เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ก่อนทำเว็บไซต์ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ก่อนทำเว็บไซต์

เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ก่อนทำเว็บไซต์

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2014-06-23 11:24:43

จะว่าไปตอนนี้เรื่องการทำเว็บไซต์ ก็เป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจหลายๆท่านกำลังให้ความสนใจ เพราะการทำเว็บไซต์สามารถสร้างประโยชน์ได้มากกว่าแค่ตัวหนังสือที่อยู่บนโลกอินเตอร์เน็ต แต่เว็บไซต์ยังเสมือนเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ให้ลูกค้าเดินทางมายังร้านค้าของเราได้ โดยไม่ว่าจะอยู่มุมไหนของโลก หรือเวลาใดก็ตาม พร้อมยังเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าหรือองค์กร สมัยนี้ในนามบัตรถ้ามีแต่เบอร์โทรศัพท์ แล้วไม่มีชื่ออีเมล์หรือเว็บไซต์ ก็ดูขาดความน่าเชื่อถือไปทันที ซึ่งในปัจจุบันการทำเว็บไซต์ก็เป็นเรื่องที่ง่ายและราคาที่ไม่แพงจนเกินไปจนใครๆก็สามารถเป็นเจ้าของได้ ไม่ต้องใช้เวลานานในการทำ อีกทั้งไม่จำเป็นต้องทำเองอีกด้วย จึงทำให้ความนิยมของการทำเว็บไซต์สำหรับธุรกิจนั้นบูมมากขึ้นเรื่อยๆ จากเหตุผลที่กล่าวมาทั้งหมด

เมื่อมีความอยากที่จะทำเว็บไซต์แล้วสิ่งต่อไปคืออะไร?? ก็คือการเริ่มทำเว็บไซต์ แต่จะเริ่มเลยเริ่มทันที คงจะดีกว่าถ้ามีการวางแผนหรือเตรียมข้อมูลวัตถุดิบให้พร้อมก่อนจะดีไหม??  จริงๆแล้วการทำเว็บก็เหมือนกับการทำอาหาร ต้องเตรียมวัตถุดิบให้ครบ ให้พร้อมก่อนแล้วจึงค่อยเริ่มทำ การทำอาหารจะได้ราบรื่นถ้ามัวทำไปด้วยเตรียมของไปด้วยระวังอาหารในเตาจะไหม้หมดอดกินนะครับ แล้วอะไรบ้างที่เราต้องเตรียมให้พร้อมก่อนจะลงมือทำเว็บไซต์ให้ออกมาเป๊ะ!! ที่สุด

มีข้อมูลที่ครบถ้วน

- ข้อมูลร้านค้าหรือข้อมูลเจ้าของร้าน สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งของการทำเว็บหรือร้านค้าออนไลน์ก็คือ ความน่าเชื่อถือ ดังนั้นเราต้องแนะนำตัวให้ลูกค้าที่เข้ามาในเว็บไซต์รู้จักเราและไว้ใจที่จะซื้อของกับร้านค้าของเรา

- ข้อมูลสินค้าหรือบริการ อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้ในเว็บไซต์คือตัวสินค้าหรือบริการของร้านค้า   ข้อมูลสินค้าขายอะไรใส่ลงไปทุกอย่างทั้งข้อมูลรายละเอียด ราคา วิธีการใช้ รีวิวสินค้า ทุกอย่างต้องครบ ต้องชัดเจน ยิ่งถ้าทำเว็บเพื่อการขายแล้วด้วยยิ่งต้องมีข้อมูลส่วนนี้อย่างครบถ้วน

- ผลงานที่ผ่านมา / ตัวการันตีต่าง การมีรูปภาพหรือข้อมูลที่สามารถการันตีถึงความน่าเชื่อถือของร้านค้าเราได้ก็ควรนำมาใส่ลงในเว็บไซต์ เช่นผลงานที่มา การจัดกิจกรรมในที่ต่างๆ หรือถ้ามีการรับรองจากสถาบันต่างๆก็ต้องนำข้อมูลเหล่านั้นมาใส่ด้วย

- อาจเพิ่มข้อมุลในภาษาที่สองด้วย ภาษาที่สองไม่ได้จำเป็นต้องเป็นภาษาอังกฤษอย่างเดียว อาจจะต้องดูว่ากลุ่มเป้าหมายเราเป็นใครเป็นคนประเทศไหนหรืออยู่ในกลุ่มคนแถบไหน อาจจะเพิ่มเป็นภาษาจีน ภาษามาเล ก็แล้วแต่กลุ่มเป้าหมายของเรา

รูปภาพที่น่าสนใจ

- รูปภาพทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง รูปภาพสินค้า รูปภาพร้านค้า รูปภาพผลงานที่มา รูปภาพลูกค้าที่เคยมาที่ร้านค้าเรา ที่เคยซื้อของกับเรา

- ก่อนนำภาพลงเว็บไซต์ควรต้องแสดงความเป็นเจ้าของก่อน การแสดงความเป็นเจ้าของคือการใส่ชื่อร้านค้าหรือชื่อผู้ถ่ายลงไปในภาพ หรือที่จะรู้จักกันว่าการทำภาพลายน้ำ เอาโลโก้หรือชื่อร้านใส่ลงไปตรงกลางภาพแล้วทำให้ข้อความนั้นจางลง อย่ากลัวว่ารูปจะไม่สวย โดยเฉพาะรูปของสินค้า ที่จำเป็นต้องใส่ลายน้ำเป็นอย่างยิ่ง ไม่งั้นโดนขโยมไปจะหาว่าไม่เตือนนะครับ

- ปรับภาพให้มีขนาดที่พอดี ไม่มีสูตรตายตัวครับว่าต้องขนาดเท่าไหร่ แต่ให้คิดไว้เสมอว่าขนาดไฟล์ไม่ควรจะใหญ่มาก อาจจะแค่ 300 – 400 PX เพราะว่าการที่ภาพบนเว็บไซต์เรามีขนาดใหญ่เกินควรจะทำให้หน้าเว็บไซต์เราโหลดช้า พอโหลดช้าลูกค้าก็จะหนีหายไปจากเว็บไซต์หมด เพราะคนเราไม่ชอบรออะไรนานๆ เป็นคุณก็คงไม่รอใช่ไหมละ??

เลือกเว็บไซต์ให้เหมาะกับตัวคุณ

เว็บไซต์ที่เหมาะกับคุณ ผมจะยกเป็น 2 ประเภทคือ ระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป และ เว็บไซต์แบบเขียนเอง นะครับ

- ระบบเว็บไซต์สำเร็จรูป ระบบแว็บไซต์สำเร็จรูป เป็นระบบเว็บไซต์ที่เราสามารถจัดการแก้ไขข้อมูลได้เองแม้ไม่มีความรู้เรื่องการทำเว็บไซต์มาก่อน เพราะเป็นระบบที่มีการจัดการโค้ดมาแล้ว เพียงแค่คลิกๆลากๆ ก็ได้เว็บไซต์ตามความต้องการแล้ว อีกทั้งยังมีรูปแบบให้เลือกอีกมากมายอยากได้สีอะไรก็เลือกได้เลยทันทีไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องโค้ดให้เสียเวลา แถมราคาก็น่าคบหา ไม่แพงมาก

- เว็บไซต์เขียนเอง ถ้าคุณมีความรู้เรื่องโค้ดหรือการทำเว็บไซต์ที่มากพอสมควร ก็ลุยเว็บไซต์แบบนี้ได้เลย เพราะเว็บไซต์เขียนเอง ต้องลงทุนทั้งเรื่องของ การออกแบบ ตั้งแต่หน้าของเว็บไซต์ สีสันของเว็บไซต์ ต้องใส่โค้ดเขียนโค้ดลงไปเอง แต่ข้อดีของเว็บไซต์แบบนี้ก็คิดเป็นอิสระมาก เพราะขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะออกแบบให้เว็บออกมาเป็นแบบไหน ให้ตรงไหนเคลื่อนที่ก็ทำได้ทั้งหมด ซึ่งสมัยนี้ก็มีบริษัทที่รับทำเว็บไซต์แบบนี้มากอยู่ ซึ่งราคาก็แตกต่างกันออกไปตามความต้องการของลูกค้า

เลือก Domain / Hosting ให้ถูกใจ

อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ Domain ก็คือชื่อเว็บไซต์ แล้วHosting ก็คือพื้นที่ที่เราใช้เก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งไฟล์รูปภาพ ไฟล์ข้อมูลของเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถปรากฏอยู่บนโลกอินเตอร์เน็ตได้

- เริ่มจากการเลือก ชื่อ Domain ให้พร้อม ว่าต้องการชื่อเว็บไซต์ว่าอะไร ซึ่งชื่อเว็บไซต์ควรจะตั้งให้ตรงกับร้านค้าของเรา เพราะชื่อเว็บไซต์ก็เหมือนชื่อเราที่ทุกคนจะจำได้ ควรจะตั้งให้ให้ไม่ยาวมากหรืออาจใช้เป็นคำคล้องจอง (อ่านเรื่องการตั้งชื่อเว็บไซต์เพิ่มคลิก)

- การเลือก Hosting  ต้องคำนึงถึงพื้นที่ของ Server ผู้ให้บริการ ว่าตั้งอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศ ซึ่งขึ้นอยู่ว่าลูกค้าของเราอยู่ที่ไหน เพราะถ้าลูกค้าเป็นคนไทยแต่ไปเช่า Hosting ของอเมริกา การโหลดก็จะช้ากว่าปกติ อย่างที่สองคือ Hosting เหล่านั้นมีการback up ข้อมูลไว้ให้หรือเปล่า เพราะถ้าวันใดวันหนึ่งตัวระบบโดนแฮคหรือมีข้อผิดพลาด เราก็จะยังมีข้อมูลที่เคยเก็บไว้นำกลับมาใช้ได้ใหม่ แต่ถ้าไม่มีก็เหมือนกับการสร้างบ้านแล้วบ้านถล่มอยากจะกลับไปสร้างแบบเดิมแต่ไม่มีแปลนบ้าน ก็ทำไม่ได้อยู่ดี อีกสิ่งที่ขาดไม่ได้คือขนาดของพื้นที่เพียงพอกับเว็บไซต์คุณหรือเปล่า ขนาดประมาณ 200 MB ถือว่าเพียงพอต่อความต้องการแล้วถ้ามากไปแล้วใส่ข้อมูลไม่มากเช่ามาแพงก็เสียดายตังค์แย่เลยนะครับ


วัตถุดิบทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นส่วนสำคัญทั้งสิ้นจะขาดตัวใดตัวหนึ่งไปไม่ได้เลย ถ้าขาดตัวใดตัวหนึ่งไปก็จะสามารถออกมาเป็นเว็บไซต์ที่สมบูรณ์แบบได้เลย อย่าลืมว่าการทำเว็บก็เหมือนการทำอาหาร ถ้าเตรียมวัตถุดิบพร้อมอาหารก็ออกมาน่ารับประทาน ถ้าเรามานั่งเตรียมที่ละอย่างพร้อมกับทำเว็บไปด้วยบางทีมันอาจเกิดปัญหาทำให้การทำเว็บไซต์เราต้องยืดระยะเวลาในการทำออกไปอีก ถึงอย่างไรการวางแผนเตรียมความพร้อมไว้ก็ดีที่สุด

หากมีปัญหาเรื่องเว็บไซต์ หรือ อยากเริ่มทำเว็บไซต์ โทรมาได้ที่ 02-9343402 หรือ กรอกข้อมูลไว้ที่ด้านล่าง จะมีเจ้าหน้าที่ติดต่อไปให้ข้อมูลโดยเร็วที่สุดครับ 











ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ