5 ข้อที่ไล่ลูกค้าออกจากเว็บคุณ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




5 ข้อที่ไล่ลูกค้าออกจากเว็บคุณ

5 ข้อที่ไล่ลูกค้าออกจากเว็บคุณ

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-06-07 17:38:42

ความเคลื่อนไหว บนโลกออนไลน์ นับกันเป็นหลัก “วินาที”

เชื่อไหม? มีหลักฐานว่าเพียงแค่ 1 วินาที ก็ทำให้คนหายจากเว็บคุณหมดได้

ปัญหานี้เกิดได้จากเหตุผลร้อยแปด

และเป็นเรื่องที่น่ากังวล ที่ต้องแก้ไขให้เร็วที่สุด

ในคราวนี้ เราจะมาบอกถึงปัญหาหลักๆ

เพื่อให้คุณเอาไปใช้ปรับปรุงเว็บไซต์

จะมีอะไรบ้าง มาดูเลย

-------------------------------------------------------

<<<< 1.ไม่เจอข้อมูล หรือสินค้าที่มองหา >>>>>

44% ของคนที่เข้าเว็บไซต์ จะกดออกจากเว็บไซต์ทันที ถ้าไม่มีพบข้อมูลที่ต้องการ

จุดประสงค์ของการสร้างเว็บไซต์ธุรกิจ โดยส่วนใหญ่

ออกเป็น 2 แบบ คือ
1.เพื่อนำเสนอตัวตนของสินค้า และแบรนด์
2.เพื่อซื้อขายสินค้า (E-Commerce)

ดังนั้น คนที่เข้ามาบนเว็บไซต์ ต้องการหาข้อมูลเกี่ยวกับ กิจการ/บริษัท, สินค้า หรือบริการของแบรนด์ รวมไปถึง
ซื้อสินค้าและบริการของเรา

การที่เรา"ไม่มีข้อมูล" ที่คนเข้าเว็บต้องการ เช่น
1.ข้อมูลของธุรกิจที่ชัดเจน
2.รายละเอียดของสินค้า
3.ราคา
4.ช่องทางติดต่อ/สั่งซื้อ

ขาดสิ่งเหล่านี้ รับรองว่าผู้ใช้งานเว็บไซต์หนีหาย ออกจากเว็บไซต์แน่นอน

วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ยาก คือ การหมั่นสำรวจว่าบนเว็บไซต์ของคุณมีข้อมูลของสินค้า และบริการมากเพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้งานเว็บไซต์ รวมถึงหมั่นอัพเดทเว็บไซต์อยู่เสมอ

-------------------------------------------------------

<<<< 2.ไม่เป็นมิตร กับจอมือถือ >>>>

งานวิจัยของ Adobe ให้ข้อมูลน่าตกใจว่า 80%

ของนักการตลาดไม่มีกลยุทธ์รองรับเว็บไซต์บนมือถือ

นั่นหมายความว่า เราอาจกำลังเดินหลงทิศอยู่หรือเปล่า?

เพราะ…
96% คือ จำนวนคนที่ใช้มือถือ ใช้ Google
ในการค้นหาเว็บไซต์

57% คือ จำนวนคนที่เข้าเว็บไซต์ผ่านมือถือ
50% คือ จำนวนคนที่ใช้มือถือในการซื้อของออนไลน์
ผ่านเว็บไซต์

แต่หลายเว็บไซต์ กลับยังไม่รองรับการแสดงผลบนมือถือ (Moblie Friendly)

เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

เพราะ 61 % ของคนชมเว็บไซต์จะกดออกทันที
ถ้าเห็นว่าเว็บไซต์แสดงผลไม่พอดีกับจอมือถือ

วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือ ต้องออกแบบเว็บไซต์ให้เป็น Responsive ซึ่งเป็นการทำเว็บไซต์ให้รองรับกับทุกขนาดหน้าจอ

-------------------------------------------------------

<<<< 3.เว็บไซต์ใช้งานยาก >>>>

94% ของผู้ใช้เว็บไซต์ จะรู้สึกสับสน หากเว็บไซต์ใช้งานยาก
ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนออกจากเว็บไซต์ทันที

เรื่องนี้เป็นโจทย์ยาก ของนักออกแบบเว็บไซต์
ในทุกยุค ทุกสมัย

ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ยาก หลักๆมีอยู่ไม่กี่อย่าง เช่น
1.เมนูมีจำนวนมากจนเกินไป
2.ขั้นตอนการสั่งซื้อสินค้าซับซ้อน
3.ขั้นตอนการสมัครสมาชิกยุ่งยาก
4.มีการใช้ภาษาไทยปนอังกฤษเยอะ
5.หน้าเพจมีความยาวมากเกินไป

การออกแบบให้เว็บไซต์ใช้งานง่าย ไม่มีกฎตายตัว
แต่ที่ตายตัวคือผู้ใช้เว็บไซต์ต้องรู้สึกสะดวก และไม่สับสนขณะที่กำลังใช้งานเว็บไซต์เราอยู่

วิธีแก้ปัญหาเรื่องนี้ คือ ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์ควรทำแผนผังเว็บไซต์ (Site Map) ซึ่งจะรวมไปถึงการวางหัวข้อ เช่น ใน
“ หน้าสินค้า ” จะมี 3 เมนูย่อย คือ สินค้าใหม่ สินค้ายอดนิยม สินค้าแนะนำ และข้อมูลที่จะลงในแต่ละหน้าเพจควรกำหนดกรอบการวางข้อความ และรูปภาพไว้

-------------------------------------------------------

<<<< 4.เว็บไซต์มี Pop up เด้งขึ้นมารบกวน >>>>

Pop up คือ กล่องข้อความหรือรูปภาพที่ เด้งขึ้นมาระหว่างที่คนกำลังใช้งานเว็บไซต์

ที่จริงการใช้ Pop up ไม่ใช่สิ่งที่ผิด

เพราะ ข้อดีของ Pop up คือ ช่วยทำให้ธุรกิจคุณมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมายได้เฉลี่ย 11 %
และยังช่วยเพิ่มอัตราการคลิกได้สูงสุดถึง 9.28 %

แต่อีกด้าน ก็มีหลายเสียงของผู้ใช้งานเว็บไซต์ที่บ่นว่า
Pop up สร้างความน่ารำคาญ

หลายคนบอกว่า กำลังดูเว็บไซต์เพลินๆ กลับเจอ Pop up
เด้งขึ้นมาขัดจังหวะ

เช่น Pop up ที่ไม่มีปุ่มปิด หรือ ที่ขึ้นมาเกือบจะเต็มหน้าจอ

การแสดงผล Pop up ที่ดี ก็มีหลักการอยู่

คือ ต้องแสดงมาขึ้นให้ถูกที่ ถูกเวลา
เช่น แสดงขึ้นเมื่อเข้าเว็บไปแล้ว 2 นาที หรือกำหนด
ไม่ให้ Pop up ตามเราที่ไปทุกหน้าเพจ

วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือ ก่อนที่จะทำ Pop up
ให้ตั้งวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

เช่น Pop up โปรโมชั่น อาจตั้งเวลาแสดงผลหลังจากให้คนเข้าเว็บไป ศึกษาข้อมูลบนเว็บไซต์ก่อน
หรือ Flash Sale อาจขึ้นมาตั้งแต่แรกเพื่อกระตุ้นการปิดการขาย ก็ทำได้

-------------------------------------------------------

<<<< 5.เว็บไซต์โหลดช้า >>>>

ไม่น่าเชื่อว่า
คน 74% คิดว่า เว็บไซต์บนโลกนี้ยังโหลดช้าอยู่
คน 40% เห็นว่า ถ้าเว็บไซต์โหลดช้าเกิน 3 วินาที

อาจกดออกจากเว็บไซต์นั้น

คน 47% บอกว่า ถ้าเลือกได้ อยากให้เว็บไซต์โหลดเสร็จภายใน 2 วินาที หรือน้อยกว่านั้น

ที่ตะลึงคือ ถ้าหน้าเพจบนเว็บไซต์ E-Commerce
โหลดช้าเพียงแค่ 2 วินาที ก็สามารถทำให้เว็บไซต์นั้น
สูญเสียเงิน 7 % ของรายได้ทั้งหมดต่อปี

โดยเราสามารถเช็คความเร็วการโหลดเว็บไซต์ได้ง่ายๆ เพียงแค่ค้นหาคำที่เกี่ยวกับ “Website Speed Test”

ส่วนสาเหตุนั้นมีหลายปัจจัย เพราะอาจเกิดจากผู้ใช้งานเว็บเอง เช่น ความเร็วอินเตอร์เน็ต หรือ Browser ที่ใช้

หรือ สาเหตุจากเจ้าของเว็บไซต์ เช่น รูปภาพบนเว็บไซต์เยอะ ไป จนถึงเซิร์ฟเวอร์รองรับการใช้งานไม่ไหว เพราะมีคนแห่เข้ามาเยอะในเวลาพร้อมๆกัน

วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ เราจึงขอแนะนำเฉพาะในส่วนที่เจ้าของเว็บไซต์สามารถทำได้เลย คือ ต้องกลับไปเช็ครูปภาพ วิดีโอ บนเว็บไซต์ของคุณว่ามีมากไปหรือไม่ เพราะถ้ายิ่งรูปเยอะ วิดีโอเยอะ ก็จะทำให้เว็บไซต์เราหนัก และโหลดช้าขึ้น

-------------------------------------------------------

<<<< 6.เล่นเพลง, วิดีโอ แบบอัตโนมัติอย่างผิดที่ ผิดเวลา >>>>

90% ของคน ไม่เพียงแต่กดออกจากเว็บไซต์ แต่จะรู้สึกรำคาญเวลาที่มีการเล่นเพลง หรือวิดีโอแบบอัตโนมัติ ที่ขึ้นมาอย่างผิดที่ ผิดเวลา

ในสมัยก่อนเว็บที่เล่นเพลง และวิดีโอแบบอัตโนมัติมีเยอะ แต่สมัยนี้มีข้อมูลยืนยันว่า การทำแบบนี้แทบเหมือนเป็นการไล่ผู้ใช้งานเว็บไซต์ออกไปแทบจะทันที

การเล่นเพลงบนเว็บไซต์เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำเด็ดขาดสำหรับเว็บไซต์ธุรกิจ

แต่สำหรับการเล่นวิดีโอนั้น ถ้าเป็นวิดีโอที่ไม่มีเสียง
ก็สามารถใส่เข้าไปบนเว็บไซต์ได้

เพราะปัจจุบันการพัฒนาการใส่วิดีโอบนเว็บไซต์มีลูกเล่นที่ทำให้ไม่รบกวนผู้ใช้งานหลากหลาย เช่นการฝังวิดีโอลงไปบนพื้นหลัง ที่ช่วยดึงดูดภาพจำของคนได้ดี แต่ต้องวางให้ถูกตำแหน่ง ไม่รบกวนผู้ใช้งานเว็บไซต์จนเกินไป

วิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ คือ อย่าใส่การเล่นเพลงแบบอัตโนมัติลงไปบนเว็บไซต์

ส่วนการเล่นวิดีโอแบบอัตโนมัตินั้นในปัจจุบันมีการเอาวิดีโอไปฝังไว้บนพื้นหลังเพื่อให้เกิดความสวยงาม ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ดี แต่ต้องระวังไม่ให้วิดีโอมีเสียง หรืออาจใช้วิธีอัพโหลดบน
ยูทูป แล้วนำโค้ดมาฝังลงบนเว็บไซต์แทน

-----------------------------------------

ทั้งหมดนี้เป็นปัญหาหลักๆ ที่หากเราทำไป
จะเหมือนเป็นการไล่คนออกจากเว็บไซต์แบบทางอ้อมทันที !

แต่ในท้ายสุดนี้ เราขอแนะนำให้รู้จักกับเครื่องมือที่จะมาช่วยเราอีกชิ้น

นั่นก็คือ “Google Analytics” ที่เพียงแค่เอาโค้ดไปติดตั้งบนเว็บไซต์ ก็จะสามารถวัดผลได้หลายอย่าง เช่น ดูอัตราความเร็วการโหลดเว็บไซต์, ดูที่มาว่าคนเข้าเว็บไซต์เราจากมือถือ หรือบนคอม, ดูว่าคนเข้าเว็บอยู่ที่หน้าเพจไหนนานที่สุด และคลิกไปหน้าไหนต่อ

Google Analytics จึงเป็นเครื่องมือที่น่าสนใจ ถ้าหากเราอยากพัฒนาปรับปรุงเว็บไซต์ธุรกิจเราให้มีประสิทธิภาพ

ว่าแล้วก็อย่าลืมกลับไปเช็คเว็บไซต์ตัวเองดู
จะได้รู้ก่อนใคร แก้ไขได้ทันที









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ