| iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com







Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2020-08-17 13:18:41

เอ้ะ รู้ได้ไง!! ว่าเรากำลังคิด อยากได้สินค้านี้?

หลายคนคิด เวลามีของที่อยากได้โผล่มาบนเฟซบุ๊ก

จนเราตั้งคำถามว่า “เฟซบุ๊ก กูเกิ้ล ฯลฯ” รู้ได้อย่างไร
ว่าเรากำลังอยากได้อะไร

จุดเริ่มต้น มาจากสิ่งที่เรียกว่า “การทำ Persona”
ซึ่งคุณก็ทำได้ ไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย

และเอาไปต่อยอดได้นับไม่ถ้วน

แล้ว Persona คืออะไร?

มีวิธีทำอย่างไร?

เราจะเล่าให้ฟัง ตั้งแต่ปูพื้นง่ายๆ
ไปจนถึงเครื่องมือวิเคราะห์ต่อยอด

ให้คุณอ่านจบปุ๊บ แล้วเริ่มลองทำได้ทันทีเลย
ให้รู้ใจลูกค้า ได้ดั่งหมอดู

มาดูกัน!

---------------------------------------------------------

ทำไมหมอดูบางคนถึงดูดวงแม่น?

เรื่องนี้ที่เราต้องพูดก่อนเข้าเรื่อง

เพราะเรากำลังจะบอกวิธีเป็นหมอดูในแบบนักการตลาด

หมอดูบางคนอาจไม่ได้มีญาณทิพย์ ไม่ได้เปิดตำราโหราศาสตร์ใดๆ แต่หมอดูเข้าใจว่าคนที่มาหาส่วนใหญ่มักมีปัญหาที่อยากรู้ อยากแก้อยู่แล้ว

เช่น
1.) นักศึกษาอายุ 18-24 มีความสนใจเรื่องเรียน เรื่องความรัก
2.) พนักงานบริษัท อายุไม่เกิน 30 ปี สนใจเรื่อง งานที่ทำอยู่จะดีไหม แฟนที่มีอยู่เป็นเนื้อคู่ไหม
3.) วัยกลางคน 35-45 ปี สนใจว่า จะออกจากงานไปทำธุรกิจตัวเองดีไหม ลูกเรียนไม่ดี ห่วงสามีมีกิ๊ก

จะเห็นว่าแต่ละช่วงวัย มีความสนใจแตกต่างกัน แต่ช่วงวัยเดียวกันมีแนวโน้มสนใจเรื่องเดียวกัน

---

การทำ Persona ก็เช่นกัน...

เพราะ Persona คือ การสร้างต้นแบบของลูกค้าขึ้นมาคนหนึ่ง
โดยใช้วิธีการ คาดคะเน จากใช้ข้อมูล หรือประสบการณ์
หรือถ้าขั้นสูงก็อาจใช้วิธีวิจัยตลาด

เพื่อให้เราเอาไปทำการตลาดอย่างเข้าใจกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ซึ่งพอเรารู้จักกลุ่มเป้าหมายแล้ว จะทำให้เราเห็นทิศทางของธุรกิจ, การทำการตลาด, การทำคอนเทนต์, การทำโฆษณา ฯลฯ

เช่น Persona กลุ่มหนึ่งของสตาร์บัคส์

เคยมีคนวิเคราะห์ และทำ Persona กลุ่มหนึ่งสตาร์บัคส์

พบว่า

นอกจากหนุ่มสาวออฟฟิศ และกลุ่มอื่นๆ ก็ยังมี นักศึกษามหาวิทยาลัย ช่วงอายุ 18-24 ปี

อาศัยในเขตเมือง รายได้ปานกลางขึ้นไป สัดส่วนเป็นหญิงมากกว่าเพศชาย ซึ่งเป็นคนต้องการเรียนให้เกรดดีๆ หาที่นั่งทำรายงานให้มีสมาธิ หรือได้ปรึกษาเป็นกลุ่มกับเพื่อน

ที่สุดแล้ว สตาร์บัคส์เข้าใจตรงนี้

ทำให้ CEO ของสตาร์บัคส์ อย่าง Kevin Johnson ออกมาประกาศว่า ต่อไปนี้ใครจะเข้ามานั่งแช่ ก็จะไม่ว่าอะไร ไม่ซื้อกาแฟก็ได้ ถ้าคนมาเยอะจนรองรับได้ไม่พอ สตาร์บัคส์แก้ปัญหาโดยการขยายสาขา แทนที่จะเชิญให้คนที่มานั่งแช่ออก

กลยุทธ์ของสตาร์บัคส์จึงเน้นให้ประสบการณ์ ให้บรรยากาศร้านที่ดี เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ให้เข้ามานั่งทำงานได้แบบไม่ปิดกั้น นั่งแช่ก็ไม่เป็นไร เพื่อเพิ่มโอกาสติดแบรนด์ และใช้บริการอีกในอนาคต

---
.
หลักการทำ Persona ไม่ตายตัว ธุรกิจแต่ละประเภทสามารถออกแบบได้ตามผลิตภัณฑ์ และวิธีการดำเนินธุรกิจ ซึ่งพอมาบนโลกออนไลน์ ก็สามารถออกแบบได้หลากหลายขึ้น

เช่น สินค้าเสื้อผ้าสำหรับเที่ยวทะเล พิจารณา Persona
ดังนี้...
.
1). Deomographic - ข้อมูลด้านประชากรศาสตร์ เช่น เพศ อายุ ที่อยู่ ภาษา ระดับรายได้
2). Personality - บุคคลิกของลูกค้า เช่น ชอบออกสังคม ไม่ใช่ชอบเก็บตัว
3). Motivations - แรงจูงใจในการซื้อ เช่น ซื้อเพราะทำให้ดูดี ไม่ได้ซื้อเพราะจำเป็นต้องใช้
4). Interest - ความสนใจของลูกค้า เช่น ชอบแต่งตัว ชอบไปเที่ยว
5). Pains - ปัญหาลูกค้าเจอ เช่น เสื้อผ้าในท้องตลาด ไม่สวย กระโปรงยาวเกินไป เป็นต้น
6). Key Reason to buy - เหตุผลหลักที่ต้องซื้อ เช่น ใส่แล้วสวย ถ่ายลงโซเชียลมีเดียแล้วดูดี
7). Deal-Breaker - คนที่ขัดขวางการซื้อ เช่น แฟนบอกว่า มันโป๊ไป ซื้อชุดอื่นดีกว่า
8 ). Channel & Device - ช่องทางสื่อสารกับลูกค้า และอุปกรณ์สื่อสารที่ลูกค้าใช้

ซึ่งแต่ละธุรกิจ แต่ละสินค้า การทำ Persona ก็จะไม่เหมือนกัน แล้วแต่วิธีดำเนินธุรกิจ สินค้า/บริการ

ในบางธุรกิจ อาจเพิ่ม หรือตัดบางข้อได้ เช่น ธุรกิจคอร์สสอนพิเศษ อาจต้องมีช่องของทักษะเข้าไปด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าควรสอนลูกค้าที่มีความรู้ระดับใด เป็นต้น

แต่เพื่อให้แม่นยำมากขึ้น เราอาจจำเป็นต้องเอาฐานข้อมูลที่มีมาใช้ เพื่อทำ Persona ด้วย

ทำอย่างไร มาดูต่อกันได้เลย

------------------------------------------------
.
.
<< หาข้อมูลทำ Persona จากโลกออนไลน์ได้อย่างไร? >>
.
ถ้าเรายังไม่มั่นใจ ที่จะทำ Persona แบบที่วิเคราะห์เองจากประสบการณ์ เราก็สามารถทำได้จากการทำแบบสำรวจ หรือการวิจัยตลาดของเราได้

แต่ก็ยังมีตัวช่วยบนโลกออนไลน์ให้เราได้อีกทางหนึ่งด้วย

ซึ่งเราสามารถหาข้อมูลจากธุรกิจเราได้จาก...
.
1.Google Analytics
.
เครื่องมือนี้ เราต้องเอาไปติดตั้งบนเว็บไซต์เราก่อน เพื่อดูข้อมูลว่า คนที่เข้าเว็บเราเป็นใครบ้าง

ก่อนที่จะติดตั้ง Google Analytics ขอแนะนำว่า เว็บไซต์เราต้องมีการวางลำดับหมวดหมู่การใช้งานให้ดีเสียก่อน อยู่ที่จุดที่เข้าถึงง่าย เพื่อให้การวัดผลมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมถึงควรมีคนเข้าเว็บเราในระดับหนึ่งก่อน เพื่อมีข้อมูลให้เอามาใช้

หลังจากที่เว็บไซต์เราติดตั้ง Google Analytics แล้ว ก็อาจต้องสร้างเป้าหมาย และติด Conversion (จุดวัดผลทางการตลาด) เช่น หน้าสั่งซื้อ เพื่อดูว่า ลูกค้าที่เข้ามาหน้าซื้อสั่งซื้อของเราเป็นใครบ้าง

ถ้าเราบรรลุ Conversion สัก 20 หรือมากกว่านั้น เราก็อาจเข้าข้อมูลส่วนนี้มาทำ Persona ของกลุ่มลูกค้าที่จะมาซื้อสินค้า/บริการ เราได้ เพราะใน Google Analytics จะแสดงข้อมูลทั้ง เพศ อายุ พื้นที่ ภาษา ความสนใจของลูกค้าที่เข้ามาในเว็บเราด้วย
..
2.Social Media Analytics

โซเชียลมีเดีย มักจะมีการเก็บสถิติของกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาบนเพจเราด้วย

ยกตัวอย่าง Facebook เราก็สามารถเข้าไปดูการวิเคราะห์ได้บนหน้าจัดการธุรกิจ

ซึ่งเราจะเห็นข้อมูล ดังนี้...

- Overview - ส่วนนี้จะมีข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น ข้อมูลเพศ อายุ ภาษา พื้นที่ และยังดูข้อมูลที่เป็นประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง

- Audience Insight - ส่วนนี้จะมีข้อมูลเชิงคุณภาพ โดยเราสามารถเข้าไปดูได้ว่า คนที่มากดไลค์เพจเรา มีความสนใจด้านอะไรบ้าง โดยเราอาจดูได้จากข้อมูลเพจอื่นๆที่ลูกค้าเราไปกดไลค์ ในฟีเจอร์นี้ก็จะแสดงข้อมูลนี้เช่นกัน เพื่อประเมินความสนใจของลูกค้า

ซึ่งการดู Social Media Analytics เพื่อเอามาทำ Persona มีข้อควรระวัง คือลูกเพจเราที่มีอยู่ในเบื้องต้นควรเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการซื้อกับเราได้จริงๆ

หรืออีกนัยคือ ไม่ควรลูกนำลูกเพจที่ผ่านการซื้อไลค์

หรือโฆษณาแบบผิดวิธีมาวิเคราะห์ Persona ไม่เช่นนั้นข้อมูลจะใช้ไม่ได้
.
---
.
ที่เราแนะนำ Google Analytics กับ Social Media Analytics ในเบื้องต้น เพราะจะได้รับข้อมูลที่เป็นลูกค้าเราจริงๆ และจะได้เก็บข้อมูลวัดผลได้ แต่อาจต้องมีลูกค้าเข้ามาในระดับหนึ่งก่อน แล้วดูว่ากลุ่มไหนที่สนใจเรามากที่สุด

ซึ่งถ้าเรายังไม่มีลูกค้าเข้ามาในระดับหนึ่ง หาไอเดียมาทำ Persona ได้จากเครื่องมืออื่นๆได้ด้วย เช่น Find My Audience, Market Finder, Google Trends ที่เป็นเครื่องมือจาก Google เป็นต้น

---------------------------------
.
.
<<< จะเอาข้อมูล Persona ไปทำอะไรได้บ้าง? >>>>
.
อย่างที่บอกไปว่า ประโยชน์ของ Persona มีเยอะมาก
โดยเราจะยกประโยชน์ที่ใช้งานได้ชัดในการทำการตลาดออนไลน์

ดังต่อไปนี้...
.
--- สร้างคอนเทนต์ที่ใช่ ให้กลุ่มเป้าหมาย ---
.
ธุรกิจเกิดใหม่ หรือธุรกิจที่เพิ่งเริ่มขึ้นออนไลน์ อาจเจอปัญหานี้บ่อย นั่นคือ การทำคอนเทนต์โดยไม่เข้าใจว่ากลุ่มเป้าหมายเราชอบหรือไม่

แต่เมื่อเราสร้าง Persona ขึ้นมา การจะทำคอนเทนต์ก็จะมีความชัดเจนขึ้น โดยอาจใช้ข้อใดข้อหนึ่ง หรือหลายๆข้อประกอบการพิจารณา เช่น Personality, Motivation

ตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ
โฆษณาของชาขาวยี่ห้อหนึ่ง ที่ใช้ผู้ชายนั่งใต้ดินไม้คนเดียว แล้วดื่มชาขาว

เรื่องนี้มีการวิจัยมาว่า คนดื่มชาขาวส่วนใหญ่ มักเป็นคนเก็บตัว ชอบอะไรที่ดูเป็นธรรมชาติ

อีกตัวอย่าง คือ
โฆษณาของโซดายี่ห้อหนึ่ง ภาพ หรือวิดีโอ ก็จะเป็นลักษณะการสังสรรค์ของกลุ่มเพื่อนที่มีอายุระหว่าง 25-35 ปี นั่นเป็นเพราะ Persona ลูกค้าสินค้านี้เน้นกลุ่มช่วงอายุวัยทำงาน โดยเป็นคนออกสังคม อยากสังสรรค์กับเพื่อน

ดังนั้น การทำ Persona จึงช่วยในเรื่องของการออกแบบคอนเทนต์ สื่อโฆษณา ได้เป็นอย่างดี
.
--- การทำโฆษณาแบบเจาะจง (Personalized) ---
.
ข้อนี้ถือเป็นไฮไลท์หนึ่ง ของการทำ Persona ก็ว่าได้

การที่เรามีข้อมูลที่แม่นยำ ทำให้ใช้ข้อมูลส่วนนี้ในการเลือกกลุ่มเป้าหมายทำโฆษณาได้

ทีนี้ ด้วยคำถามที่เราเปิดไปเมื่อตอนต้นว่า “เฮ้ย!! รู้ได้ไง ว่าเราอยากได้สินค้านี้”

คำตอบ คือ เพราะเมื่อทำ Persona บ่อยๆ จนละเอียด เราจะเริ่มรู้ใจลูกค้าแล้ว เราก็จะยิงโฆษณาไปหาลูกค้าได้ถูกกลุ่ม ถูกคน แบบรู้ใจ

เช่น ถ้าเรามีสินค้ากาแฟ อาจไม่พบว่าลูกค้าเราชอบกินกาแฟ แต่เป็นหนุ่มสาวอ๊อฟฟิศ ที่ดื่มกาแฟ เพื่อให้ไม่ง่วง ทำงานได้ทั้งวัน เมื่อทำโฆษณาก็จะได้เจาะไปยังคนกลุ่มนี้

และที่เด็ดคือ

เมื่อมีกลุ่มเป้าหมายตั้งต้นแล้ว เราสามารถเอามาโดมเดลต้นแบบในการสร้างลูกค้าใหม่ หรือที่เราเรียกกันว่า LookAlike บนเฟซบุ๊ก หรือ Silimar Audience บน Google Ads ได้

และหลังจากนั้นเราก็สามารถเติมเต็มประสิทธิภาพด้วยแคมแปญ Remarketing, Retargeting หรือการทำให้โฆษณาเราติดตามกลุ่มเป้าหมายไปบนเว็บ หรือบนเฟซบุ๊กอยู่ได้เรื่อยๆตลอดเวลาได้

ซึ่งวิธีการคือ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะจับพฤติกรรม และความสนใจ ช่วงอายุ พื้นที่ ฯลฯ ที่ตรงกับ Persona ของลูกค้าเรา และเอาโฆษณาเราไปแสดงกับคนอื่นๆ ที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย
.
---------------------------------------------------
.
เรียกได้ว่า แค่เริ่มทำ Persona ก็จะเริ่มเห็นทิศธุรกิจ เห็นทางการตลาดแล้ว

และการทำ Persona เองก็ ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจ ขนาดธุรกิจด้วย ไม่มีกฎตายตัวโดยสินค้าหนึ่งชนิด อาจทำได้หลาย Persona

หากคุณได้ลองทำแล้ว จะพบว่า มันสามารถเอาต่อยอดทำการตลาดออนไลน์ต่อได้มากมายกว่าที่คิด

คำถามที่ว่า Google, Facebook รู้ได้อย่างไร ว่าเรากำลังอยากได้อะไร

ขั้นแรกจึงอาจมาจากการทำ Persona นั่นเอง

หลังจากนั้นเราใช้ Persona เดิม มายิงโฆษณาไปยังกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่คล้ายกับกลุ่มเดิมได้ จึงเป็นที่มาส่วนหนึ่ง ที่ทำให้ Google, Facebook รู้ใจเรา

นักการตลาดเก่งๆ สามารถทำ Persona ได้โดยไม่ต้องเขียน ดูปุ๊บ รู้ปั๊บ ไม่ต่างจากหมอดู

สุดท้ายถ้าเรารู้ใจลูกค้าว่า อยากได้สินค้าอะไร และจะทำอย่างไรให้ลูกค้าซื้อ

จะโน้มน้าวใจลูกค้าก็คงไม่ยากอีกต่อไป









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ