สั่งงานแบบไหนให้ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




สั่งงานแบบไหนให้

สั่งงานแบบไหนให้

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2014-10-02 10:06:18

บทความโดย คุณสุจินต์ จันทร์นวล 

มีโปรเจ็คมางานนึง คนเป็นหัวหน้าก็ต้องคอยจัดงานให้ลูกน้อง กระจายงานให้ทุกคนได้ทำ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด แต่... คิดมั๊ยว่าลูกน้อง ชอบ หรืออยากทำ หรือว่าถนัดกับงานที่เรายัดเยียดให้ไปหรือเปล่า

“ที่จริงในการเขียนโปรเจ็คนั้น  เขาต้องมีหัวข้อเรื่องกำหนดเวลา  ตั้งแต่การเริ่มโครงการไปจนถึงการเปิดดำเนินการได้  เปิดไปแล้วปีแรกผลประกอบการจะเป็นยังไง  ปีที่สองเป็นยังไง  เรื่อยไปจนกระทั่งถึงปีที่ถึงจุดคุ้มทุน  แต่ตอนนั้นเขียนไม่เป็นหรอก  ก็เลยหายไปดื้อๆในข้อนี้  เวลาจะลงมือทำจริงจึงต้องเขียนขึ้นมา  แต่เอาเฉพาะตอนเริ่มต้นไปจนเปิดดำเนินการได้พอ  เพราะหลังจากนั้นมันต้องใช้นักบัญชีตัวจริงมาคำนวนและเขียนให้

มันก็เหมือนการวางสเกซดวลทั่วๆไป  เริ่มต้นปุ๊ปทำอะไรก่อนมั่ง  มันก็คล้ายๆกับสเกซดวลของการก่อสร้างนั่นแหละ  คงจะเคยผ่านตาบ้างนะ  แต่มันก็ไม่ถึงกับต้องสมบูรณ์อะไรนักหนา  เอาไว้ดูกันเฉพาะในทีมงาน  มีมันเพื่อเอาไว้เป็นไกด์ไลน์ในการทำงาน  เพื่อกำหนดเวลากันได้  ว่าอะไรควรจะเสร็จเมื่อไหร่  ก็เหมือนว่าทำอะไรมันจะต้องมีการวางแผน  คือไม่ใช่ทำไปเรื่อยๆ  นึกอะไรได้ก็ทำ  พอจะทำไอ้นี่ก็ติดไอ้โน่น  ต้องทำไอ้โน่นเสร็จก่อน  ถึงจะทำไอ้นี่ได้  ติดกันไปขัดกันมา  ทำให้เกิดการล่าช้าเสียเวลาเปล่า

เอาแผนงานนั้น  มาประชุมชี้แจงทำความเข้าใจกับทีมงาน  เล่าให้ฟังถึงเบื้องหน้าเบื้องหลัง  ว่ากว่าจะมาถึงจุดนี้จากอะไรยังไง  รวมถึงเรื่องอนาคตข้างหน้าของพวกเราจะเป็นอย่างไร  ที่ต้องพูดจากันก่อนก็เพราะว่า  จะต้องดึงคนหลายคนจากโรงงาน  โดยเฉพาะจากแผนกอาร์แอนด์ดี  เอาไปเป็นครูสอน    เอาออกไปผจญภัยด้วยกัน  เป็นจุดหักเหเส้นทางอาชีพของพวกเค้าเช่นกัน  จึงคิดว่าพวกเค้าก็มีสิทธิที่จะตัดสินใจเส้นทางของเค้าเหมือนกับเรา

 

“ตรงนี้  ทำไมถึงต้องใช้วิธีนี้  ความจริงก็กำหนดตัวลูกน้อง  ว่าจะให้ใครไปทำอะไรก็ได้ไม่ใช่หรือ  ทำแบบนี้ยังกับหาแนวร่วม?”

 

“อันนี้มันเป็นสไตล์การบริหารของเรา  เราชอบที่จะให้ลูกน้องมีส่วนร่วมในการทำงาน  มันจะทำให้เขารู้สึกมีความสำคัญ  มีส่วนกับความสำเร็จ  เกิดความภาคภูมิใจ  หรือหากล้มเหลว  ก็จะมีกำลังใจในการแก้ไข  สร้างความรู้สึกในการเป็นทีมงาน  กล้าที่จะแสดงความคิดเห็น  เราไม่ได้ทำตัวเป็นเจ้านาย  แต่ทำตัวเป็นหัวหน้าทีม  การพูดคุยแบบเปิดอก  ก็คือการทลายกำแพง  ที่กั้นระหว่างเรากับลูกน้อง  และสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น  มันอาจจะเป็นเรื่องจิตวิทยาในการบริหารก็ได้นะ  แต่สำหรับเรามันคือเรื่องคอมมอนเซนส์ล้วนๆ  เพราะมันมาจากเรื่อง  การนึกถึงใจเขาใจเรา เท่านั้นเอง  ทั้งนี้ก็มาจากการที่เราเองก็เคยเป็นลูกน้องเค้ามาก่อน  เรารู้และเข้าใจดีว่าหัวอกลูกน้องเป็นยังไง  เราไม่เคยลืม”









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ