5 ข้อเสี่ยงเป็น Hate Speech ก้าวพลาด ธุรกิจพัง! | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




5 ข้อเสี่ยงเป็น Hate Speech ก้าวพลาด ธุรกิจพัง!

5 ข้อเสี่ยงเป็น Hate Speech ก้าวพลาด ธุรกิจพัง!

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2020-07-13 11:30:57

เฟซบุ๊กโดนแบรนด์กว่า 400 แบรนด์ บอยคอตไม่ลงโฆษณา สูญเสียเงินกว่า 7.1 แสนล้านบาท ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาเพียงอาทิตย์เดียว

สาเหตุเกิดจาก แบรนด์เหล่านี้มองว่าเฟซบุ๊ก

กลั่นกรอง Hate Speech ได้ไม่มีคุณภาพเพียงพอ

ซึ่ง Hate Speech ก็คือ คำพูด สัญลักษณ์ รูปภาพ ที่ก่อให้เกิดความเกลียดชังกันภายในสังคม

ลองคิดดูว่าบริษัทใหญ่อย่าง Facebook ยังเจอเหตุการณ์ขนาดนี้ ยังสั่นคลอน เรื่องนี้จึงสำคัญ ไม่ว่าจะธุรกิจเล็ก หรือใหญ่ ก็ต้องตระหนักเอาไว้เสมอ

เพราะบอกเลยว่า มีธุรกิจ/แบรนด์ ไทย และระดับโลก ที่ก้าวพลาดในเรื่องเหล่านี้แบบทั้งไม่ได้ตั้งใจ รู้เท่าไม่ถึงการณ์มานักต่อนักแล้ว

เราจะมาบอกคุณว่า 5 ประเด็น ที่คุณไม่ควรจะทำในเชิงธุรกิจ
เพื่อให้ธุรกิจคุณไม่ก้าวพลาด ซึ่งอาจนำมาสู่การสูญเงินชั่วพริบตา

มาดูกัน

-------------------------------------------------

ที่ Hate Speech รุนแรงมากขึ้นบนออนไลน์ หลักๆ เป็นเพราะ

- การสื่อสารบนออนไลน์ ปัจจุบันไวกว่าสมัยก่อนหลายเท่าตัว
- โลกออนไลน์เป็นช่องทางอิสระในการสื่อสาร ที่กฎหมายเข้าถึงยาก
- คนสามารถสร้างตัวตนในอีกด้านบนโลกออนไลน์ได้ เช่น การใช้ชื่อสมมติ การไม่ระบุตัวตน

การแพร่กระจายของ Hate Speech จึงรุนแรงมากกว่าเก่า โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจสื่อสารพลาด จนก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ก็อาจทำให้ธุรกิจพังได้เลย

เพื่อช่วยไม่ให้เกิด Hate Speech ในสังคม
และเพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อธุรกิจเราได้

อะไรบ้างที่เราไม่ควรทำ ลองอ่านดูได้เลย


1.เหยียดกลุ่มคนอื่นๆ ที่มีรสนิยมไม่เหมือนตน

เริ่มจากเรื่องที่เราเห็นได้ใกล้ตัว ที่เห็นกันได้ชัด

คือ การเหยียดกลุ่มคนอื่นๆ ที่รสนิยมไม่เหมือนตน กรณีที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ เหยียดกลุ่มคนที่ชื่นชอบศิลปิน ดาราต่างประเทศ

ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องแบบนี้ จะทำให้คนในสังคมเกลียดกันได้เช่นกัน

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่า
เรื่องการเหยียดกลุ่มคนที่นิยมชอบศิลปินนั้นเกิดขึ้นจริง
และแพร่หลายจนอาจเป็นความรุนแรงได้จริง

เรื่องนี้ในไทยก็เคยมีกรณีศึกษา ที่แบรนด์ดังผู้ให้บริการความบันเทิงรายหนึ่ง ได้เอารูปของศิลปินไปใช้โฆษณา

โดยเป็นรูปที่ศิลปินคนนั้นยังไม่พร้อมให้ลง ทำให้แฟนคลับ ต่างแห่ออกมาวิพากษ์ วิจารณ์ จนเกิดเป็นกระแส Hate Speech ขึ้นมา

เพราะมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางออนไลน์ (Social Bullying)
จนสุดท้ายแบรนด์นั้นต้องออกมาแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แบรนด์ ไม่ควรจะสื่อสารโดยใช้ภาพที่สื่อไปในทางล้อเล่น เช่น ล้อเลียนพฤติกรรม บุคคลิก ของแฟนคลับเพราะเรื่องนี้เป็นความชอบส่วนบุคคล เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการทำให้คนเกิดการด่าท่อ เกลียดชังกัน

2.เหยียดสีผิว ชาติพันธุ์

คาดว่าโลกนี้มีกลุ่มชาติพันธุ์มากกว่า 500 ชาติพันธุ์เป็นอย่างต่ำ
ประมาณการณ์ว่าประเทศไทยมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่อย่างต่ำ 50 ชาติพันธุ์

ในระดับสากลแล้ว เรื่องนี้ถือว่าซีเรียสมาก
เพราะประวัติศาสตร์ มีหลายชาติพันธุ์ ที่เคยถูกกดขี่ ห่มเหง โดยชาติพันธุ์อื่นๆ

แต่มาในยุคปัจจุบันที่โลกเราเน้นหลักของความเสมอภาค ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นที่จริงจัง ไม่ควรนำมาล้อเล่น

กรณีเกี่ยวกับชาติพันธุ์นี้ ธุรกิจในไทยเคยพลาดมาแล้ว ถึงกับที่องค์กรสิทธิมนุษยชน ออกมาระบุว่าเป็นการเหยียดสีผิว บางกรณีถึงกับเคยถูก CNN ตีแผ่จนโด่งดังไปทั่วโลก

เช่น ครั้งหนึ่งมีแบรนด์ไทย ที่ทำโฆษณา เกี่ยวกับครีมช่วยผิวขาว โดยใช้แคมเปญว่าแค่ขาวก็ชนะ และเปรียบเทียบ สีผิวของคนที่ขาว กับผิวคล้ำ โดยบอกว่า ผิวคล้ำก็แพ้ไป ประเด็นนี้เองที่ CNN นำไปตีแผ่จนโด่งดังไปทั่วโลก เพราะเป็นเรื่องของสีผิว ที่ในทางสากลมองว่าไม่ควรนำมาล้อเล่น

หรือแม้กระทั่งแบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกก็เคยพลาดเรื่องนี้ โดยการใช้เด็กผิวสี มาโฆษณาเสื้อที่สกรีนคำว่า “ลิงที่เจ๋งที่สุดในป่า” โดยเผยแพร่ภาพนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย และบนเว็บไซต์

เมื่อสื่อถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์เพียง 1 วัน ชาว อเมริกัน และแอฟริกันจำนวนมาก ถึงกับก่อจราจล พังร้านเสื้อผ้า และบอยคอตแบรนด์นั้นไป

ในระดับสากล เรื่องนี้ถือว่าต้องหลีกเลี่ยง เพราะผลลัพธ์ คือธุรกิจคุณอาจพังได้ในพริบตา
ดังนั้นธุรกิจต้องห้าม ใช้ภาพสื่อ หรือห้ามสื่อสาร โดยเหยียดชาติพันธุ์ โดยเด็ดขาด

3.เหยียดเพศ

ในยุคปัจจุบัน โลกมีความเชื่อว่าเพศเป็นสิ่งที่เราสามารถเลือกได้

ประชากรเพศทางเลือก หรือที่เรียกว่า LGBTQ ก็มีมากขึ้น เป็นจำนวน 483 ล้านคนทั่วโลก ส่วนจำนวนประชากร LGBTQ ในไทย ก็มีมากเป็นอันดับ 4 ในเอเชีย

เคยมีธุรกิจร้านอาหารในไทย ที่ทำโฆษณาว่ามี LGBTQ คนหนึ่ง สวยจนผู้ชายต้องหันมอง และพอถูกเฉลยว่าเป็น LGBTQ ผู้ชายคนนั้นกลับผิดหวัง

เมื่อเผยแพร่ในโลกออนไลน์ได้ไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ต้องลบโฆษณานั้นออกไป เพราะหลายคนมองว่าเป็นการลดทอนคุณค่าของ LGBTQ และอาจเป็นบ่อเกิดของ Hate Speech ได้

ดังนั้น เมื่อเวลาเราทำโฆษณา การเลือก LGBTQ มาแสดงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ไม่ควรให้แสดงออกไปในทางเหยียดเพศ เช่น การบอกว่า LGBTQ ไม่ใช่หญิงแท้ ไม่ใช่ชายแท้ เป็นต้น

4.เหยียดวัฒนธรรม

ปัจจุบันโลกมีวัฒนธรรมหลากหลายจนนับไม่ถ้วน
เฉพาะในประเทศไทยเองก็มีวัฒนธรรมเฉพาะท้องถิ่น ภูมิภาคแยกย่อยต่างกันไป

เรื่องเหยียดวัฒนธรรมนี้แบรนด์ระดับโลกก็เคยพลาดมาอีกแล้วเช่นกัน

แบรนด์นั้นเป็นแบรนด์น้ำหอม ที่กำลังจะจัดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงจัดงานแฟชั่นที่จีน

แบรนด์นั้นทำโฆษณาเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ โดยทำเป็นวิดีโอ สาวจีนใช้ตะเกียบในการคีบพิซซ่า คีบสปาเก็ตตี้ ใช้ภาษาจีนสำเนียงอังกฤษ และมีการพากษ์เสียงว่า กินอาหารอิตาลีอย่างไรให้ถูกต้องคนจีนมองว่า การทำเช่นนี้ หมิ่นวัฒนธรรมจีน จึงบอยคอตแบรนด์นี้

ทำให้หลังลงคลิปในโลกออนไลน์ไป 5 ชั่วโมง ต้องลบคลิปออกจากโซเชียลมีเดียจีนทันที และงานแฟชั่นที่กำลังจะจัดต้องยกเลิกไป

สำหรับธุรกิจเอง ต้องเข้าใจว่าวัฒนธรรมมีหลากหลาย อย่างในไทยเองก็มีวัฒนธรรมแต่ละภูมิภาคแยกย่อยไปอีกเป็นจำนวนมาก

ถ้าเข้าใจวัฒนธรรมและสื่อไปในทางบวก จะช่วยเพิ่มพลังให้กับโฆษณาได้ แต่ถ้าไม่เข้าใจและสื่อสารผิด ก็เสี่ยงต่อการเกิด Hate Speech ในสังคม และยังเสี่ยงโดนบอยคอตได้อีกด้วย

5.เหยียดศาสนา เหยียดนิกาย

ประมาณการณ์ว่า โลกมีศาสนาทั้งหมด 4,200 ศาสนา
เฉพาะศาสนาพุทธ รศ.ดร.โกวิทย์ วงสุรวัฒน์ คาดการณ์ว่าอาจมีมากถึง 1,000 นิกาย

การพูดถึงเรื่องศาสนาอื่นๆ หรือนิกายอื่นๆเราจึงต้องรอบคอบให้มาก

ประเด็นนี้ ก็มีกรณีศึกษาของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิตอาหารของออสเตรเลีย ที่ทำโฆษณาโดยใช้รูปเทพเจ้าของแต่ฮินดูมานั่งกินเนื้อ

เรื่องนี้ใหญ่ถึงกับที่ทางการอินเดีย ยื่นประท้วงต่อรัฐบาลออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการ

สุดท้ายบริษัทผู้จัดทำโฆษณา ต้องลบโฆษณาออกจากโลกออนไลน์ไปทันที

ที่เรื่องศาสนา ไม่ควรนำมาล้อเล่นเป็นอันขาด เพราะศาสนาเป็นความเชื่อ ซึ่งหยั่งรากลึกลงไปถึงระดับจิตใจของผู้นับถือ

---------------------------------------------------

สิ่งเหล่านี้แบรนด์ใหญ่ๆ ก็ต่างเคยทำผิดพลาดกันมาแล้ว
เรื่องเหล่านี้จุดประกายให้แบรนด์ใหญ่ๆออกมาบอยคอตเฟซบุ๊ก

เพราะแบรนด์ต่างๆก็ได้บทเรียนกันมานักต่อนักแล้ว
จึงไม่ต้องการให้เกิด Hate Speech ขึ้นมาอีก

เวลาทำคอนเทนต์ โฆษณา เราจึงต้องสำรวจให้ถี่ถ้วน ว่าสุ่มเสี่ยงเป็น Hate Speech หรือไม่ เพราะไม่ใช่ 5 ข้อนี้ แต่ยังมีประเด็นทางสังคมอื่นๆอีกมากมาย

ดังนั้น บนโลกออนไลน์ หากเราไม่คำนึงถึงเรื่องนี้ จนเกิดเป็นความผิดพลาด อาจทำให้เกิดกระแสในทางลบ และถูกบอยคอตอย่างรวดเร็ว จนกระทบธุรกิจได้

เรื่องนี้จึงเป็นสิ่งที่เราควรจะศึกษาอย่างระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดคำว่า “รู้เท่า ไม่ถึงการณ์”









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ