รายละเอียดสินค้า เขียนดีๆ ยิ่งมียอดขาย | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




รายละเอียดสินค้า เขียนดีๆ ยิ่งมียอดขาย

รายละเอียดสินค้า เขียนดีๆ ยิ่งมียอดขาย

Categories : เคล็ดลับการตลาดออนไลน์
Date : 2014-05-30 09:29:02

           ศิลปะในการขายของนั้นก็มีอยู่หลายแบบ ขึ้นอยู่กับพ่อค้าแม่ขายว่า "จะใช้กลยุทธ์อะไรที่จะสะกดจิตสะกดใจลูกค้าให้ซื้อของในร้านของเราให้ได้" สิ่งแรกที่จะสามารถดึงดูดความสนใจจากลูกค้าได้คือ ตัวสินค้าหรือตัวผลิตภัณฑ์เองว่ามีความน่าสนใจ มีจุดเด่นกว่าสิ้นค้าร้านอื่นหรือไม่ แต่แค่ตัวสินค้าอย่างเดียวคงไม่ช่วยอะไรมาก ถ้าสินค้าเราไม่โดดเด่นจริงๆ สินค้าเหมือนกันแล้วจะทำอย่างไรให้สินค้าดูโดดเด่นกว่าร้านอื่น บางร้านก็ใช้วิธีเรียกลูกค้าที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น การตะโกนอย่างสุดเสียงว่าของเราดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ เสียงอันแหลม บาดไปถึงแก้วหูก็สามารถใช้ได้ผล ลูกค้าหันมาสนใจ
           บางร้านก็ใช้หนุ่มหล่อ สาวสวยมาเป็นตัวเรียกลูกค้าให้เข้าร้านซึ่งมันก็เป็นวิธีที่ได้ผลดีเลยทีเดียวเพราะใครๆก็ชอบของสวยๆงามทั้งนั้นแหละ แต่บางคนก็มีศิลปะในการพูดโน้มน้าวใจ หลอกล่อ จนลูกค้าใจอ่อนยอมซื้อจนได้ “คุณพี่คะ ตัวนี้ใช้ดีมากเลยนะคะ ใช้แล้วคุณพี่ดูขาว ผ่องใสมากเลยค่ะ” ยิ่งพูดจาดี ยอลูกค้าเก่งๆ แถมเจอลูกค้าบ้ายอก็ขายดิบขายดีกันไปเลยครับ 

แต่!!! สิ่งเหล่านี้ ผู้ที่มีหน้าร้านออนไลน์ หรือเว็บไซต์ขายของทำได้หรือไม่!!

         คำตอบคือ ทำไม่ได้ ใช่ไหมครับ หรือใครจะอัดเสียงไว้แล้วใส่ลงไปในเว็บเป็นคำพูดเชิญชวนให้คนซื้อ ลูกค้าอาจจะปิดเว็บไซต์คุณไปเลยก็ได้นะครับ เราอาจจะไม่มีโอกาสในการนำเสนอสินค้าต่อลูกค้าจากปากของเราโดยตรงแต่สิ่งที่จะช่วยเราได้มากที่สุดก็คือ รายละเอียดสินค้า ที่ลูกค้าจะต้องอ่านทุกครั้งก่อนจะซื้อสินค้านั้นๆ เราไม่สามารถพูดเพื่อให้คนซื้อสินค้าในเว็บไซต์ของเราได้ ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนศิลปะการขาย จากการพูด มาเป็น  การเขียนแทน เว็บไซต์ขายของสิ่งที่จะทำให้ลูกค้าอยากซื้อ ก็คือ รูปภาพ และ เนื้อหา  ข้อความต่างๆที่เราใส่ลงในเว็บไซต์  แล้วต้องเขียนรายละเอียดอย่างไรที่จะสะกดจิตให้ลูกค้าซื้อ เหมือนเราไปพูดด้วยตัวเอง

- ชี้ปัญหา

เราต้องทำให้ลูกค้าเห็นปัญหาก่อนว่าตอนนี้มีปัญหาอะไรบ้าง เราต้องคิดแล้วว่าลูกค้าของเราจะเจอปัญหาอะไร ถึงจะต้องมาซื้อของชิ้นนี้เพื่อนำไปแก้ไขปัญหาเหล่านั้นอย่างเช่นผมจะขายเครื่องลับมีดแบบใหม่ ที่ไม่ต้องใช้หินลับ เราก็อาจจะโปรยหัวไปเลยว่า “คุณเบื่อไหมที่ต้องใช้หินลับมีดแบบเดิมที่ยุ่งยากแถมมีดก็ไม่ได้คมขึ้น??” เราชี้ให้ลูกค้าเห็นว่าของเก่ามันมีปัญหา มันไม่ได้ตอบสนองต่อความต้องการของเราเท่าที่ควร อาจใช้เป็นการตั้งคำถามกับลูกค้าก็ได้ครับ

- เน้นถึงความจำเป็นและคุ้มค่า

ข้อนี้อาจจะคล้ายๆกับข้อแรกสักหน่อย อาจจะเลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือใช้ทั้งสองเลยก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าคนเรามักจะซื้อของ เมื่อรู้สึกว่าจำเป็น ถ้าเราทำให้ลูกค้าเชื่อได้ว่า สินค้าของเรานั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิต หรือจะเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์ต่อเขาในอนาคต การเขียนที่เน้นถึงความจำเป็น คุณอาจจะเอาไปผูกกับเรื่องในชีวิตประจำวันก็ได้ หรือจะเพิ่มประโยชน์จากตัวสินค้าว่าสามารถทำอะไรได้มากกว่าทีลูกค้าคิด อย่างถ้าเป็นเครื่องลับมีดก็อาจจะบอกเพิ่มว่า "นอกจากจะลับมีดได้แล้วก็ยังสามารถลับของมีคมอย่างอื่นได้อีก เช่นใบมีดคัตเตอร์ กรรไกร เป็นต้น" สิ่งที่เราเขียนลงไปจะทำให้ผู้อ่านรู้สึก คุ้มค่าถ้าซื้อมาแล้วก็สามารถใช้งานได้หลากหลาย

- ใช้ง่าย ไม่ยุ่งยาก

เวลาคนส่วนใหญ่ที่จะเลือกซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ เขามักจะอ่านทุกอย่างยิ่งเป็นของมีราคา และสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ลูกค้าเห็นว่าน่าซื้อก็คือ ความง่ายสะดวกสบายในการใช้สินค้า ไม่มีใครอยากได้ของที่ใช้ยุ่งยากลำบาก ซื้อมาแล้วเหมือนเป็นภาระหรอกครับ ซึ่งข้อนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าด้วยว่ารองรับกับข้อนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นเครื่องลับมีด ผมก็อาจจะเขียนว่า ใช้งานง่าย เพียงแค่วาง แล้วจับมีดถูไปมา ในเวลา 5 วินาที คุณก็เหมือนได้มีดเล่มใหม่มาใช้แล้ว คนอ่านก็จะรู้สึกว่า เฮ้ยย มันใช้งานง่ายนะ น่าสน!!

- ต้องครบและชัดเจน

ข้อสุดท้าย เป็นสิ่งที่ต้องเขียนบอกลูกค้าอยู่แล้ว นั้นก็คือรายละเอียดทั่วไปของสินค้า เช่น สี ไซส์ ขนาด น้ำหนัก ต้องบอกให้ครบ ชัดเจน เพราะสิ่งนี้จะเข้ามาเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า เราต้องเขียนในสิ่งที่เราอยากบอกทุกอย่าง จนลูกค้าไม่มีคำถามที่สงสัยในตัวสินค้าเรา ถ้าลูกค้ายังเกิดคำถามในใจแล้วในรายละเอียดนั้นไม่สามารถตอบคำถามได้ ก็มีสิทธิทำให้ลูกค้าไปยังเว็บไซต์อื่นๆเพื่อเปรียบเทียบกับสินค้าของเรา โอกาสในการขายก็จะลดน้อยลงไป

สรุปแล้วการสะกดใจด้วยข้อความทำได้ไม่ยาก แค่เขียนในสิ่งที่ลูกค้าอยากรู้ และต้องเขียนแบบเชิญชวนสักนิดเพื่อเป็นการโน้มน้าวให้ลูกค้าเกิดความอยากซื้อ ถ้าเราบอกแต่รายละเอียดแต่ไม่ใส่อารมณ์ลงไปด้วย มันก็เหมือนกับการที่เราใช้หุ่นยนต์ให้มาขายของ ไม่มีลีลาไม่มีอรรถรส คนก็เมินไปซื้อของร้านอื่น การเขียนก็เช่นเดียวกันตัวอักษรมันนิ่งอยู่แล้ว ถ้ายิ่งเราไม่ใส่อารมณ์ทำให้มันชีวิต มันก็ไม่สามารถดึงดูดให้ลูกค้าอยากซื้อของของเราได้



iTopPlus บริการรับทำเว็บไซต์ ทำโฆษณา Google AdWords  โฆษณา Facebook  บริการด้านการตลาดออนไลน์ครบวงจร









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ