เข้าหาเจ้านายยังไง ไม่ให้ดูประจบ | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




เข้าหาเจ้านายยังไง ไม่ให้ดูประจบ

เข้าหาเจ้านายยังไง ไม่ให้ดูประจบ

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2014-08-14 14:07:53

บทความโดย คุณสุจินต์ จันทร์นวล 

“มันคล้ายๆกับจะหมายความว่า  จะบริหารคนจำนวนมากได้  ก็ต้องบริหารนายให้ได้ก่อนจริงมั้ย?”

            “จะพูดขนาดนั้นมันก็เกินจริงไปหน่อย  ใครจะไปบริหารคนที่ใหญ่กว่าอาวุโสกว่าได้  หากจะหมายความว่าหากจะบริหารคนจำนวนมาก  ให้ได้ผลดีตามที่ต้องการ  ก็จะต้องมีผู้ใหญ่หรือนายโดยตรงสนับสนุน  เป็นแบ็คให้  เพราะอำนาจการตัดสินใจอยู่ที่เขา  ความรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำอยู่ที่เขา  เราต้องอาศัยสิ่งที่เขามีในมือ  มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารของเรา

            แทนที่จะใช้คำว่าบริหารนาย  น่าจะใช้ว่า  รู้ทาง  อ่านใจ  อ่านความคิด  ทายใจนายถูกมากกว่า  จะได้สามารถทำงานไปในทิศทาง  แบบที่นายเขาต้องการ  เพราะขืนไม่รู้ใจเขา  ไม่เข้าใจเขา  ถ้าเป็นคนที่เชื่อมั่นตัวเองสูงเกินไป  ก็จะเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่  ทำอะไรก็จะทำแบบที่ตัวเองคิดว่าใช่  ว่าถูกต้อง  ซึ่งบางทีมันไม่ใช่  มันเดินผิดทาง  ทำให้นายต้องมาเบรค ดึงกลับ ซึ่งก็จะเท่ากับขัดกัน  เสียหน้า เสียความรู้สึก  เข้าใจกันไปผิดอีก 

ดังนั้น  ระหว่างเรากับนาย  ความเข้าอกเข้าใจ  และความไว้เนื้อเชื่อใจ  ที่นายจะมีให้เรา ต้องเกิดขึ้นก่อน  จะเกิดได้ก็ต่อเมื่อเราต้องแสดงความคิดความอ่าน  ให้นายได้รับรู้เสียก่อนว่าเรามีเหตุมี  ผลมีหลักการ  มีความจริงใจ  มีความเที่ยงธรรม  มีความรู้ความสามารถ  มีประสพการณ์  และมีฝีมือพอ

เราต้องพยายามเรียนรู้  หาข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขา  นิสัยใจคอ  แนวคิด  และอื่นๆแทบทุกด้าน  จะมากจะน้อยก็ไม่ว่ากัน  แต่อย่างน้อยๆ  มันต้องรู้ว่าเขาชอบอะไร  ไม่ชอบอะไร  สไตล์การทำงานเค้าเป็นอย่างไร  เอามาประมวลและวิเคราะห์  เพื่ออ่านนายให้ออกก่อน

วิธีการมันก็ใช้แค่คอมมอนเซนส์นั่นแหละ  อยากได้ลูกเสือก็ต้องเข้าถ้ำเสือ  คนโบราณเค้าพูดพังเพยนี้ไว้นานแล้ว  อยากรู้จักใครเรียนรู้ใคร  มันก็ต้องเข้าหาเขา  ไปใกล้ชิดเขา  ไปพูดคุย  ไปถามไถ่ มันถึงจะได้  อยากรู้จักนายก็ต้องเข้าหานาย  อยากรู้จักลูกน้องก็ต้องเข้าหาลูกน้อง  มันไม่เห็นจะซับซ้อนแค่ไหน

คนที่เป็นนายก็คิดแบบเดียวกัน  ไทม์มิ่งมันก็เป็นใจ พอดีกัน  เขาอยากเข้าหาเราเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเรา  ในขณะที่เราก็อยากเข้าหาเขา  เพื่อเรียนรู้เหมือนกัน  ก็เลยไม่รู้สึกว่าใครต้องเข้าหาใคร  เรื่องมันก็เลยง่ายและราบรื่น 

ยิ่งแนวคิดและสไตล์ไม่ต่างกันเท่าไหร่  ความเข้าใจที่มีให้กันมันก็เกิดขึ้นง่าย  เพราะได้พูดคุยปรึกษาหารือกันตลอดเวลา  เขาบริหารเราน่ะใช่  แต่เราไม่ได้บริหารเขาหรอก  เราแค่พอเดาใจเขาออกก็เท่านั้น

ที่ว่าสไตล์ไม่ต่างกันเท่าไหร่นั้น  มันมาจากเราชอบถามลูกน้อง  เวลามีปัญหาเรื่องงานเกิดขึ้น  ว่าเขาคิดว่าควรจะแก้ไขยังไง  เราอยากรู้มุมมองในด้านของเค้า  ซึ่งใกล้ชิดกับความเป็นจริงของปัญหามากกว่าเรา  ทั้งๆที่เราก็มีความคิดอยู่ในใจแล้ว  ว่าจะแก้อย่างไร  ที่อยากรู้อีกมุมมองก็เพื่อเอามาดูว่า  ที่เราคิดไว้นั้นมันยังขาดตกบกพร่อง ไม่สมบูรณ์ตรงไหนบ้าง

บางครั้งเราก็พบว่า  สิ่งที่เราคิดนั้น  เราลืมคำนึงถึงเรื่องนั้นเรื่องนี้  ลูกน้องแสดงความคิดเห็นออกมาเราจึงเห็น  ก็ได้เอามาแก้ไขปรับแนวเดิมที่คิดไว้เสียใหม่  ทำให้การแก้ปัญหานั้นทำได้ดี  ซึ่งเราก็พูดคุยกับลูกน้องแบบเปิดอก  ไม่มีการปิดบัง  ว่าเราจะเอาแนวของเค้าผสมกับของเรา  ขอบอกขอบใจเขาด้วย  ที่ช่วยคิด

นายเองก็มักจะชอบถามเราแบบเดียวกัน  เรื่องนั้นเรื่องนี้  คิดยังไง  คิดว่าจะแก้ยังไง  แล้วเราก็เริ่มแชร์ความคิดกัน  เราคิดว่าหยั่งงี้  โดยมีเหตุผลประกอบว่า  มันเป็นเพราะอย่างนั้น 

บ่อยครั้งที่เขาโต้แย้งขึ้นมา  เราก็ย้อนกลับว่า  เพราะเหตุผลอะไรล่ะ  จะแพ้ชนะกันก็อยู่ ที่ใครจนด้วยเหตุผล  และก็มีบ่อยเหมือนกัน  ที่เขาแกล้งแย้งขึ้นมาแบบกะยั่วโมโหเรา  เหมือนจะไล่เราให้จนมุม  ซึ่งตอนหลังเขาก็มาเฉลยว่า  เพื่อจะได้ทดสอบว่า  เราสุขุมและรอบคอบพอหรือไม่แค่ไหน

คือยิ่งคุยกันแบบนี้มากเท่าไหร่  ก็จะทำให้ต่างคนต่างรู้ใจกัน  ยิ่งเมื่อเขาแน่ใจในวิธีคิด ในแนวทางแก้ปัญหาของเรา  เขาก็จะยิ่งปล่อยให้เราแสดงเองอย่างอิสระ 

ทีนี้เมื่อเขาเข้าใจเรา ไว้วางใจเรา  เขาก็จะช่วยเป็นแบ็ค  คอยปกป้องและสนับสนุนเราเอง”

“การเข้าหานาย  ไม่กลัวคนเค้าว่าเชลียร์หรือ?”

“การเข้าหานายแบบเชลียร์น่ะ  มันอีกแบบ  คือเข้าไปเพื่อจะทำให้นายพอใจลูกเดียว  ด้วยคำพูดยกยอปอปั้น  ด้วยการเอาอกเอาใจ  คนที่เป็นนายนะเค้ารู้เค้ามองออก  แต่เข้าหาแบบเรามันไม่ใช่  จะเข้าหาก็เฉพาะมีเรื่องงานเท่านั้น  แบบขอความเห็นบ้าง  ให้อนุมัตเรื่องนั้นเรื่องนี้  ถามไถ่เรื่องนโยบายข้างบน  ไอ้เข้าไปแบบเจ๊าะแจ๊ะอย่างเดียวนะไม่มี

ไอ้เรื่องใครจะคิดว่าเชลียร์หรือไม่น่ะ ไม่สนหรอก เรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่  มีเหตุผลอย่างไร  ทำไปเพื่ออะไร  ทีเวลาเราเข้าหาลูกน้อง  ทำไมคนไม่คิดว่าเราเชลียร์ลูกน้องมั่งล่ะ” 

“ทีนี้ถ้านายไม่ใช่แบบนี้ สไตล์นี้  การจะบริหารคนเป็นร้อยให้ราบรื่น  แบบทำให้พวกเขายอมรับเรา  มันก็เป็นไปไม่ได้ใช่ไหม?”

“คือมันก็ไม่ใช่เสียทีเดียวนะ  มันทำได้แหละ  แต่อาจจะยากขึ้นและใช้เวลามากขึ้น  เพราะเวลาจะพูดจะจากับลูกน้อง  มันพูดไม่ได้เต็มปากอย่างที่ตั้งใจจะทำ  เนื่องจากยังไม่รู้ว่านายจะเอาด้วยหรือเปล่า  พูดไปแล้วทำไม่ได้ก็เสียที่เรา  มันทำให้เราต้องอยู่แค่ในกรอบเล็กๆ   และสถานะไม่ต่างไปจากเมสเซนเจอร์  เป็นแค่ตัวกลางถ่ายทอดระหว่างนายกับลูกน้องระดับล่างเท่านั้น

ซึ่งเมื่อใครก็ตามที่ไม่ได้มีอำนาจในการให้คุณหรือให้โทษในมือ  ก็เท่ากับไม่มีน้ำหนักในตัวเอง  ลูกน้องสักกี่คนจะเชื่อถือ  แบบนี้กว่าจะทำตัวให้ลูกน้องยอมรับได้  ก็คงต้องใช้เวลานานมาก  รวมทั้งต้องมีเหตุการณ์หรือเคสบางเคสเกิดขึ้น  ที่จะมาทำให้ลูกน้องได้รับรู้   เพื่อแสดงจุดยืนให้ลูกน้องเห็น  ว่าเขาสามารถเป็นที่พึ่งของลูกน้อง  หรือปกป้องลูกน้องได้อะไรทำนองนี้”

“แล้วใครจะไปรู้ได้ล่ะ  ว่านายจะเป็นแบบไหนสไตล์ไหน  จะไปกับเราได้ไหม?”

“จะให้แน่ใจถึงร้อยเปอร์เซนต์น่ะ  เป็นไปไม่ได้หรอก  เราต้องอ่านเอาเอง  ช่วงที่มีการพูดคุยสัมภาษณ์  ถ้าเราเองรู้จักที่จะถามเขาบ้าง  แทนที่จะคอยตอบคำถามเค้าอย่างเดียว  เขารู้เรา  แต่เราไม่รู้เขาเลย ได้ยังไง”

“จะไปถามอะไรเขาได้ล่ะ  มันไม่ผิดธรรมเนียมไปหน่อยหรือ?”

“คือถ้าเรามีความเชื่อมั่นในตัวเองพอ  ในตำแหน่งที่เขาอยากรับเราเข้าไปทำ  ว่าเราน่าจะทำได้  แต่ก็ต้องมีเงื่อนไขที่เหมาะสมด้วย  การถามของเรานอกจากไม่ผิดธรรมเนียมแล้ว  ยังเป็นแง่บวกกับตัวเรากลับมาด้วย  ว่าเราเป็นคนมีความรู้  เป็นคนที่คิดอะไรไกลๆ  รู้จักถามถามเป็นนั่นแหละ

อย่างเช่นคำถามที่ว่าระบบงานเป็นอย่างไร  ตำแหน่งหน้าที่ๆจะให้เราทำนั้น  มีขอบเขตและอำนาจการตัดสินใจ  แค่ไหนอย่างไร  เราต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง  เป้าหมายที่วางไว้สำหรับการทำงานของเราคืออะไร  ฯลฯ  ก็ด้วยคำถามทำนองนี้  มันจะผิดธรรมเนียมตรงไหนล่ะ

ในแต่ละคำตอบ  และคำอธิบายของเขา  มันก็พอจะสะท้อนอะไรออกมา  ให้เราอ่านได้บ้าง  เกี่ยวกับแนวคิดและสไตล์ของเขา  ว่ามันใกล้เคียงหรือไม่  แค่ไหนกับของเรา  มันเหมือนกับเวลาที่เขายิงคำถามใส่เรา  คำตอบของเรา  มันก็บ่งบอกถึงความคิดและอะไรลึกๆ  ในจิตใจเราให้เขาได้รับรู้เช่นกัน

ทุกอย่างที่เห็น  หากเป็นคนช่างสังเกตุ   มันก็ช่วยให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวนายเช่นกัน  คือดูตั้งแต่หน้าห้องทำงานของเขา  เข้าไปถึงในห้องหับที่ทำงานของเขา  ดูรสนิยมการตกแต่ง  ทั้งห้อง เฟอร์นิเจอร์  องค์ประกอบต่างๆ  ทั้งการแต่งตัวของเขา  การใช้ข้าวของของเขา  บุคคลิกท่าทาง  วิธีการพูดจา  ชั้นเชิงในการตั้งคำถาม  อะไรเล็กๆน้อยๆ   เราเก็บทุกเม็ด  แบบว่าเขาพยายามอ่านเรา  ในขณะเดียวกันเราก็พยายามอ่านเขาด้วย

คนส่วนใหญ่จะมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ไป  ความจริงแล้ว  สิ่งเล็กๆนี่ละ  บ่งบอกถึงสิ่งใหญ่ๆที่เรายังมองไม่เห็นอีกเยอะ  การจะอ่านคนให้ออกมากที่สุด  จะมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆนี่ไปไม่ได้เลย  ดีที่เราเป็นคนช่างสังเกตุมาแต่ไหนแต่ไร  จึงเอามาใช้เป็นประโยชน์ได้มากมาย”

“ไอ้ที่ว่าดูตั้งแต่นอกห้องเข้าไปจนถึงในห้องน่ะ  อยากรู้ว่าดูไปทำไม และมันบอกอะไรได้บ้าง?”

ที่จริงแล้วหาข้อมูล  และดูก่อนเข้าไปในบริษัทด้วยซ้ำ  ดูตัวอาคารบริษัท  ดูบริเวณโดยรอบ  มันสกปรกรกรุงรัง  หรือมันสวยงามเป็นระเบียบ  สะอาดสะอ้าน  ดูว่าที่จอดรถมีรถอะไร  จอดอยู่บ้าง  ของใคร  ตัวนายใหญ่ใช้รถอะไร   คนที่จะให้คำตอบเราได้ดีที่สุด  ก็คือพวกรปภ.นั่นแหละ  แกล้งคุยและถามไถ่หน่อยเดียวแบบเนียนๆเดี๋ยวก็รู้   แค่ยี่ห้อรถ  เราก็คาดคะเนได้ว่า  ระดับเงินเดือนของคนทำงานที่นี่เป็นยังไง

พอเข้าไปเจอประชาสัมพันธ์ก่อน  หรือเจอใคร  เค้ารู้เรื่องการนัดหมายนี้หรือไม่  ถ้าแค่บอกชื่อว่ามีนัดกับนายของพวกเค้า  ทุกอย่างก็เริ่มต้นแบบลื่นไหล  ให้นั่งพักคอยที่ไหน  มีการเสริฟเครื่องดื่มหรือเปล่า  เชิญเข้าพบตรงเวลานัด  หรือนั่งคอยกันเป็นชั่วโมง 

ถ้าที่นั่งคอย สามารถมองการทำงานในสำนักงานก็ยิ่งดีใหญ่  สังเหตุบรรยากาศของคนที่ทำงาน  ว่าเป็นยังไง  ทำกันแบบเคร่งเครียด  ทุกคนดูซีเรียสไปหมด  หรือบรรยากาศสบายๆ  ดูคนทำงานมีอารมณ์ดี  มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ฯลฯ อะไรเล็กๆน้อยเหล่านี้  มันก็บ่งบอกถึงความเป็นไปภายใน ว่าเป็นยังไง  มันสะท้อนไปถึงผู้บริหารระดับสูง ในสไตล์การบริหาร

“ตกลงจะไปให้เขาสัมภาษณ์  เพื่อดูว่าเขาจะรับเรามั้ย  หรือไปเลือกเขา  ว่าเราจะยอมรับ ให้เขาเป็นนายเราได้หรือเปล่ากันแน่?  









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ