ปรับ 5 ข้อ เปลี่ยนธุรกิจ บนโลกออนไลน์ให้ปัง ในปี 64 | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




ปรับ 5 ข้อ เปลี่ยนธุรกิจ บนโลกออนไลน์ให้ปัง ในปี 64

ปรับ 5 ข้อ เปลี่ยนธุรกิจ บนโลกออนไลน์ให้ปัง ในปี 64

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2021-02-08 10:20:39

ปี 64 นี้ ทุกอย่างจะ “เร็ว แรง ลึก!”

เราจะสรุปจบในที่เดียว… คัดเฉพาะเรื่องใกล้ตัว

เพื่อให้ผู้ประกอบการพร้อมลุยในปีนี้

จะเป็นอย่างไร

มาดูกัน…

--------------------------------------------------

เริ่มที่ผลสำรวจในปี 2563 ที่ผ่านมา ในไทย
ตลาด E-Commerce โตขึ้นราวๆ 30%

คนที่ใช้โลกออนไลน์ 30% คือคนที่ไม่เคยใช้มาก่อนเลย
และ 95% บอกว่าจะใช้ต่อไป ตัวเลขเหล่านี้ถือว่าสูง

ส่วนสถิติการอยู่บนโลกออนไลน์เฉลี่ยก็เพิ่มขึ้น
จาก 3.7 ชั่วโมง เป็น 4.3 ชั่วโมง ต่อวัน

หลายจึงมองว่าปี 64 นี้เราจะเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

เราจะเริ่มไปทีละข้อ คัดมาเฉพาะที่สำคัญต่อคุณ...

-------



[ [ [ 1.ยิ่งมีข้อมูล ยิ่งดีกับคุณ ] ] ]

การตลาดออนไลน์อาจแข่งกันสูงขึ้น แต่หากพูดกันตามตรง คนที่ทำถูกทางจริงๆ อาจมีไม่มาก

เรื่องการทำโฆษณาเราแนะนำว่า เรื่องที่ควรเน้นในการทำโฆษณา คือการทำ “Personalize” ถ้าพูดให้เห็นภาพชัดขึ้น ขอยกตัวอย่าง เวลาที่ใจคุณอยากได้สินค้าบางอย่าง แล้วจู่ๆโฆษณานั้นก็ขึ้นมาโผล่ให้เราเห็นหน้าตาเฉย

ที่จริงนั่นเป็นเพราะแพลตฟอร์มมีข้อมูลว่าคุณกำลังสนใจอะไร แต่ถ้าเป็นฐานข้อมูลของลูกค้าเราเอง เช่น เพศ อายุ พื้นที่ พฤติกรรม ก็ย่อมดีกว่า

โดยเราแนะนำว่า คุณสามารถเริ่มทำได้อย่างพื้นฐาน และง่ายที่สุด โดยใช้ระบบรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า (CRM) หลายคนอาจนึกถึงโปรแกรมซับซ้อน แต่จริงๆ ถ้ามือใหม่เพิ่งเริ่ม จะทำใน Excel หรือจะจดแบ่งหมวดหมู่กลุ่มลูกค้าก็ทำได้

เวลามีลูกค้าเข้ามาสนใจสอบถาม/ซื้อสินค้า ก็จดข้อมูล พฤติกรรม ความสนใจ เอาไว้ ให้เราไดมีข้อมูล เวลาทำการตลาดต่อจะได้ไม่ยาก

ในอนาคตคุณสามารถทำได้ต่อในระดับการตั้งค่าโฆษณาได้ถูก หรือติดตั้ง Coversion Tracking, Facebook Pixel ที่ทำให้เก็บข้อมูลพฤติกรรมลูกค้า และยิงโฆษณาไปหาคนที่เราต้องการได้

ดังนั้นปี 64 ธุรกิจเล็กหรือใหญ่จะให้ความสำคัญกับข้อมูลฐานลูกค้า และการทำ Personalize กันเยอะขึ้น ถ้าคุณได้ลองทำ เริ่มจากง่ายๆ ก่อนก็ได้ แต่ถ้าทำได้ยิ่งลึกยิ่งดี รับรองประโยชน์เยอะแบบที่คุณคาดไม่ถึงแน่นอน



[ [ [ 2.คอนเทนต์ มีโจทย์เพิ่มขึ้น ] ] ]

การทำคอนเทนต์ในปีนี้ ไม่ใช่แค่การเขียนคอนเทนต์แล้วจบกันไป แต่ต้องให้ประสบการณ์ ให้ความรู้สึก/ประโยชน์ ต่อลูกค้าคุณด้วย

สำหรับคอนเทนต์เพื่อการขาย คงไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะการแข่งขันสูงกันลิ่วแน่นอน การสื่อสารในคอนเทนต์ต้อง กระชับ ได้ใจความ สั้นแต่โดนใจ และครบถ้วน ก็ยังคงเป็นหัวใจหลักของการสื่อสารโดยทั่วไปเช่นเดิม

ส่วนแนวทางคอนเทนต์ เราคัดมาเล่า 3 อย่าง คือ...

- คอนเทนต์ให้ประโยชน์ (Value Content)

เราจะยกตัวอย่าง มีแบรนด์ NaturBF ลูกค้าของ ITOPPLUS ใช้วิธีทำคอนเทนต์แบบนี้ เช่นวิธีให้อาหารเด็กเล็ก, การเก็บรักษานมสำหรับทารก

อย่าลืมว่าเวลาคุณสนใจอะไรที่เกี่ยวกับแม่และเด็กระบบของเฟซบุ๊ก จะคัดเนื้อหาแม่และเด็กเข้ามาให้คุณเยอะขึ้น ลองคิดดู ท่ามกลางแบรนด์มากมาย ถ้าแบรนด์คุณมีเนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ทำไมลูกค้าจะไม่ติดตาม?

- คอนเทนต์แนวคลายเครียด

สถิติจาก Google บอกว่า คอนเทนต์แนวนี้ได้รับความนิยมสูงมากในช่วงโควิด และในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้คนก็ยิ่งหาอะไรคลายเครียด จึงทำให้เกิด Influencer ขึ้นมากมาย โดยเฉพาะการไลฟ์สด แต่คอนเทนต์แบบนี้ทำให้โดนใจคุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์พอสมควร

- คอนเทนต์แบบมีส่วนร่วม (Interactive Content)

คอนเทนต์แบบนี้ทำให้กลุ่มเป้าหมายมีส่วนร่วม (Engagement) เช่น การเปิดโหวต การพิมพ์คำตอบ ซึ่งในอินสตราแกรมก็เปิดโอกาสให้ทำคอนเทนต์แบบนี้ได้ ในเฟซบุ๊กก็เชื่อว่าปีนี้จะเห็นคอนเทนต์แบบนี้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้คนจดจำแบรนด์คุณได้มากขึ้น

ทั้งหมดหากทำให้เข้ากับกระแสสังคม กระแสวัฒนธรรม เชื่อว่าผลลัพธ์จะดีขึ้นได้ หากทำอย่างสร้างสรรค์ จะมีผลดีกับคุณมาก




[ [ [ 3.เว็บไซต์จะเป็นสิ่งจำเป็นมาก! ] ] ]

หลายคนอาจมีเพจเฟซบุ๊ก โดยไม่ทำเว็บไซต์ แต่ในปีนี้การทำเว็บไซต์จะกลับมาสำคัญขึ้น เพราะหลายคนเริ่มรู้แล้วว่า ประโยชน์ของเว็บไซต์ไม่ใช่แค่การนำเสนอข้อมูล แต่ยังใช้เก็บฐานข้อมูล และวัดผล เพื่อใช้ทำการตลาดต่อได้เยอะ

สมัยนี้ เวลาทำโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะบนเฟซบุ๊ก กูเกิ้ล ยูทูป ไลน์ ติ๊กตอก อินสตราแกรม ฯลฯ ในหลายรูปแบบล้วนแทบจะบังคับเชื่อมไปยังเว็บไซต์

แต่ปัจจัยที่จะเพิ่มขึ้นมาในปีนี้ คือเรื่องประสบการณ์ใช้งานเว็บไซต์ของผู้ใช้ด้วย เพราะจะมีผลต่อการตลาดมาก

ที่น่าสนใจอยู่ตรงนี้… มีแบบสำรวจที่ทำโดย Facebook พบว่า คนคาดหวังประสบการณ์ในการซื้อออนไลน์ รวมถึงประสบการณ์บนเว็บไซต์มากกว่าคาดหวังประสบการณ์บนร้านค้าแบบออฟไลน์ และคนใช้ยังเว็บไซต์มากขึ้นเหมือนที่เรากล่าวไปข้างต้นด้วย

ดังนั้นเรื่อง UX/UI จึงสำคัญมาก สองคำนี้แปลง่ายๆ คือ การทำเว็บให้ใช้ง่าย ได้รับความรู้สึกสะดวก จรรโลงใจในการใช้งาน มีโครงสร้างเว็บที่เหมาะสม

ฟังดูธรรมดา แต่เชื่อไหม ถ้าทำได้ดี ไม่ว่าจะทำการตลาดแบบใด แพลตฟอร์มนั้นๆจะเลือกเว็บคุณไปแสดงบนโฆษณามากขึ้น เช่น Google ที่ให้คะแนนเว็บไซต์ ถ้าเว็บไซต์ดี ก็จะมีโอกาสติดหน้าผลการค้นหาได้มากกว่าเว็บที่คะแนนไม่ดี

โดยจุดที่ต้องเน้นที่สุดในปี 64 แบบที่คุณปฏิเสธไม่ได้
ก็คือ “Mobile First”

ซึ่งคุณต้องไปสำรวจเว็บไซต์คุณว่ารองรับการผลได้ทุกอุปกรณ์ ทั้งมือถือ เท็บเล็ตหรือไม่ และปีนี้ Google เริ่มใช้เรื่องการแสดงผลบนมือถือในการตัดสินว่า คุณจะติดอันดับบนหน้าการค้นหาด้วย

นอกจากนั้นคุณยังใช้เว็บเพื่อเก็บฐานข้อมูลลูกค้าคุณ แล้วใช้ฐานข้อมูลนี้ไปทำการตลาดต่อ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ได้แทบจะทุกขนาดธุรกิจ




[ [ [ 4.เรื่องเวลาจะสำคัญมากขึ้น ] ] ]

โลกออนไลน์ไม่ใช่แค่แข่งกับคู่แข่ง แต่ต้องแข่งกับเวลาด้วย

ก่อนหน้านี้ Mckinsey บริษัทวิจัย/ปรึกษาการตลาดระดับโลกบอกว่า ธุรกิจคุณแข่งกันให้ Bigger หรือใหญ่กว่า

แต่ปีนี้จะมีปัจจัยใหม่คือ Faster หรือเร็วกว่า ทั้งในแง่การบริหารจัดการ การปรับตัว การให้บริการ รวมไปจนถึงการอัปเดทเว็บไซต์ การทำคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดียด้วย

เรื่องนี้มีอะไรให้พูดเยอะมาก เช่น สมัยนี้คนชอปปิ้งออนไลน์ดึกขึ้น หรือคนใช้เวลา 2 วินาทีที่จะตัดสินใจว่าจะอ่านคอนเทนต์นั้นหรือไม่ เป็นต้น

แต่เราขอยกสถิติที่ดูใกล้ตัวคุณ เช่น กรณีที่ Neil Patel นักการตลาดดิจิทัลคนดัง เผยว่า ถ้าตอบช้าไป 15 นาที พบว่า โอกาสเสียลูกค้าจะสูงมากเป็นเท่าตัว เนื่องจากลูกค้าเองก็ใช้จังหวะรอการตอบนี้ ไปหาข้อมูล อาจพบร้านอื่นๆได้

และไม่ใช่แค่ธุรกิจที่ต้องเร็ว แต่ลูกค้าเองก็ต้องแข่งกับเวลาของตัวเอง เช่นกัน คาดว่าปี 64 นี้ Customer Journey หรือวิถีทางซื้อของลูกค้าก็จะเปลี่ยน

หรือแม้กระทั่งสั่งซื้อออนไลน์ หลายคนยอมที่จะจ่ายแพงกว่า เพื่อให้แกร็ป ไลน์แมน มาส่งสินค้าในหนึ่งชั่วโมงหลังจากซื้อก็มี เราขอแนะนำคุณว่า มีทางเลือกขนส่งพวกนี้ไว้ก็ไม่เสียหาย

ดังนั้นความเร็วจะกลายเป็นปัจจัยใหม่ในปี 64
และมันจะสำคัญในทุกมิติของธุรกิจคุณ




[ [ [ 5.ระบบ Automation และ AI จะแข่งขันกันสูงขึ้น ] ] ]

ระบบ Automation หรือระบบอัตโนมัติ จะมีอิทธิพลต่อโลกมากแน่นอนหลังจากนี้ หลายคนอาจคิดว่า ระบบอัตโนมัติ น่าจะมีมานานแล้ว แต่ทำไมถึงจะมากลายเป็นเรื่องแห่งอนาคตได้ล่ะ?

ต้องยกตัวอย่างจาก Google เลยที่สมัยนี้ใช้ AI (ปัญญาประดิษฐ์) ได้ฉลาดขึ้น เก่งขึ้น เพราะสามารถใช้สแกนเว็บไซต์เราและแนะนำการทำโฆษณาให้คุณได้ (โดยอิงจาก Conversion) Google เรียกสิ่งนี้ว่า Dynamics Ads

และแน่นอน AI ของ Google, Facebook ฯลฯ ก็จะฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จนเดี๋ยวนี้ลงโฆษณาทีไม่ต้องใช้คนในการอนุมัติ แต่ใช้ AI ตรวจได้ทันที

ส่วนสิ่งที่เราจะแนะนำให้คุณใช้ระบบ Automation มาลองใช้
ในการทำการตลาดออนไลน์ เช่นทำโฆษณา ก็อาจลองใช้ AI ของแพลตฟอร์มที่คุณเลือกมาช่วยดู

แต่ต้องอย่าลืมมอนิเตอร์ดูแคมเปญของเราให้ด้วย แม้ AI ยุคนี้จะฉลาดขึ้นมาก แต่มนุษย์ก็จะรู้จักตัวเองดีที่สุดอยู่ดี

---------

ทั้งหมดนี้ คุณจะเห็นได้ทันทีว่า
การตลาดในปี 2564 นี้

เร็ว >> เพราะต้องแข่งกับเวลา ในยุคที่อะไรก็เร็วขึ้น
แรง >> เพราะต้องนำเสนอสิ่งที่โดนใจ แบบจังๆ
ลึก >>เพราะต้องรู้จักลูกค้าให้ลึกยิ่งขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมเปลี่ยนช่วงโควิด

>เร็ว แรง ลึก ถ้าทำได้ ปี 64 ปังแน่นอน








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ