ปรับกลยุทธ์ ดึงลูกค้าที่ร้านอาหารต้องรู้ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




ปรับกลยุทธ์ ดึงลูกค้าที่ร้านอาหารต้องรู้

ปรับกลยุทธ์ ดึงลูกค้าที่ร้านอาหารต้องรู้

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2020-05-23 18:04:34

เมื่อร้านอาหารกลับมาเปิดให้นั่งกินที่ร้านได้ เชื่อว่าอะไรๆก็อาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เพราะหลังจากมีมาตรการ ที่ไม่ให้เข้าร้านไปกว่า 2 เดือน เราเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน จนร้านอาหารหลายร้านอาจสูญเสียรายได้ไป
.
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า มูลค่าร้านอาหารหลังจากนี้ จะลดลงไปเหลือ 3.87 แสนล้านบาท โดยประมาณ จาก 4.27 แสนล้านบาทโดยประมาณ
.
ในสถานการณ์แบบนี้ แปลว่า เจ้าของร้านอาหารที่เริ่มทยอยเปิดจากมาตรการผ่อนปรน ต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อให้ลูกค้ากลับมาที่ร้านเราได้อย่างสะดวก สบายใจ
.
เพราะการแข่งขันในช่วงนี้ก็จะสูงขึ้น แต่ก็สูงขึ้นภายใต้ข้อจำกัดของยุค New Normal หรือยุคที่เราใช้ชีวิตแบบใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงเชื้อโควิด-19
.
เราจึงหันมา “ปรับกลยุทธ์” บนร้านอาหารเราเสียใหม่ โดยเฉพาะบนช่องทางออนไลน์
.
เพราะตั้งแต่มีโควิด-19 ช่องทางออนไลน์ กลายเป็นช่องทางหลักของทั้งโลกไปแล้ว อย่างในไทยเองยอดการใช้งานออนไลน์เพิ่มสูงขึ้นนับ 100%
.
ผู้เชี่ยวชาญถึงกับบอกว่า “ให้ลืมความสำเร็จเดิมๆไป” แล้วหันมาสนใจกลยุทธ์ใหม่ดีกว่า
.
การปรับกลยุทธ์ออนไลน์เหล่านี้
เราควรทำอะไรกันบ้าง
มาดูกัน

----------------------------
.
.
<<<วิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า>>>
.
.
เพราะจากผลสำรวจพบว่า คนไทย 76% ยอมที่จะสูญเสีย
วิถีชีวิตเดิมไป เพื่อป้องกันไวรัสโควิด-19
.
จึงปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆว่า พฤติกรรมการใช้ชีวิต และพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยก็อาจเปลี่ยนไปแล้ว
.
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปนี้ เราเรียกกันว่า New Normal หรือบรรทัดฐานใหม่ เช่น การกลัวการสัมผัสกับคนอื่น การที่ต้องพกเจลฆ่าเชื้อติดตัว การที่ต้องใส่หน้ากากอนามัยไว้ตลอดเวลา
.
เช่น ลูกค้าตระหนักในเรื่องของความสะอาด เพราะไม่อยากติดเชื้อโควิด-19 เราก็ต้องมีการสื่อสารให้ลูกค้ามั่นใจว่า ร้านอาหารของเรา ให้ความสำคัญในด้านนี้ขนาดไหน
.
หรือ พฤติกรรมของลูกค้าที่ไม่กล้ามาร้าน เพราะมีปัญหาเรื่องการเดินทางเนื่องจากกลัวไม่ทันช่วงเวลาเคอร์ฟิว เราก็ต้องหันมาสื่อสารเน้นย้ำวิธีการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย ให้กับลูกค้าที่จะมาร้าน เป็นต้น
.
ถ้าเราจับพฤติกรรมของลูกค้าได้ ก็จะทำให้เรารู้ว่าต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารกับลูกค้าอย่างไร เพื่อดึงให้ลูกค้าเข้ามาที่ร้าน

------------------------------
.
.
<<<<<ปรับการสื่อสารบน Social Media>>>>
.
.
การนำเสนอคอนเทนต์สำหรับร้านอาหารบน Social Media จะทำแบบเดิมไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
เพราะในยุค New Normal มีปัจจัยที่มากกว่ายุคก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการเดินทาง ความสะอาด หรือแม้แต่การจัดการกับเวลาเพราะเคอร์ฟิว
.
ที่สำคัญคือ เราต้องสื่อสารให้ลูกค้ารู้ ไม่ให้เสียโอกาสในทางธุรกิจ
.
ซึ่งเราสามารถทำได้ ดังนี้
.
1.เรื่องการเดินทาง

สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจพบ ว่า คนไทย 84.7% ยังกังวลเรื่องการเดินทางในช่วงนี้อยู่
.
เพราะเราไม่รู้ว่าสายรถเมล์วิ่งน้อยลงไปจากเดิมไหม รถเมล์หยุดวิ่งก่อนเคอร์ฟิวตอนกี่โมง วินมอเตอร์ไซต์หมดกี่โมง หรือมีที่จอดรถหรือไม่ เป็นต้น
.
เช่นถ้าร้านคุณอยู่ใกล้ BTS คุณต้องบอกลูกค้าให้ชัดเจนว่า ถ้าลูกค้านั่ง BTS มาที่ร้าน ร้านจะปิดกี่โมง และ BTS จะหมดกี่โมง เพื่อให้ลูกค้าสามารถคำณวณเวลาการเดินทางได้
.
เจ้าของร้านอาหาร ควรจะนำเสนอคอนเทนต์ด้านนี้ด้วย เพราะถ้าลูกค้าไม่ทราบวิธีการเดินทางทั้งไป-กลับ อาจทำให้เสียโอกาสที่ลูกค้าจะมาได้
.
2.เรื่องความสะอาด และความปลอดภัย
.
เรื่องนี้ต้องตระหนักที่สุด เพราะผลสำรวจพบว่าคนไทย 98% มีความกังวลเรื่องการระบาดของโรคอยู่
.
ซึ่งรัฐบาลก็ได้แนะนำว่า ต้องมีมาตรการ Social Distancing ให้นั่งห่างกันเกินกว่า 1 เมตร หรือขั้นตอนการทำความสะอาดร้าน เช่น ทำความสะอาดห้องน้ำทุก 2 ชั่วโมง ทำความสะอาดโต๊ะที่นั่งกิน ด้วยอุปกรณ์ด้วยแอลกอฮอฆ่าเชื้อเท่านั้น
.
ตัวอย่างที่โด่งดัง ดูได้จาก "Pengiun eat Shabu" ที่โด่งดังถึงขนาดที่สื่อยักษ์ใหญ่ต่างประเทศเอาไปลงข่าว เพราะร้านนี้เป็นร้านแรกๆ ที่ปรับโดยลงทุนทำฉากกั้นแบ่งครึ่งโต๊ะ โดยกั้นเป็นตัว Z เพื่อให้โต๊ะหนึ่งรองรับได้ 2 คน และรักษาระยะห่าง 1 เมตร ซึ่งทำให้ลูกค้ามั่นใจ
.
3.ให้ความสำคัญกับทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเวลา
.
ต้องอย่าลืมว่า เรายังมีช่วงเวลาเคอร์ฟิวห้ามออกจากบ้านตั้งแต่ 4 ทุ่ม ถึงตี4 และจากผลสำรวจยังพบว่า คนไทยกว่า 70% ยังต้องการให้คงเคอร์ฟิวไว้

ในขณะเดียวกันคนกลุ่มนี้ก็ต้องยังกังวลการจัดการเวลาด้วย ไม่ใช่แค่เวลาเคอร์ฟิว แต่ต้องให้ลูกค้าคำนวณเวลามาถึงร้าน และเวลาตอนกลับบ้านด้วย
.
การบอกเวลาการเปิด-ปิด จึงต้องบอกให้ชัดเจน และควรอัพเดทในทุกช่องทางที่มี
.
นอกจากนั้นการจองคิว ก็ต้องบอกช่องทางให้ชัดเจน เช่น จองคิวผ่านการโทร หรือไลน์ หรือจะเฟซบุ๊ก ก็อาจต้องเลือกหนึ่ง หรือสองช่องทาง ก็เพียงพอเพื่อง่ายต่อการจัดการ
.
ที่สำคัญคือ ถ้าคิวเต็ม ก็ควรจะมีการแจ้งลูกค้าบน Social Media ด้วย เพราะบางครั้งถ้าลูกค้า Walk in เข้าไป แต่ไม่ได้กินเพราะคิวเต็ม อาจเสียความรู้สึกได้ ที่ร้านไม่บอกอะไรก่อนเลย
.
ตัวอย่าง "ร้านย่างเนย" จะเปิดให้ทานเป็นรอบๆ เริ่มแรก รอบตอน 12.00 - 13.30 น. และรอบต่อไปจะเริ่มตอน 14.00 น. เพื่อให้ใช้เวลาปิดรอบ 30 นาทีในการทำความสะอาดร้านตามมาตรการของรัฐ และให้ลูกค้าจองผ่านทางไลน์ของร้านเท่านั้น
.
หรือร้าน Penguin Eat Shabu ที่แจ้งลูกค้าผ่านหน้าเฟซบุ๊ก
อยู่เสมอว่า ช่วงวันไหนที่คิวเต็มแล้ว ไม่ต้องจองเข้ามา และไม่ต้องเดินทางมา เพราะจะทำให้ไม่ได้กิน

-----------------
.
.
<<<<<ปรับแคมเปญโฆษณาออนไลน์>>>>
.
.
สำหรับคนที่ ทำโฆษณาออนไลน์อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาบน Google หรือ Facebook ควรจะปรับโฆษณาของเราให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในช่วงนี้ด้วย
.
โดยเราแนะนำให้ปรับหลัก 2 ข้อหลัก คือ
.
1.การปรับข้อความโฆษณา (Ad text) ให้ใส่ข้อความเรื่อง ความสะอาด ความปลอดภัยจากการนั่งทานที่ร้านนั้น เพื่อให้คนที่สนใจเข้ามาทาน หมดความกังวล รู้สึกปลอดภัย ปราศจากเชื้อโควิด-19
.
เช่น “ข้าวมันไก่เฮียตี๋ สะอาด ปลอดภัย จาน ชาม ผ่านการอบฆ่าเชื้อ” แค่นี้ลูกค้าก็จะรู้สึกมั่นใจได้ ว่าร้านนี้ปลอดภัยจาก
โควิด-19 แน่นอน
.
2.เพิ่มระยะเวลาแสดงผลของโฆษณาออนไลน์ให้มากขึ้น เพราะสถิติการค้นหาบน Google ชี้ชัด ว่า
คำว่า “ร้านอาหารเปิด” มีการค้นหาสูงที่สุดในรอบ 16 ปี
คำว่า “ร้านอาหาร ใกล้ฉัน เปิดตอนนี้” การค้นหาพุ่งจากช่วงก่อนหน้านี้ 200%
คำว่า “ร้านอาหาร ใกล้ฉัน” ยอดการค้นหาพุ่งจากช่วงก่อนหน้านี้ 170%
.
ด้วยเหตุผลนี้ คนที่ทำแคมเปญโฆษณาบน Google หรือบน Social Media ควรที่เพิ่มระยะเวลาให้โฆษณาออนไลน์แสดงผลให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสที่ลูกค้ามาเจอโฆษณาของเรา เพราะช่วงนี้เป็นช่วงที่คนต้องการออกไปทานอาหารนอกบ้านกันมากขึ้น

----------------------

<<<<สำรวจและเพิ่มช่องทางออนไลน์ใหม่ๆ>>>>
.
ในช่วงร้านอาหารเริ่มทยอยเปิดให้นั่งในร้านได้
จากมาตรการผ่อนปรน
.
การศึกษาและเพิ่มช่องทางในโลกออนไลน์
เราจะมีโอกาสที่จะนำคู่แข่งได้
.
เราควรเช็คดูเลยว่า ช่องทางออนไลน์ไหน ที่เรายังไม่มี และเราจะเพิ่มช่องทางนั้นดีหรือไม่
.
-LINE: การทำโฆษณาบนไลน์ หรือการสร้าง LOA, LAP เพื่อที่จะได้ใช้อัพเดทข่าวสาร โปรโมชั่น
-Facebook: สร้างเพจขึ้นเพื่อผลิตคอนเทนต์ และอัพเดทข้อมูลข่าวสาร และสร้าง Brand Awareness
-Website: สร้างขึ้นมาเพื่อความน่าเชื่อถือ อัพเดทข่าวสาร และต่อยอดการทำโฆษณาบน Google ได้
-Instagram: สร้างขึ้นมาเพื่อนำเสนอรวมภาพหน้าตาอาหารที่แสนน่ารับประทาน หรือแบนเนอร์แจ้งโปรโมชั่นพิเสษ
-Youtube: สร้างขึ้นมาเพื่อรีวิวการประกอบอาหาร รีวิวร้าน รีวิวครัวของเรา และสร้าง Brand Awareness
-Twitter: เพื่ออัพเดทข่าวสาร โปรโมชั่นให้กับร้าน
.
เราอาจไม่จำเป็นต้องใช้ช่องทางการสื่อสารให้ครบทุกช่องทาง แต่เราควรเลือกช่องทางที่เหมาะสมที่สุด สำหรับการสื่อสารกับลูกค้า และการสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้า
.
-----------------------

สุดท้ายแล้ว การปรับกลยุทธ์บนโลกออนไลน์ของร้านอาหารที่กำลังทยอยเปิดจากมาตรการผ่อนปรน อาจกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำก่อน เป็นลำดับต้นๆ
.
เพราะในช่วงนี้ น้อยคนที่จะออกจากบ้านมาสำรวจ
ว่าร้านไหนเปิด หรือปิด
.
แต่คนจะใช้โลกออนไลน์ เพื่อค้นหาว่า ร้านไหนที่ควรไปทาน
.
หากคุณวางแผนปรับกลยุทธ์บนโลกออนไลน์ เรามั่นใจว่า ร้านอาหารของคุณจะไม่ตกขบวนแน่นอน









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ