Negative Keywords ยิ่งบล็อก ยิ่งเห็นผล | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




Negative Keywords ยิ่งบล็อก ยิ่งเห็นผล

Negative Keywords ยิ่งบล็อก ยิ่งเห็นผล

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2020-05-25 09:45:02

โจทย์ใหญ่ ของการทำโฆษณาบน Google ให้เห็นผล
ไม่ใช่การที่ “ให้ใครก็ได้มาคลิกโฆษณาเราให้เยอะที่สุด”
.
แต่กลับเป็น “ทำยังไงให้กลุ่มเป้าหมาย มาคลิกโฆษณาเรา”
เพราะ Google เก็บเงินเรา จากการที่มีคนมาคลิกโฆษณา
.
ซึ่งคงไม่มีใครบนโลก อยากทำโฆษณา และเสียเงินเยอะ แบบไม่เห็นผลด้วย
.
แต่โจทย์ใหญ่นี้ หนึ่งในวิธีจัดการที่สำคัญมาก คือ
การทำ Negative Keyword หรือที่เรียกว่าการบล็อก Keywords .

ซึ่งยิ่งเราบล็อก เพื่อกีดกันคำที่ไม่เกี่ยวกับเราไปบ่อยๆเท่าไหน ก็จะยิ่งเห็นผลเท่านั้น !
.
แต่จะเพราะอะไร และเป็นอย่างไรนั้น
มาดูคำตอบกัน

---------------

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า ถ้าเราอยากให้กลุ่มเป้าหมายค้นมาเจอโฆษณาเรา เบื้องหลังที่เราต้องทำบนแคมเปญคือ การควบคุมคำ หรือ การควบคุมKeywords
.
เพราะถ้าเราไม่ควบคุม Keywords ระบบจะทำให้โฆษณาของเราไปโชว์แบบกว้างๆ
.
เช่น ถ้าเราขาย รองเท้าหนังผู้ชาย แล้วจะโฆษณาด้วย Keywords หลักคำนี้
คนที่ค้นหาคำว่า รองเท้าผู้หญิง รองเท้าหนังบูท หรือแม้แต่ รองเท้าลำลอง ก็อาจเจอโฆษณารองเท้าหนังผู้ชายของเราด้วย
.
ที่เป็นแบบนี้เพราะ Google มีระบบหมวดหมู่ของ Keywords ที่ใกล้เคียงกัน
ซึ่งที่จริงเป็นระบบที่ดีมาก เพราะระบบนี้จะพาผู้มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆที่มีความสนใจสินค้าที่ใกล้เคียงกับสินค้าของเรา มาเจอโฆษณาเรามากขึ้น เป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายให้เราได้

แต่ในทางกลับกัน หากเรายังไม่มีสินค้าประเภทนั้นเราจะทำยังไงเพื่อที่จะบอกให้ Google ให้รู้ว่า
“เราไม่ต้องการให้คนค้นคำที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าเรา มาเจอโฆษณาของเราอีก?”
.
การทำ “Negative Keyword” จึงกลายมาเป็นคำตอบของเรื่องนี้
.
เพราะ Negative Keyword คือการทำให้ Google รู้ว่า ไม่ต้องไปแสดงโฆษณาของเรากับคนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย โดยการที่กีดกัน หรือบล็อก Keywords ที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าเราออกไปจากแคมเปญโฆษณาเรา
.
เช่น ถ้าเราขาย รองเท้าหนังผู้ชาย เราก็ต้องเอาคำว่า รองเท้าส้นสูง, รองเท้าเด็ก และคำอื่นๆที่ไม่เกี่ยวกับสินค้าเรา ออกไปอยู่ในในหมวดหมู่ของ Negative Keyword เพราะยังไงเราก็ไม่มีรองเท้าส้นสูง กับรองเท้าเด็ก ขายอยู่ดี
.
คนที่ค้นหาคำว่า รองเท้าส้นสูง รองเท้าเด็ก ก็จะไม่เจอโฆษณารองเท้าผู้ชายของเรา

------------------

ส่วนเราจะเริ่มทำ Negative Keyword อย่างไร ก็ไม่ยาก
.
เริ่มจากเราต้องวิเคราะห์ และสำรวจก่อนว่าเรากำลัง ขายอะไร? และ ให้กับใคร?

เช่นถ้าเราขายรองเท้าหนังผู้ชายเราก็ต้องวิเคราะห์แล้วว่า เราไม่ได้ขาย รองเท้าหนังผู้หญิง, รองเท้าหนังเด็ก, รองเท้าหนังบูท แน่ๆ เราอาจจดบันทึก แล้วเอาไปใส่ใน Negative Keyword ได้เลย
.
แต่ถ้ายังคิดไม่ออก
Google เองก็จะมีข้อมูลให้เรา เช่นถ้าเราไปค้นหา สินค้าของเราจริงๆบน Google แล้วเลื่อนลงมาข้างล่างสุดในหน้านั้นก็จะแสดง “คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง” ซึ่งเป็น “คำ” ที่มีคนค้นหาจริงๆในหมวดหมู่ของสินค้าเรา
.
ซึ่งถ้าเราดูแล้ว พบว่ามันไม่เกี่ยวกับสินค้าเรา ก็จด Keywords พวกนี้เอาไว้ไปใส่ใน Negative Keyword ได้เลย
.
และถ้ายังต้องการไอเดียของ Keywords ที่อยากจะบล็อกออกจากโฆษณาเราไปอีก เราก็ยังมีตัวช่วยอีกอย่างคือ "Search Term" ซึ่งจะอยู่บนหน้าแคมเปญโฆษณาของเรา
.
Search Term จะทำให้เรารู้ว่า Keywords ที่มีคนค้นหาเข้ามาจริงๆ แล้วมาเจอโฆษณาของเรา คือคำว่าอะไร ซึ่งอาจมีคำที่ไม่เกี่ยวข้องกับสินค้าเราเข้ามา เราก็ต้องเอาไปใส่ไว้ใน Negative Keyword

และยิ่งถ้าเข้ามาสำรวจ เราก็จะพบว่า จะมี Keywords แปลกๆใหม่ๆเข้ามาเรื่อยๆ ก็ต้องยิ่งเข้าไปบล็อก หรือ กีดกันออกไป ลงบน Negative Keyword เรื่อยๆด้วย
.
เมื่อเราวิเคราะห์ “คำค้นหา” แล้ว สิ่งที่เราต้องพิจารณาต่อว่า คนที่ค้นหาด้วย Keywords นั้นๆ
เป็นกลุ่มเป้าหมายเราหรือไม
.
โดยเรามีหลักวิเคราะห์ คือ
.
1.Keywords ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
ถ้าเจอข้อนี้ แปลว่า โฆษณาเราไปแสดงกับคนที่ ค้นหาด้วยคำที่เกี่ยวกับสินค้าเรา เช่น "รองเท้าหนังผู้ชาย ทรงเรียบ" ก็ไม่ต้องใส่เข้าไปในหมวดของ Negative Keyword เพราะเรามีสินค้า จึงเป็นกลุ่มเป้าหมายเราแน่
.
2.Keywords มีแนวโน้มเป็นกลุ่มเป้าหมาย
ถ้าเจอคนค้นหาคำว่า รองเท้าหนังมือสอง เราอาจไม่ใส่ไปไว้ในหมวด Negative Keyword ก็ได้
.
เหตุผลเป็นเพราะ คนที่ค้นหารองเท้ามือสอง อาจจะแค่กำลังหาข้อมูล และอาจจะกำลังชั่งใจว่าจะซื้อมือสองหรือมือหนึ่งดี ก็เป็นไปได้ทั้งหมด
.
แต่อย่างน้อยเมื่อโฆษณาเราแสดงกับคนกลุ่มนี้ และเกิดการคลิกเข้ามาดู ก็อาจเป็นการเพิ่มโอกาสทางการขายได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของแคมเปญโฆษณาจะตัดสินใจเองด้วย วิธีการไม่ตายตัว
.
3.Keywords ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย
แต่ถ้าเป็นข้อ3 คือ ไม่เกี่ยวกับสินค้าเราเลย เช่น ซ่อม รองเท้าหนัง ถ้าเราไม่รับซ่อม เราก็ใส่เข้าไปไว้ใน Negative Keyword ได้เลย

---------------

Negative Keyword อาจจะมีอีกมากมายจนบางทีเราก็คิดตามไม่ทัน เพราะพฤติกรรมของคนที่ค้นหา อาจมี Keywords ใหม่ๆ มาคู่กับ Keywords ของเราเรื่อยๆ
.
คนที่ทำแคมเปญโฆษณามานานๆ อาจพบ Negative Keyword เป็น 1,000 Keywords

ซึ่งถ้าลองคำนวณดูแล้ว ถ้าค่าคลิกโฆษณาอยู่ที่คลิกละ 20 บาท แล้วเราไม่ทำ Negative Keywords เราอาจต้องเสียเงิน 20,000 บาท จาก 1,000 Keywords ที่อาจมีคนมาคลิกโฆษณาของเรา อีกทั้งไม่ได้เป็นกลุ่มเป้าหมายเราอีกต่างหาก
.
Negative Keyword จึงแทบจะเป็นวิธีการที่สำคัญในการควบคุมประสิทธิภาพของการทำแคมเปญโฆษณาบน Google เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามาคลิกโฆษณาเพื่อ เข้าสู่เว็บไซต์ของเรา
.
รู้แบบนี้ อย่าลืมเข้าไปเช็คให้บ่อยๆ และจัดการ Negative Keyword ให้สม่ำเสมอ
.
แค่นี้กลุ่มเป้าหมายก็จะมาเจอคุณ
.
โฆษณาคุณก็จะยิ่งทำ ยิ่งคุ้มค่า
.
ยิ่งบล็อกบ่อย ยิ่งเห็นผล!








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ