เวลากี่วินาที ที่คนตัดสินใจเป็นลูกค้าคุณ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




เวลากี่วินาที ที่คนตัดสินใจเป็นลูกค้าคุณ

เวลากี่วินาที ที่คนตัดสินใจเป็นลูกค้าคุณ

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-06-07 18:02:24

เชื่อไหม? คนไทยใช้เวลาบนอินเตอร์เน็ต
เป็นอันดับ 3 ของโลก
โดยเฉลี่ยที่ 9 ชั่วโมง ต่อวัน

ซึ่งในเวลานี้แบ่งหลักๆออกเป็น การใช้งานบนเว็บไซต์,
การท่องโซเชียลมีเดีย, การชมวิดีโอบนแพลตฟอร์มต่างๆ,
การค้นหาข้อมูลบน Google,

เวลา 9 ชั่วโมงที่ดูเหมือนจะเยอะนี้
แต่ด้วยจำนวนคอนเทนต์ที่มีเยอะมากในปัจจุบัน
รวมไปถึงชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ

ทำให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเห็นคอนเทนต์ และโฆษณาบนแพลตฟอร์มต่างๆ เพียงช่วง “วินาที”

เราจึงจะมาดูกันว่า

“ในเวลา กี่วินาที ในการตัดสินใจ ชมคอนเทนต์ และโฆษณา”

โดยเราจะแบ่งออกเป็น
1.วินาทีที่ตัดสินใจ ที่จะหยุดดูคอนเทนต์บนเฟซบุ๊ก
2.วินาทีที่ตัดสินใจ เข้า/ออก เว็บไซต์
3.วินาทีที่ตัดสินใจ เลือกดูหรือกดข้ามโฆษณาบนยูทูป
4.วินาทีที่ตัดสินใจ คลิกลิงค์โฆษณาบนหน้าแรกของ Google Search

เพื่อให้คุณเอาไปใช้ประโยชน์ในการนำเสนอเนื้อหาของคอนเทนต์
และโฆษณา ให้ตรงจุด และดึงดูดลูกค้าให้ได้ดีที่สุด



---15 วินาที คือเวลาที่คนส่วนใหญ่ตัดสิน
ใจใช้เวลาอยู่บนหน้าเพจเว็บไซต์---

เวลา 15 วินาทีนี้ เป็นเวลาเฉลี่ย ที่คนจะอยู่บนเว็บไซต์ ซึ่งนับว่าน้อยมาก

โจทย์นี้กลายเป็นเรื่องใหญ่จนต้องมีการออกแบบ UX/UI เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการท่องเว็บ
หรือพูดง่ายๆ คือทำอย่างไรให้เว็บไซต์ มีความน่าสนใจ น่าดึงดูด ที่สุด

ความสำคัญของเรื่องนี้ มีองค์ประกอบหลักๆ คือ
1.ข้อมูลครบถ้วน ตามที่ลูกค้าต้องการหรือไม่?
2.ความเร็วเพียงพอต่อการโหลดหน้าเว็บเพจหรือไม่?
3.มีระบบอำนวยความสะดวกสำหรับการซื้อ/ขาย หรือไม่? (กรณีของเว็บไซต์ E-Commerce)

เราจึงต้องดูว่า เวลาสร้างเว็บไซต์ ลูกค้าต้อง “ท่องเว็บ” ไม่ใช่ “เข้าเว็บ”

ทางที่ดีควรจะจัดโฟลว์ของเว็บไซต์ (Flow) ก่อนลงมือสร้างเว็บไซต์ เพื่อคาดคะเนว่า เมื่อลูกค้าเข้าเว็บไซต์เรา จะไปคลิกที่หน้าไหนต่อ และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ลูกค้าออกจากเว็บโดยไม่จำเป็น

เช่น การบังคับให้กดสมัครสมาชิกบนเว็บไซต์ก่อนอ่านเนื้อหาต่อ ก็อาจทำให้คนกดออกจากเว็บคุณได้









---6 วินาที คือเวลาตัดสินใจ ว่าจะดูวิดีโอต่อหรือไม่ บน Facebook---

โดยเฉพาะในปัจจุบันมีคนดูวิดีโอผ่านเฟซบุ๊กเกือบ 1 พันล้านคนทั่วโลก

และในจำนวนนี้ 140 ล้านคน ใช้เวลาดูเฉลี่ย 26 นาที ต่อวัน ที่จริงนับว่าเป็นเวลาที่ไม่น้อยเลย

แต่เวลาตัดสินใจที่ดูวิดิโอบนเฟซบุ๊ก คนไทยใช้เวลาเพียง 6 วินาที ในการตัดสินใจว่าจะดูวิดีโอนั้นต่อหรือไม่

หลังผ่านไป 6 วินาที ถ้าไม่มีอะไรน่าสนใจ คนจะกดออกจากวิดีโอนั้นแล้วไปหาสิ่งใหม่ๆดูในทันที

โดยปัจจัยที่คนจะดูวิดีโอนั้นต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเนื้อหา และความยาว ของวิดีโอ เป็นหลัก

เฟซบุ๊กถึงกับมาแนะนำเองว่า ให้สร้างวิดีโอสั้นๆ อาจจะเพียง 15 วินาที ซึ่งต้องสื่อสารให้กระชับ ได้ใจความที่สุด ก็เพียงพอ เพราะที่ผ่านมามีกรณีศึกษาวิดีโอที่ 2-3 วินาที ที่พิสูจน์มาแล้วว่า ประสบความสำเร็จ
 
 
 





---5 วินาที คือเวลาเฉลี่ยที่คนตัดสินใจ ว่าจะดูโฆษณาบน Youtube ต่อหรือไม่---

คนไทยใช้เวลาเฉลี่ยบน Youtube 3.34 ชั่วโมงต่อวัน
นับว่าเป็นเวลาเฉลี่ยที่ค่อนข้างนานสำหรับการอยู่บนแพลตฟอร์มหนึ่ง

แต่ปัจจุบัน จะมีวิดีโอโฆษณาขึ้นมาก่อนเริ่มดูคลิป ซึ่งก็มีหลายแบบตั้งแต่ 30 วินาที หรือ 1 นาทีเป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการทำโฆษณา

แต่ที่จริงมีผลวิจัยว่า เพียง 5 วินาที ก็เพียงพอ แต่การสื่อสาร ไม่ต่างกับวิดีโอยาว ส่วนจะทำให้คนรู้สึกอินได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการออกแบบเนื้อหา

Youtube จึงออกโฆษณาแบบ 5 วินาที ที่เรียกว่า True View มาเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมนี้ และไม่สามารถกด Skip ข้ามได้

ตรงกับที่ Google ที่บอกว่า หากต้องการให้คนดูเกิน 5 วินาที ต้องทำวิดีโอที่ดึงดูดให้คนสนใจมากขึ้น

Google เข้าใจจุดนี้ จึงออกปุ่ม Skip สำหรับวิดีโอที่มีความยาวเกิน 5 วินาที เพื่อให้ผู้ชมได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง

ดังนั้น การทำโฆษณาบนยูทูป ไม่ว่าจะ5 วินาที จนถึง2 นาที ก็จำเป็นต้องสื่อสารให้ครบถ้วน กระชับ และสื่อสารให้ได้ตรงจุดที่สุด
 
 
 
 





---4.5 วินาที คือเวลาเฉลี่ยที่ลูกค้าตัดสินใจ ซื้อของบนโลกออนไลน์---

เรื่องนี้มาจากทฤษฏี Moment of Truth ของ Jan Carlzon เมื่อปี 1980

ที่บอกว่า “First Moment of Truth” เกิดขึ้นเวลาที่คนมองหาสินค้าที่หน้าร้าน
และกำลังตัดสินใจว่าจะซื้อหรือไม่
ซึ่งพนักงานขายจะมีผลมากในเรื่องนี้

ทฤษฏีนี้จึงมีข้อสรุปว่า ช่วงวินาทีที่คนตัดสินใจว่าจะ “ซื้อ/ไม่ซื้อ” ใช้เวลาเพียงเฉลี่ย 4.5 วินาที

แต่เมื่อปี 2011 Google บอกว่า ที่จริงมีสิ่งที่เรียกว่า Zero moments of truth ด้วย

นั่นคือกระบวนการตัดสินใจซื้อตั้งแต่ก่อนจะเห็นสินค้าจริงด้วยซ้ำ

เพราะผู้บริโภคสมัยนี้นิยมหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ตก่อนลงมือซื้อ

เมื่อปี 2016 นิตยสาร Forbes ได้ตีพิมพ์บทความว่า
ที่จริงทฤษฏีนี้ พอมาในยุคออนไลน์ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน

เพราะแม้โลกโดยส่วนใหญ่ แม้ไม่มีพนักงานขาย แต่คนมักจะหาข้อมูลเองมาก่อนที่จะตัดสินใจซื้ออยู่ดี ซึ่งก่อนจะคลิกซื้อ คนจะใช้เวลาตัดสินใจเฉลี่ย 4.5 วินาที เช่นกัน

เรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดมาก เพราะเราต้องกลับไปดูว่า กว่าที่กลุ่มเป้าหมายจะตัดสินใจมาเป็นลูกค้าเรา ผ่านการพบเจอข้อมูลสินค้าเรามาแบบไหน และอย่างไร บนช่องทางใด

เพื่อที่เราจะได้เอาไปพัฒนา ต่อยอดการทำคอนเทนต์ โฆษณา และการขายได้ในอนาคต
 
 
 
 
 





---4 วินาที คือเวลาเฉลี่ยในการตัดสินใจ คลิกลิงค์โฆษณาบนหน้าแรกของ Google Search---

มีงานวิจัยที่ศึกษา กว่า 85,000 กรณี เรื่องการมองเห็นโฆษณาบน Google

พบว่าการมองเห็นโฆษณาบน Google ต้องใช้หลัก “วินาทีต่อวินาที”

ซึ่งไม่ต่างกับการมองเห็นโฆษณาบนแพลตฟอร์มอื่น

ซึ่ง 2 วินาทีแรกหลังข้อมูลปรากฏ คนจะตัดสินใช้เวลาสแกนลิงค์ว่า ลิงค์ไหนน่าจะสนใจ

และหลังจากนั้นประมาณไม่เกิน 5 วินาที คนจะตั้งใจว่าจะเข้าไปลิงค์ไหน

ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่ความน่าสนใจของ Text Ads หรือคำโฆษณา
เพราะคน 49% จะคลิกลิงค์โฆษณาของเราจาก Text Ads

และ Text Ads ที่ดีจะเพิ่มอัตราการคลิกได้มากถึง 23 %

เราจึงต้องหันไปปรับ Text Ads เพื่อดึงดูดลูกค้า เช่น การมีข้อความ Call to Action
ซึ่งมีงานวิจัยบอกว่า Call to Action ที่ดี อาจเพิ่มอัตราการคลิกได้มากถึง 121%

และในทุกๆ 10 วินาที มีคนค้นหาข้อความบน Google เกือบ 1,000,000 ครั้ง

การทำโฆษณาบน Google จึงถือเป็นช่องทางอมตะที่น่าสนใจไม่น้อยสำหรับนักการตลาดที่ควรพิจารณา
 
 





---3 วินาที คือเวลาที่คนส่วนใหญ่ตัดสินใจออกจากเว็บไซต์ ถ้าโหลดไม่สำเร็จ---

คน 74% คิดว่า เว็บไซต์บนโลกนี้ยังโหลดช้าอยู่

อันที่จริงเว็บไซต์ในปัจจุบันก็ถือว่าโหลดเร็วขึ้นกว่าแต่ก่อนมากแล้ว แต่ด้วยอินเตอร์เน็ตในยุคปัจจุบันมีความเร็วสูง

เรืองนี้สะท้อนผ่านผลสำรวจ ว่า คน 47% ต้องการให้เว็บโหลดเสร็จภายใน 2 วินาทีถ้าเป็นไปได้

ในประเทศไทย อัตราการโหลดยังช้ากว่าต่างประเทศอยู่ แต่ลูกค้าเองก็ต้องการให้โหลดเว็บเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งมีปัจจัยมากมายที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้า เช่น มีไฟล์ข้อมูลบนเว็บไซต์เยอะ ไปจนถึงปัจจัยด้านเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งเราต้องกลับไปสำรวจดูให้ดี

ซึ่งเราสามารถเช็คความเร็วของเว็บไซต์ได้ โดยการพิมพ์ “Website Speed Test” ลงบน Google ซึ่งจะเต็มไปด้วยเว็บไซต์ที่มีบริการวัดความเร็วของการโหลดหน้าเพจเป็นจำนวนมาก หรือติดตั้ง Google Analytics บนเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้เราเห็นข้อมูลความเร็วในการโหลดหน้าเพจของเว็บไซต์ได้








---1.7 วินาที คือเวลาตัดสินใจ ว่าจะหยุดดูคอนเทนต์นั้นหรือไม่ บน Facebook---

เฟซบุ๊กประเทศไทยเผยว่า คนไทยจะใช้เวลา 1.7 วินาที เพื่อพิจารณาว่า ควรจะหยุดดูคอนเทนต์นั้นบนหน้าเฟซบุ๊ก หรือไม่

ซึ่งนับว่าเป็นเวลาที่สั้นมาก

แต่.. ไม่ใช่ทุกโพสต์ที่ใช้เวลา 1.7 วินาที เพราะสิ่งที่จะทำให้คนเปลี่ยนจาก 1.7 วินาทีนี้เป็น 5นาที ไปจนถึง 10 นาทีได้ ก็คือ “คอนเทนต์ที่โดนใจผู้บริโภค

เพราะเฟซบุ๊กบอกว่า อยากให้ทุกคนคิดทบทวนงานสร้างสรรค์โฆษณาบนเฟซบุ๊กที่เหมาะกับการใช้งานของผู้บริโภค เพราะโลกเปลี่ยนไปแล้ว และ “เปลี่ยนทุกวัน”

ดังนั้นการออกแบบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบรูปภาพ การใช้สี การใช้ฟอนต์ หรือคำโฆษณาที่สะดุดตา จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย
 
 
 








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ