เปิดการตลาดออนไลน์ทาสแมว มูลค่านับหมื่นล้าน | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




เปิดการตลาดออนไลน์ทาสแมว มูลค่านับหมื่นล้าน

เปิดการตลาดออนไลน์ทาสแมว มูลค่านับหมื่นล้าน

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2020-06-07 18:04:37

เชื่อไหม? ทาสแมวมีมาแล้วกว่า 10,000 ปี
ตั้งแต่ยุคหิน!

ในยุคแรกมนุษย์ใช้ประโยชน์จากแมวเพื่อล่าหนู
และแมลง ไม่ให้รบกวนคน

แต่พอกาลเวลาผ่านไป หน้าที่ของแมวคือการอยู่เฉยๆ กิน เล่น นอน ให้เราดู เราก็มีความสุขแล้ว

ซึ่งในปัจจุบันสังคมเราเปลี่ยนไปจากอดีตมาก
เช่น การที่คนมีลูกน้อยลง หรือการอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้น ฯลฯ
ทำให้เราต้องหาแมวมาเป็นเพื่อน แก้เครียด และคลายเหงา

และนั่นเอง ที่ทำให้เราเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “ทาสแมว”
หรือคนที่ยินดีที่จะทำทุกอย่างให้แมวมี “ความสุข”

ซึ่งการตลาดออนไลน์ กับ ทาสแมวเป็นอย่างไร
เราจะมาบอกให้ฟัง

-------------------------------

ประเทศไทยมีบรรดาประชากรแมวทั้งหมด ถึง 7 ล้านตัว
.
มูลค่าเกี่ยวกับธุรกิจสัตว์เลี้ยง แมวก็ช่วยดันยอดให้สูงขึ้นทุกปี
-ปี 2560 มีมูลค่า 29,930 ล้านบาท
-ปี 2561 มีมูลค่า 32,230 ล้านบาท
-ปี 2562 มีมูลค่า 35,453 ล้านบาท
.
และคนพร้อมที่จะจ่ายให้กับการเลี้ยงแมว
700 -1,500 บาทต่อเดือน
.
จึงทำให้แนวโน้มมูลค่าตลาดของสัตว์เลี้ยงจะสูง
เพิ่มขึ้น 10% ทุกปีด้วย
.
.
ที่น่าสนใจคือ
ในปีนี้ สถิติการค้นหาเกี่ยวกับแมวบน Google
สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
.
- คำว่า “อาหารแมว” มียอดการค้นหาสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- คำว่า “คอนโดแมว” มียอดการค้นหาสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- คำว่า “ทาสแมว” มียอดการค้นหาสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- คำว่า “ของเล่นแมว” มียอดการค้นหาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 13 ปี
.
เหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เกิดจาก “โลกออนไลน์ที่มาแรง โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย”
.
สังเกตได้จากกรณีที่มี “เซเลปแมว” หรือแมวดัง ที่เกิดขึ้นมากมายบนโลกออนไลน์
เช่น เพจทูนหัวของบ่าว, จอห์นนี่ แมวศุภลักษณ์, น้องวัวนมแมวแพนด้า
.
การเกิดขึ้นของแมวเซเลปเหล่านี้ ยิ่งกระตุ้นให้คนหันมาสนใจ และรักแมวกันมากขึ้น
เพราะด้วยความน่ารัก รักสงบ เหย่อหยิ่ง แต่ก็มีอารมณ์ขี้เล่น ตลกโปกฮา ของแมว
จึงทำให้คนหันมาเลี้ยงแมวกันมากขึ้น
.
--
.
ดังนั้น การตลาดออนไลน์ที่ทำจนเกิดกระแสทาสแมวได้ขนาดนี้ หลักๆ เป็นเพราะ
.
1. แรงจูงใจด้านเหตุผล (Rational Motives)
เช่น การซื้ออาหารแมว หรือการพาแมวเข้ารักษาเวลาเจ็บป่วย
.
2. แรงจูงใจด้านอารมณ์ (Emotional Motives)
เช่น การซื้อปลอกคอ การซื้อเสื้อให้แมวใส่
.
ซึ่งเหมือนที่เกริ่นไปตั้งแต่ตอนแรกว่า คนแค่เห็นแมวอยู่เฉยๆ กิน เล่น นอน ให้เราดูแล้วมีความสุขได้แล้ว แมวจึงตอบสนองอารมณ์ด้านความรัก ความผูกพันธ์ ระหว่างคนกับสัตว์เลี้ยง
.
ซึ่งสินค้าที่เกี่ยวกับด้านอารมณ์ถือเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กระแสทาสแมวประสบความสำเร็จ เช่น เสื้อผ้าแมว เราซื้อจากความสวยงามจากอารมณ์ความรู้สึกของเรา เพราะถึงเวลาแมวอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไร
.
ซึ่งก็ตรงกับ ผลสำรวจที่บอกว่า
32% ของคนที่เลี้ยงสัตว์ ซื้อของขวัญให้สัตว์เลี้ยง มากกว่าซื้อให้แฟน
.
66% ของคนที่เลี้ยงสัตว์ มักจะซื้ออุปกรณ์เสริมให้สัตว์เลี้ยง เช่น เสื้อผ้า ปลอกคอ คอนโดแมว
.
นิตยสาร Forbes ถึงกับบอกว่าการตลาดบนอารมณ์ “Emotional Marketing” จะถือเป็นอนาคตของการตลาดออนไลน์เลยด้วยซ้ำ
.
เพราะเราสามารถผลิตสื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายกว่า ยุคที่ผู้บริโภคต้องดูจากทีวี หรือป้ายโฆษณา
.
การตลาดกับทาสแมว มาในเวลาที่เหมาะสม ลงตัวพอดี ทั้งกระแสโลกออนไลน์ที่กำลังมาแรง และผสมกับการตลาดที่อยู่บนพื้นฐานของอารมณ์เป็นหลัก ซึ่งเข้ากับวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่
.
จึงไม่แปลกที่มีการเก็บสถิติว่า เวลาโฆษณาบนเฟซบุ๊กอัตราเฉลี่ย CTR (อัตราคลิกต่อการแสดงผล) ในอุสาหกรรมสัตว์เลี้ยง มีอัตราเฉลี่ยที่สูงกว่าในอุสาหกรรมอื่นๆ เพราะแมวเป็นสิ่งมีชีวิต จึงสื่ออารมณ์กับเราได้มากกว่าสิ่งอื่น
.
ดังนั้นการตลาดกับทาสแมว จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ต่อการเอามาเป็นกรณีศึกษา
เพราะ สิ่งใดที่ทำให้เรามีความสุข เราก็ยินดีที่จะจ่าย
.
แม้แมวจะอยู่ใกล้ตัวกับเรามาเป็นหมื่นปีแล้ว เราอาจเคยคิดว่า แมวเป็นสัตว์เลี้ยงธรรมดาแต่วันหนึ่งกลับมีมูลค่าถึงหมื่นล้าน และมีปัจจัยเร่งคือโลกออนไลน์
.
ไม่แน่สิ่งรอบตัวเรา อาจสร้างมูลค่า โดยที่เราไม่รู้ตัว








ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ