ต่อยอด "คอมมอนเซนส์" ให้ธุรกิจเดินหน้า | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




ต่อยอด

ต่อยอด "คอมมอนเซนส์" ให้ธุรกิจเดินหน้า

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2014-11-27 16:36:40

ถ้าจะขายของ มันต้องทำมากกว่าการขาย เพราะการสร้างน้ำหนักในการยืนอยู่บนธุรกิจ ให้โดดเด่นและน่านับถือ มีค่ามากกว่าการทำเงิน...


“ไปว่าถึงการบริหารคนเสียนาน เอาละกลับมาที่เรื่องคิดต่อยอด   เรื่องใช้โรงเรียนสร้างธุรกิจเบเกอรีให้ฟังดีกว่า”

            “คือแนวคิดนี้มันเวิร์ค ที่เวิร์คนั้น มันประจวบเหมาะ หรืออยู่ในจังหวะ ไทม์มิ่งที่เหมาะเจาะพอดิบพอดีกับภาวะเศรษฐกิจ ขณะนั้นธุรกิจต่างๆเจ้งกันระนาว เพราะเป็นช่วงลูกโป่งแตก รัฐบาลลดค่าเงินบาท ใครที่เป็นหนี้หน่อยเดียวก็กลายเป็นมาก พวกที่กู้เงินนอกมาใช้ก็เท่ากับเป็นหนี้สองเท่า เพราะหนึ่งดอลล่าห์จากยีสิบห้าบาท  กลายเป็นห้าสิบบาท ธุรกิจซวนเซคนก็ตกงานอื้อ

            ธุรกิจขนาดเล็กๆใช้เงินทุนไม่มาก อย่างเบเกอรี่จึงเป็นทางออกทางหนึ่ง ของคนที่อยากมีธุรกิจของตัวเองในขณะนั้น ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ธุรกิจอาหารก็ไปได้เสมอ และช่วงนั้นเราไม่มีคู่แข่งที่มีโครงการแบบของเรา ซึ่งที่จริงแล้วในรูปแบบ มันก็คล้ายๆกับการทำธุรกิจแฟรนไชส์ในสมัยนี้นั่นเอง เพียงแต่เราไม่ได้ขอแบ่งเปอร์เซนต์จากยอดขาย เราขอแค่ให้ซื้อแป้งของเราไปเรื่อยๆเท่านั้น

            ทีนี้จากการทำงานช่วยเหลือนักเรียนของเรา ที่ไปเปิดเบเกอรี่นั้น ก็พบว่ามีปัญหาในเรื่องการซื้อวัตถุดิบตัวอื่นๆ ที่จำเป็นต้องเอามาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิต  อย่างเช่นช็อคโกแลต หัวเชื้อกลิ่น นม เนย ยีสต์ ฯลฯ สั่งซื้อทีละไม่มาก ราคามันก็สูง แถมไม่มีเครดิตต้องซื้อเงินสด ทำให้เงินหมุนเวียนของกิจการมีปัญหา 

เราก็เลยช่วยเหลือด้วยการแบ่งปันของเราเองไปให้ก่อน แต่พอมันเยอะเข้า ก็เลยเป็นตัวแทนจำหน่ายมันเสียเลย เพื่อช่วยให้พันธมิตรใหม่แจ้งเกิดได้เสียก่อน เอามากระจายขายปลีกให้ แถมยังให้เครดิตอีกด้วย เพราะเราก็ได้เครดิตจากเจ้าของสินค้าเหมือนกัน แม้จะขายได้ถูกแต่ก็ยังมีกำไรอยู่ดี

            นอกจากส่วนผสมในการผลิต ในแทบทุกเรื่องที่เกี่ยวกับการทำเบเกอรี ก็ทำในทำนองเดียวกัน เราก็ช่วยนักเรียนเหล่านั้น ในการซื้อเครื่องมือ เครื่องจักรอุปกรณ์ในการผลิตและจำหน่าย ด้วยการตกลงกับบริษัทผู้จำหน่ายเหล่านั้น ให้ขายในราคาพิเศษ แลกเปลี่ยนกับการให้คอมมิสชั่นกับเรา เราไม่เอา แต่ให้ไปหักจากราคาขาย และให้มีการผ่อนส่งได้ เราก็จะแนะนำให้มาติดต่อซื้อจากเขา

            “ตรงนี้มันทะแม่งๆนะ ทีเรื่องส่วนผสม กำไรนิดๆหน่อยๆยังเอา ทีเรื่องใหญ่ๆกำไรเยอะกว่า กลับไม่ทำ มันไม่ค่อยจะเม็คเซนส์นะ?”

            “ถ้าจะขายของพวกนี้ มันต้องทำมากกว่าการขาย มันต้องมีการติดตั้ง ต้องมีคนซ่อมแซมเวลาเสียขึ้นมา ต้องมีอะไหล่ชิ้นส่วน หรือมีอาฟเตอร์เซลล์เซอร์วิส ต้องรู้เรื่องจริงๆ การเป็นตัวแทนมันไม่คุ้มหรอก ในเมื่อเราไม่มีความรู้จริง และไม่ได้ทำธุรกิจนี้มาก่อน แค่หาลูกค้าส่งให้เขา ก็ทำเงินจากค่าคอมมิสชั่นได้แล้ว

            แต่ที่ไม่เอา ก็เพราะรู้ว่าการลงทุนที่มากที่สุด อยู่ที่ตรงเรื่องนี้ การทำให้นักเรียนจ่ายเพื่อลงทุนในเรื่องนี้น้อยลง ก็จะทำให้เริ่มธุรกิจได้ไม่ยาก ยิ่งผ่อนส่งได้ก็เท่ากับทุกฝ่ายได้ประโยชน์กันหมด เราเองได้รับความเชื่อถือจากคนที่เปิดเบเกอรี จากบริษัทที่เกี่ยวข้องอยู่ในแวดวงของธุรกิจนี้ และปิดทางไม่ให้คนของเราเอง ไปเรียกรับคอมมิสชั่นจากที่ไหนๆ ในการให้ไปช่วยเหลือการเปิดกิจการของนักเรียน มันสร้างน้ำหนักในการยืนอยู่บนธุรกิจนี้ ให้โดดเด่นและน่านับถือ ซึ่งมันมีค่ามากกว่าการทำเงินจากตรงนี้หลายเท่านัก อย่างนี้พอจะเม็คเซนส์มั้ย”

            “โอเค เข้าใจแล้ว คิดได้ลึกมากนะ อย่าบอกล่ะว่าใช้คอมมอนเซนส์”

            “คอมมอนเซนส์อีกนั่นแหละ ขอบอก เพียงแต่ว่ามันเป็นคอมมอนเซนส์ในแง่อื่น แต่มันมาได้กับแง่นี้ด้วยเท่านั้นเอง มันมาจากการที่เราพยายามจะให้คนที่มีทุนไม่มากมายนัก เปิดกิจการให้ได้ ดังนั้นการใช้อิทธิพลหรือน้ำหนักที่เรามีในวงการนี้ มาช่วยพวกเขาในการเริ่มต้น มันก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้คนอื่นๆอยากเปิดกิจการบ้าง ยิ่งเปิดได้มากเท่าไหร่ ลูกค้าแป้งของเราก็เพิ่มขึ้นมากเท่านั้น”

            คิดดูแล้วกัน พวกเขาเป็นลูกค้าเราตั้งแต่เข้ามาเรียน จ่ายค่าเรียน เมื่อไปทำเองก็ใช้เงินลงทุนของตัวเอง เปิดกิจการได้ก็จ่ายค่าซื้อแป้งให้เราอีกอย่างต่อเนื่อง มันเท่ากับการสร้างลูกค้าใหม่โดยไม่ได้เสียค่าสร้าง แถมได้เงินอีก พอๆกับการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ แต่สามารถทำเงินกลับมาได้จากการโฆษณาด้วย

ถ้ามาคิดถึงตรงนี้ ก็คงไม่เชื่อว่ามันเป็นคอมมอนเซนส์ เพราะมันแยบยลและล้ำลึกพอสมควรแต่มันก็มาจากคอมมอนเซนส์ในเรื่องแค่ที่ว่า ทำอย่างไรจะให้คนซื้อแป้งเพิ่มขึ้นนั่นเอง และในระหว่างที่ทำนั้นก็คิดต่อยอดกันไปเรื่อยๆ โดยมีหลักการอยู่ที่เรื่องความเชื่อถือ ความจริงใจ”

“นี่ก็แปลว่า มันออกมาได้อย่างนี้ เพราะใช้คอมมอนเซนส์ และการคิดต่อยอดไปเรื่อยๆ กำลังบอกว่าหยั่งงั้นใช่ไหม?”

“เยส เท่านี้เองแหละ ใครๆก็ทำได้ การใช้คอมมอนเซนส์น่ะ ใช้กันแทบทุกคน แต่ไม่ค่อยจะคิดต่อยอดกันเท่าไหร่ แบบว่าหากใช้คอมมอนเซนส์แล้วทำสำเร็จ ก็เอาแต่ชื่มชมกับความสำเร็จ ทำมาอย่างไรก็ยึดมั่นทำไปอย่างนั้น มันก็จะดีอยู่พักเดียว ต่อจากนั้นก็จะกลายเป็นถอยหลัง และถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง”

ที่ถูกแล้วมันต้องคิดต่อยอดไปเรื่อยๆ ต้องไม่จมปลัก หยุดอยู่กับที่ไม่ได้ ไม่มามัวหลงไหลได้ปลื้มอยู่กับความสำเร็จแต่หนหลัง ต้องคิดอยู่เสมอว่า จะต้องทำอย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม ต้องปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างก็มีให้ดูให้เห็นกันตำตา อย่างเช่นวิวัฒนาการของพวกสินค้าไอทีต่างๆเป็นต้น นั่นแหละ การคิดต่อยอดไปเรื่อยๆไม่มีวันหยุดละ เรื่องธุรกิจก็เช่นกัน”

“แล้วเรื่องทำให้คนไปเปิดเบเกอรีกันนี่ ผลเป็นยังละ?”

“จะบอกให้ว่า เป็นยุคสมัยของเบเกอรีบูม นี่แหละฝีมือเราเอง คือเกิดร้านเบเกอรีขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ด และเบเกอรีไหนที่มีประกาศนียบัตรของโรงเรียนเราติดไว้ข้างฝา ก็จะขายดีเป็นพิเศษ เพราะมีคุณภาพและมาตรฐานเป็นที่เชื่อถือ ตอนนั้นโรงเรียนแทบแตก คนแห่กันมาเรียนจนแทบขี่คอกันเรียน ทั้งโรงเรียนทั้งเบเกอรีเปิดไม่มีวันหยุด แป้งก็ขายได้มากขึ้นไปตามตัว

จนฝรั่งที่ขายข้าวสาลีให้เรา ต้องมาดูว่าเราทำอย่างไร ก็เลยได้ทีได้จังหวะ เข้าทางการคิดต่อยอดของเรา คือดึงฝรั่งให้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ ให้มาจัดสัมนา ส่งวิทยากรมีชื่อมา เปิดอบรมฟรีถึงเท็คนิคและวิธีการในเรื่องผลิตภันท์จากเบเกอรี โดยให้ฝรั่งมันเป็นผู้จ่ายค่าใช้จ่าย เราก็เชิญพวกลูกค้าของเรา คือพวกที่เปิดเบเกอรีมาเข้าร่วมสัมนาฟรี ทำประชาสัมพันธ์ ออกข่าวให้

ฝรั่งมีหลายชาติ เราก็เล่นกับมันหมด ไม่ว่าจะเป็นพวกอเมริกัน หรือออสเตรเลีย ผู้ขายข้าวสาลีรายใหญ่ให้บริษัทเรา เราขอส่งพวกครูที่สอนไปเพิ่มเติมวิชาความรู้ทางด้านเบเกอรี หรือไปอบรม ไปดูงานต่างประเทศ เอาหมด เพื่อที่จะเพิ่มระดับความเชื่อถือ ในตัวของพวกครูสอนให้มากขึ้น

ใครที่ไม่ได้ไปต่างประเทศ เราก็หาทางส่งไปเอง คือรู้ว่าการจะขอค่าใช้จ่ายเรื่องแบบนี้น่ะยากและเป็นไปไม่ได้ ในภาวะที่บริษัททั้งกลุ่มขาดทุนหมด จากวิกฤติการเศรษฐกิจเรื่องลดค่าเงินบาท มีแต่ธุรกิจที่เรารับผิดชอบนี่แหละ ทำกำไรได้ เป็นดาวเด่นอยู่คนเดียว ถึงขนาดซีอีโอออกมาประกาศว่า ต้องการระงับการปรับเงินเดือน ของผู้บริหารทั้งหมดในเครือ เป็นเวลาสามปี ซึ่งเราเองก็อยู่ในข่ายด้วย

เราจึงต้องคิดหาเงินเอง คือเอาพวกที่เราจะส่งไปดูงานเมืองนอกนี่แหละ หรือบรรดาครูสอนทั้งหลายมาช่วยกัน คือจะจัดพิมพ์หนังสือสูตรการทำผลิตภัณท์เบเกอรีออกมา ครูมีกี่คนก็ให้คิดออกมาคนละอย่างต่ำห้าสูตร ใครทำมากกว่านั้นก็ได้ ทำเสร็จแล้วเอามาทดลองชิมและวิเคราะห์กัน ว่าสูตรไหนควรผ่านหรือไม่ผ่าน คือต้องมีทั้งรสชาดและออกมาดูดีน่ากินด้วย

พอได้สักเกือบร้อยสูตร เราก็จ้างช่างภาพมือดีมีชื่อ มาถ่ายรูปแต่ละสูตรนั้น จ้างคนมาทำรูปเล่ม แล้วจัดพิมพ์ออกมาขาย ทำแบบตำราของฝรั่งที่ขายกันเล่มละหลายร้อยบาท เราขายถูกกว่านั้น แต่คิดต้นทุนแล้วก็ยังกำไรโขอยู่ ล๊อตแรกพิมพ์มาเท่าไหร่ก็ขายหมด ต้องมีการพิมพ์ครั้งที่สอง  และในการพิมพ์ครั้งที่สามนี่แหละ เงินที่ได้เราก็เอาไปใช้ในการส่งลูกน้องเป็นสิบคน ไปดูงานเบเกอรีแฟร์ที่เมืองนอก แบบหักดิบไม่ส่งเงินเข้าบริษัทเหมือนพิมพ์ครั้งก่อนๆ เพราะมันกำไรท่วมการลงทุนทำหนังสือมาตั้งหลายเท่าตัวแล้ว

“แล้วบริษัทเค้ายอมให้ทำแบบนี้หรือ มันมองว่าเป็นการยักยอกหรือคอรับชั่นได้นะ?”

“ก็รู้แหละ ว่ามันคาบเกี่ยวอยู่ที่เส้นบางๆ จะมองว่ามันขาวหรือมันดำก็ได้ แต่เรามีเหตุผลและคำอธิบายได้ทุกแง่มุมอยู่ในใจแล้ว หากเรื่องนี้มีคนเอามาทิ่มแทงเรา ก็รู้ตัวอยู่เหมือนกันว่ากำลังอยู่ในสายตาของคนที่ยินดีกับเรา ชื่นชมกับผลงานของเรา และในขณะเดียวกันก็ย่อมมีคนที่ะอิจฉาเรา จ้องเตะตัดขาเรา หรือดิสเครดิตเรา”

และมันก็เป็นความจริงที่เรื่องนี้ไปถึงหูบรรดาผู้ใหญ่จนได้ ซีอีโอก็เข้าขวางและบอกว่าเขาจะเป็นผู้จัดการกับเราเอง เขารับผิดชอบเราอยู่ ไอ้สิ่งที่เตรียมไว้ เหตุผลและคำอธิบายจึงออกมาเป็นฉากๆถึงเบื้องหลังการกระทำนี้ รู้ว่าบริษัทในเครือกำลังลำบาก จะของบให้บรรดาครูไปเพิ่มเติมความรู้ที่เมืองนอก ก็กระไรอยู่ ดังนั้นจึงหาวิธีไม่ต้องใช้เงินของบริษัท ซึ่งพอสรุปออกมาได้ว่า สิ่งที่เราทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ทุกคนทุกฝ่ายได้หมด ยกเว้นตัวเราเอง ที่ต้องเอาตัวเองเข้าเสี่ยงกับข้อหาคอรับชั่น เพราะมีเอกสารและหลักฐานให้ดูด้วย ได้มาเท่าไหร่ และใช้เป็นค่าใช้จ่ายส่งลูกน้องไปเมืองนอกเท่าไหร่ สลึงเดียวเราก็ไม่ได้

“แสดงว่า ทำการบ้านเตรียมพร้อมไว้แล้วละสิ”

“ก็เรารู้ว่ามันก็ไม่ถูกต้องเท่าไหร่ในเรื่องที่ทำนี้ แต่มันไม่มีทางเลือกทางอื่น และเราก็มีเจตนาที่บริสุทธิจริงๆ ไม่ได้คิดจะโกงบริษัท แต่อย่างที่ว่า  มันหมิ่นเหม่เกินไป จึงทำการบ้านไว้ก่อนเพื่อเตรียมงัดออกมาใช้ กรณีถูกสอบสวนโดยผู้ใหญ่ เผอิญว่าผู้ใหญ่เป็นซีอีโอ ก็พูดกันง่ายหน่อย”

“แล้วซีอีโอว่ายังไงล่ะ”

“เขาพูดสั้นๆว่า ทีหลังจะเล่นอะไรแบบนี้ ก็บอกเค้าก่อนก็แล้วกัน”









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ