มีตังค์แต่โฆษณาไม่ได้ ทำไม Google และ Facebook ถึงไม่ยอมให้สินค้าบางชนิด ทำโฆษณา | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




มีตังค์แต่โฆษณาไม่ได้ ทำไม Google และ Facebook ถึงไม่ยอมให้สินค้าบางชนิด ทำโฆษณา

มีตังค์แต่โฆษณาไม่ได้ ทำไม Google และ Facebook ถึงไม่ยอมให้สินค้าบางชนิด ทำโฆษณา

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2014-07-07 09:34:46

       หลาย ๆ คนที่เคยทำโฆษณากับ Google มาก่อน จะมีปัญหาเรื่องของ Google ไม่ยอมให้สินค้าบางชนิดทำโฆษณา ไม่ว่าจะเป็น สินค้าผิดกฎหมาย , อาวุธ, เสริมอาหารหรือยา ที่ไม่ได้ใบ อย. (ต่อให้ได้มาตรฐานโลกจากที่ไหน ก็ขึ้นโฆษณาไม่ได้ถ้าไม่ผ่านการอนุญาตจาก อย.) สินค้าที่โฆษณาเกินจริง, สินค้าที่โฆษณาแล้วรับรองการเห็นผล (อาทิเช่น สวยใสใน 7 วัน, 3 ครั้งเห็นผล) หรืออีกหลาย ๆ รูปแบบ ซึ่งหากจะขึ้นโฆษณาจะต้องตัดคำบางคำออก หรือต้องแก้ไขเว็บไซต์ให้ผ่านเงื่อนไขที่ Google กำหนด  และปัจจุบันทาง Facebook เองก็ได้เริ่มมีนโยบายไม่รับสินค้าบางชนิดแล้วเหมือนกัน ที่โดนกันล่าสุดก็เห็นจะเป็นพวกอาหารเสริมชื่อดังต่างๆ และ Facebook เองก็ได้แจ้งแล้วว่าจะเริ่มมีนโยบายการแบนสินค้าหลาย ๆ ชนิดตามติดมา

       ประเด็นคือ Google กับ Facebook แบนสินค้าเหล่านี้ทำไม ในเมื่อ Google หรือ Facebook เป็นแค่สื่อโฆษณา ใครมาลงก็ไม่น่าจะไปสนใจ จริง ๆ แล้ว  Google หรือ Facebook ต้องสนใจครับ เรามาลองคิดดูว่าถ้าหน้า Google เวลาเราเจอโฆษณาที่รับรองการเห็นผล 7 วัน 15 วัน แล้วไม่เห็นผลจริง  นอกจากกระทบตัวสินค้าแล้ว สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ คนด่าสินค้า ต่อมาคือด่าบริษัทฯ ที่ขายสินค้า  ต่อมาคือด่า Google กับ Facebookว่าเอาสินค้าแบบนี้มาลงโฆษณาได้ยังไงและนี่คือสิ่งที่ Google และ Facebook ให้ความสำคัญ เพราะสื่อบนโลกออนไลน์ ไม่มีใครเจอหน้ากัน เราไม่เคยคนGoogle มาขายสื่อด้วยตัวเองเราไม่เคยเห็น Facebook จัดทีม Sale มาขายของ เราจะเห็นสื่อเหล่านี้ผ่านการจัดงานสัมมนา การประชุมขนาดใหญ่ ที่จะมีการประกาศเรื่องสำคัญ ๆ ประจำปี แค่นั้น

สิ่งนี้ Google และ Facebook เรียกว่า User Experience ครับ

         ประสบการณ์การใช้งานบนสินค้า หากประสบการณ์ดี คนใช้งานติดใจ ประทับใจ รู้สึกดี ก็จะกลับมาใช้งานใหม่ เมื่อกลับมาใช้งานใหม่ ก็จะใช้งานต่อไปเรื่อย ๆ และส่งผ่านประสบการณ์เหล่านั้นไปยังเพื่อน ๆ เพื่อให้มาใช้งานร่วมกัน ผ่าน Feature ต่าง ๆ ของ Google และ Facebook ไม่ว่าจะเป็น Like Share Comment ฯลฯ สิ่งเหล่านี้สร้างประสบการณ์ร่วมกันทำให้เราอยากเข้ามาใช้งานโดยไม่รู้ตัว  เห็นเพื่อน Like Post นี้เราก็อยากอ่าน เห็นเพื่อนหาข้อมูลนี้เจอ ก็ถามว่าหาได้ยังไง ก็ไป Search หาบ้าง พอหาเจอ ก็ติดใจอยากหาเรื่องอื่น ๆ อีก  พอได้ข้อมูลที่ถูกใจและตรงใจ ก็เข้ามาหาเรื่อย ๆ กลายเป็นเรื่องปกติ สุดท้ายทุก ๆ คน ก็มาใช้งานร่วมกัน เพราะทุกอย่างบนโลกออนไลน์ มันคือ Social ครับ 

       และหากมองมากกว่านั้น Google และ Facebook ยอมเสียรายได้ส่วนหนึ่ง (ที่เยอะมากนะครับ)  เพื่อให้เกิด User Experience ที่ดี เพราะได้คำนวนแล้วคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่ากันเยอะเลยทีเดียว

ประเด็นถัดมาคือ Google กับ Facebook รู้ได้ยังไงว่าโฆษณาตัวนี้ผิดกฎ

       ง่าย ๆ ครับ Google และ Facebook อ่านเนื้อหาเว็บไซต์ของเราออกครับ

         อ่านออกได้ยังไงน่ะหรอครับ  ทุกวันนี้ ใครไม่เคยใช้งาน Google Translator บ้างครับ เครื่องมือนี้ Google ได้พัฒนามานานมาก หลายปีก่อนเราอาจจะเคยเห็นว่าแปลภาษาออกได้เป็นคำ  แต่ตอนนี้แปลเป็นประโยคได้แล้วนะครับ  และได้มีการพัฒนาไวยากรณ์ให้ตรงมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมเรายังสามารถเลือกแปลภาษาจับคู่กันแบบไหนก็ได้นะครับ ไม่ใช่แค่ไทย-อังกฤษ ไทย-ฝรั่งเศส อังกฤษ-ไทย แค่นั้น  เราเลือกเลยว่า แปลอังกฤษ-ฝรั่งเศส ก็ได้  เยอรมัน-อังกฤษก็ได้ แล้วแต่เราจะเลือกเลยทีเดียว ซึ่งระบบการแปลภาษานั้นได้มีการพัฒนามาจนฉลาดขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ตามกลไกเรียนรู้ที่เกิดขึ้นทุก ๆ วัน

 

       จากที่มีการแบนโฆษณา ผมพบว่ามีผลต่อการทำโฆษณาสินค้าประเภทเสริมอาหารมากที่ สุด เพราะเป็นสินค้าที่มีคนอยากโฆษณามาก และมีผู้ขายสินค้าประเภทนี้เยอะมาก และมารูปแบบทั้งขายตรงและระบบ MLM เพราะสินค้าประเภทนี้มักจะมีปัญหาเรื่องใบอย. หรือการโฆษณาเกินจริงหรือรับรองระยะเวลาการเห็นผล ซึ่งสมัยก่อนหากขึ้นโฆษณาบน Google ทีมงานผมจะแนะนำให้แก้คำในเว็บไซต์ออกก่อนตัดคำที่โฆษณาเกินจริงหรือรับรองระยะเวลาทิ้งหมดทุกหน้าขอย้ำ! ว่าทุกหน้านะครับ บางคนมักจะใช้วิธีการตัดหน้าแรกหน้าเดียว แล้วแอบซ่อนไว้หน้าข้างใน เพราะคิดว่า Google คงไม่เห็น เพราะอยู่ด้านใน แต่จะบอกว่า Google เห็นครับ เพราะ Google ไม่ได้ใช้คนอ่าน แต่ใช้เครื่องอ่าน  ซึ่งต้องบอกว่าเวลาให้แก้เว็บไซต์ทีไร มักจะไม่ยอมแก้กัน และใช้วิธี ก็มักจะหนีมาลงโฆษณาที่  Facebookแทนแต่อีกไม่นานสินค้าประเภทนี้ก็จะเริ่มมีปัญหากับการลงโฆษณาใน Facebook แล้ว เตรียมตัวกันได้เลยครับ

 

        สำหรับผู้บริโภคผมคิดว่าการกำหนดเงื่อนไขเหล่านี้จะเป็นข้อดีมาก ๆ เพราะเราจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากขึ้น ลดการโฆษณาชวนเชื่อลง  ได้บริโภคสินค้าที่เป็นมาตรฐานมากยิ่งขึ้นครับ และกำลังจะเปลี่ยนโลกการทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์เลยทีเดียว

        บทความนี้เริ่มต้นจากแค่คำว่า User Experience ที่สื่อออนไลน์ระดับโลกเค้าทำกันเมื่อเรียงลำดับความมาเรื่อย ๆ กลับมาจบที่การประโยชน์ของผู้บริโภค เห็นมั๊ยครับว่า บนโลกออนไลน์ การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มันกระทบกับสิ่งต่าง ๆ บนโลกใบนี้แบบวงกว้างเลยทีเดียว เพราะบนโลกออนไลน์ ทุกสิ่งมันคือ Globalize ครับ

เขียนโดย : กัมพล ธนาปัญญาวรคุณ









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ