให้คุณในข้อต่อไป

2.สำรวจพฤติกรรมการค้นหาของคน

การสำรวจพฤติกรรมการค้นหา มีหลากหลายวิธี
แถมพฤติกรรมการค้นหาของคน ก็แตกต่างกันออกไป

เราจึงต้องอาศัยเครื่องมือ และเทคนิค บางอย่าง
เพื่อสำรวจพฤติกรรมการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย

- สำรวจ Ads อื่นๆ บนหน้า Google Search -

วิธีนี้ คนเพิ่งเริ่มทำโฆษณา ทำได้ง่ายที่สุด
คือ ลองใช้คีย์เวิร์ด ทั้ง “ซื้อ” และ “ขาย” ต่อด้วยชื่อธุรกิจ หรือสินค้าของเรา
แล้วค้นหาไปบน Google Search

จากนั้นก็ดูว่า เราเจอโฆษณาอะไรบ้าง เราจะได้เห็นทิศทางของการใช้คีย์เวิร์ดของทั้งตลาด
และเห็นทิศทางของเรา และคู่แข่งด้วย

ซึ่งนอกจากนั้น เรายังสามารถดูคำอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับคำที่คนค้นหาได้ด้วย อาจมีคำใหม่ที่นอกจากคำว่า ซื้อ และ ขาย เข้ามาเป็นไอเดียให้เราได้ด้วย ซึ่งเราสามารถดูได้ด้านล่างสุดของหน้า Google Search


- ใช้ Google Keyword Planner เป็นตัวช่วย -

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้น ฟีเจอร์ตัวนี้เป็นของ Google เราเข้าไปใช้ได้ในแคมเปญบนเว็บไซต์ Google Ads

ประโยชน์ของมันคือ เมื่อเราพิมพ์คีย์เวิร์ดเข้าไป ตัว Keyword Planner ก็จะบอกเราว่า
คำที่เรากำลังสนใจซื้อ มีคนค้นหามาบน Google มากน้อยเท่าไร และมีอัตราการแข่งขันที่สูงหรือไม่

ซึ่งหากเราใช้ฟีเจอร์นี้ เราก็พิจารณาได้ว่า คำว่า ซื้อ หรือ ขาย คำใดมีคนค้นหาเข้ามาเยอะ
ที่สำคัญ เราอาจเจอคีย์เวิร์ดอื่นที่มีคนค้นหาเข้ามาจริงแล้วฮิตกว่าคำว่า ซื้อ หรือ ขาย ก็เป็นได้

นอกจาก Google Keywords Planner เราอาจใช้ Google Trends เพื่อดูกระแส หรือความฮิตของคำค้นหา ในช่วงเวลานั้นประกอบไปด้วยได้ และยังมีเครื่องมือช่วยแนะนำอีกมากมายให้เราได้ลองใช้

<<<< แล้วเราจะมีทางออกอย่างไรบ้าง? >>>>


1.ใช้ทั้งสองคำ

หากเราศึกษา ทำการบ้าน มาแล้ว
แล้วพบว่า ธุรกิจเรามีคนค้นหาเข้ามาด้วยคำว่า ซื้อ และ ขาย พอๆกัน

เราอาจซื้อทั้ง 2 คีย์เวิร์ดนี้ไปเลยก็ได้

หลังการทำโฆษณาไปสักระยะหนึ่ง เราจะเห็นปริมาณการค้นหาที่แท้จริงเข้ามาในเมนู Search Term

ให้เราลองดูใน Search Term ว่า

- คำใดที่มีค่า CTR (อัตราคลิกต่อการแสดงผล) สูงที่สุด
- คำใดที่ให้ค่า Conversion (จุดวัดผลที่เรากำหนด) ดีที่สุด

ถ้าผลลัพธ์ไม่ต่างกันมาก ก็อาจใช้ทั้งสองคำ
แต่ถ้าผลลัพธ์ต่างกันอย่างเห็นได้ ก็อาจเลือกคำใดคำหนึ่งไปเลย

2.ให้ Text Ads ช่วยเสริมความชัดเจน

อันที่จริงคำว่า “ซื้อ” และ “ขาย” อาจไม่ใช่ปัญหาก็เป็นไปได้

คำแนะนำจากทีมงาน คือ
ไม่ว่าคนจะค้นหาเข้ามาด้วยคำว่า ซื้อ หรือ ขาย ก็ตาม

ถ้า Text Ads เราชัดเจนก็จะช่วยทำให้เราได้กลุ่มเป้าหมายที่ตรงขึ้น

เช่น ถ้าเราทำธุรกิจที่เน้นการรับซื้อ เช่น รับซื้อรถมือสอง

เราก็อาจใช้ Text Ads ว่า “รับซื้อรถมือสอง ให้ราคาดี ประเมินเร็ว”

ทีนี้ไม่ว่าใครจะค้นหาด้วยคำว่าอะไรแล้วมาเจอโฆษณาเรา ทุกจะรู้ได้ทันว่า เรารับซื้อรถมือสอง

ต่อให้ใครพิมพ์เข้ามา เพราะจะซื้อ หรือ ขาย เราก็กังวลได้น้อยลงแล้ว

Text Ads จึงช่วยเราได้ดีมากในเรื่องนี้ เพราะเป็นการบอกคนที่ค้นหาเข้ามาว่าทำธุรกิจอะไร และเป็นใคร

Text Ads ดี จึงมีชัยไปกว่าครึ่ง

----------------------------------------------

สุดท้ายต้องอย่าลืมว่า คนค้นหาบน Google มีจุดประสงค์ และพฤติกรรม 108 จนเราไม่สามารถตีความได้ 100% ว่าคนที่ค้นหาเข้ามามีจุดประสงค์เพื่อการซื้อ หรือขายอย่างเดียว

การศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรม รวมถึงหาเครื่องมือมาเป็นตัวช่วย เป็นเรื่องที่เราควรทำที่สุด และอย่าลืม ปรับ Text Ads เพื่อความชัดเจนของธุรกิจเราด้วย

ถ้าคุณตีโจทย์แตก และลองศึกษาเรื่องนี้
รับรองโฆษณาคุณก็จะปังแน่นอน









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ