บริหารคน..ใครว่ายาก ตอนที่5 | iTopPlus's Blog
02-029-1200
รวมเทคนิคลับ ฉบับออนไลน์ วิธีการทำการตลาดออนไลน์ เริ่มต้นทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ด้วย เทคนิคต่างๆ ความรู้เบื้องต้น ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำโฆษณาให้ธุรกิจคุณ บน Google.com




บริหารคน..ใครว่ายาก ตอนที่5

บริหารคน..ใครว่ายาก ตอนที่5

Categories : บทความธุรกิจ
Date : 2014-06-26 15:12:29

บทความโดย สุจินต์ จันทร์นวล

“ที่เล่ามามันผสมตรงไหน  แล้ววิชามารนี่  มันสไตล์ฝรั่งหรือไทยล่ะ  แล้วทำไมพวกในระดับเดียวกันเค้าไม่ชอบเราล่ะ?

“แนวของฝรั่ง  คือเอางานที่ยากๆมาย่อยทำให้มันง่าย  จากนั้นก็วางระบบและขั้นตอน  ให้เกิดการทำงานเป็นทีม   ในขณะที่ของไทยชอบทำเรื่องง่ายเป็นเรื่องยาก  และทำอะไรเป็นทีมเมื่อไหร  พัง  ชอบโชว์เดี่ยว 

แต่ที่เอาวิธีฝรั่งมาดัดแปลงและใช้กับวิถีไทยได้  ก็เพราะสามารถจี้จุด  อุปนิสัยใจคอของคนไทย  ที่ไม่ชอบให้ใครดูถูก  แม้เหตุการณ์ปกติมักจะทะเลาะกันเอง  แต่ถึงเวลาคับขัน  ก็จะหันหน้ามาร่วมมือกัน

ลูกน้องไทย  ก็ต้องใช้ความเป็นคนไทยด้วยกัน  บริหารปกครองพวกเขา  เอาของฝรั่งมาใช้ไม่ได้  ของเราแยกไม่ออก  ระหว่างความรู้สึกส่วนตัวกับเรื่องงาน  แค่ความเห็นไม่ตรงกัน  ก็เกิดความรู้สึกหยั่งงั้นหยั่งงี้ต่อกันแล้ว  มันต้องระมัดระวังเรื่องคำพูด  เรื่องการแสดงออก  เรื่องจิตใจ  เรื่องความรู้สึก  มันละเอียดอ่อน  คนที่ต้องบริหารคนไทยด้วยกัน  จะรู้ดี

แนวคิดของฝรั่งที่ดีๆ  ในเรื่องวิธีการทำงานให้เกิดประสิทธิภาพ  มีเยอะ  จากที่เห็นมา  จากที่ทำงานกับฝรั่งมา  และเรียนมา  แต่มันใช่จะเอามาใช้ได้ง่ายๆ  ต้องดัดแปลงและแต่งเติมเสียใหม่  ให้เข้ากับพวกที่มีอำนาจระดับเจ้าของบริษัท  โดยเฉพาะเรื่องขอบเขตของอำนาจการตัดสินใจ  การอนุมัตในกรณีต่างๆ 

ตัวอย่างเช่นเรื่องออแกไนซ์เซชั่นชารท์  หรือโครงสร้างการบริหาร  การกระจายอำนาจและความรับผิดชอบออกเป็นลำดับขั้น  เอามาใช้กับบริษัทนี้ไม่ได้  เพราะผู้บริหารระดับสูงไม่มีการวางให้เห็น  จากลักษณะในการบริหารที่แท้จริง  ตัวเถ้าแก่ก็คือเจ้านายคนเดียว  คนที่ทำงานระดับหัวหน้าทั้งหมดรายงานโดยตรงกับเถ้าแก่  และคำสั่งทั้งหมดจะมาจากเถ้าแก่  เถ้าแก่จะสั่งงานใครให้ทำอะไรก็ได้

เท่ากับหากจะเขียนโครงสร้างการบริหารของที่นี่ออกมา  ก็สามารถใช้กระดาษทิสชูแบบม้วนเขียนได้  เพราะจากเถ้าแก่  ก็ลงมาเป็นแถวเดียว  ยาวเหยียดในระดับเดียวกันหมด  แม้จะมีตำแหน่งที่สูงต่ำกว่ากันก็ตาม  อย่างหัวหน้าชาวต่างชาติคนนั้น  จะทำอะไรก็มักจะต้องถามเถ้าแก่ก่อน  เนื่องจากเวลาถามแกทีไร  ทำนองว่าไอ้นั่นน่าจะทำหยั่งงี้ได้มั้ย  ก็มักจะบอกว่าเดี๋ยวต้องถามเถ้าแก่ก่อน

มีหลานเถ้าแก่คนหนึ่ง  ทำหน้าที่คุมเงิน  ทุกคนเรียกว่าเจ้  ตามจริงก็เท่ากับแคชเชียร์หรือแอดมินคนหนึ่ง  แต่บทบาทกลายเป็นคนที่คนอื่นต้องกลัวเกรงที่สุด  แม้แต่หัวหน้าใหญ่ชาวต่างชาติ  ที่มีตำแหน่งเหมือนผู้จัดการ  ก็ดูเหมือนจะเล็กกว่าอาเจ้คนนี้  เนื่องจากเจ้สามารถคุยกับเถ้าแก่ได้ตลอดเวลา  เป็นคนรายงานทุกเรื่องจากไซด์งานไปที่สำนักงานใหญ่  มีอำนาจที่จะจ่ายหรือไม่จ่ายเงินที่จะต้องใช้ ในเรื่องงานหรืออื่นๆได้  เถ้าแก่เชื่อคนนี้มากที่สุด  ใครที่จะทำงานได้สดวกสะบายใจ  ก็ต้องเข้าหาเจ้  เคลียร์เจ้ไว้ทุกอย่างก็จะผ่านตลอด

เรื่องนี้แม้จะขัดใจเราอย่างมาก  รับไม่ได้จริงๆกับระบบบริหารแบบนี้  ขนาดบริษัทเก่าเล็กกว่าเยอะ  ยังมีโครงสร้าง  สายการบริหารที่ชัดเจนกว่า  เป็นระบบที่สากลกว่า  ทุกตำแหน่งหน้าที่มีจ็อบเดสคริปชั่นระบุไว้หมด  ว่าต้องทำอะไร  อย่างไร  ขึ้นกับใคร  แต่ที่นี่ไม่ใช่และไม่มี  ต้องรู้จักที่จะปรับตัวให้เข้ากับสไตล์ของเถ้าแก่ซิสเต็มเอง  แต่ในเมื่อมันเป็นแบบฉบับของเขา  เราก็ไปเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

ก็มานั่งคิดเหมือนกันว่า  ระบบนี้มันไม่ใช่จะไม่ดี  มันคงไม่ผิดหรอก  ถ้าไม่เช่นนั้น กิจการและธุรกิจของเขา  คงไม่เจริญก้าวหน้ามาได้ถึงจุดนี้  แปลว่าคนที่ทำงานที่นี่คงรับได้กับระบบนี้  และตัวเถ้าแก่เอง  ก็ต้องเก่งมาก  เพราะเรื่องราวและอำนาจไปรวมศูนย์อยู่ที่แกคนเดียว  แกบริหารจัดการทั้งหมดนี้ได้อย่างไร  มีตั้งกี่โรงงาน  ทั้งในกรุงเทพฯทั้งต่างจังหวัด  ครอบคลุมหมดทุกแขนง  แม้แต่เรื่องการขายการตลาด  แปลว่าต้องมีความสามารถมากๆ

เราต่างหากที่คุ้นเคยอยู่เพียงแนวเดียว  คือของฝรั่ง  ณ.จุดที่เกิดความขัดแย้งและสับสนทางใจนี้  บอกกับตัวเองว่า  ไม่มีทางที่จะเอาแบบอย่างของฝรั่งมาใช้ที่นี่  และแบบที่นี่ก็เอาไปใช้ที่อื่นไม่ได้  มันเป็นลักษณะเฉพาะตัวของใครของมัน  ขึ้นอยู่กับผู้บริหารสูงสุด  ดังนั้นคำตอบสำหรับคนที่ทำงานรับจ้างเขาแบบเรา  ก็คือต้องปรับตัวให้เข้ากับแต่ละสถานที่ให้ได้เท่านั้นเอง

ที่นี่เราจึงต้องทำใจมากเหลือหลาย  ในการที่ต้องยอมรับปรับตัวเองให้เข้ากับสไตล์ของเค้า  ทำงานแค่ไม่กี่เดือนก็แทบจะถอดใจแล้ว  เพียงแต่ว่างานมันท้าทาย  ได้เอาวิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมาออกมาใช้ได้  อยากพิสูจน์ตัวเอง  อยากเห็นผลสำเร็จในสิ่งที่ทำ  ก็เลยอดทนฮึดสู้  บอกกับตัวเองไว้แล้วว่า  งานสำเร็จเมื่อไหร่  ก็คงลาออกไปหางานใหม่

พอกันทีกับการทำงานไปต้องระวังหลังไป  เพราะความอิจฉาริษยา  อิจฉาที่เราเป็นที่ยอมรับและชื่นชอบของพนักงานส่วนใหญ่  ดังนั้นจึงมีการจ้องคอยที่ดิสเครดิตเราตลอด  ทำงานไปก็ต้องคอยระวังวิชามารที่มีมาอยู่เรื่อยเป็นฉากๆ 

เดี๋ยวก็มีเรื่องแบบดรอว์อิ้งของชิ้นส่วนอุปกรณ์  ซึ่งจะต้องทำขึ้นในเวิร์คช๊อป  ที่เมืองนอกส่งมาพร้อมกับเครื่องจักรหาย  ทั้งๆทีเคยเห็นมาก่อนว่ามันมีอยู่  ทำให้ต้องเขียนแบบมันออกมาเอง  เอาแบบมาสร้างเอง  พอทำสำเร็จใช้การได้  แบบที่หายก็กลับมา อะไรทำนองนี้

มันทำให้เราได้เรียนรู้ว่า  ในสังคมการทำงานของคนไทย  เรื่องพรรคเรื่องพวก  เรื่องญาติพี่น้อง  ก็มีอิทธิพลต่อความเป็นอยู่ในสังคมการทำงาน  ที่เราไม่เป็นที่ยอมรับของพวกเขา  ก็เพราะเรามาแบบตัวเดียวอันเดียว  มาจากไหนก็ไม่รู้  รู้แต่จบมาจากเมืองนอก  ไม่ได้จบจากสถาบันในนี้เหมือนพวกเขา ทำตัวก็เหมือนเข้าพวกกับฝ่ายคนงาน  ไม่เหมือนพวกเขา  ซึ่งแสดงออกเต็มที่ว่าเป็นฝ่ายเถ้าแก่

การที่เราถูกผลักไสออกจากพวกเขา  มันก็กลายเป็นเรื่องดีกับเรา  เราได้แสดงตัวเต็มที่กับลูกน้อง  ว่าเราอยู่ตรงกลาง  เรามีหน้าที่ทำให้กับทั้งสองฝ่าย  นายจ้างควรได้รับผลงานจากพวกเรา  และพวกเราควรจะได้ในสิ่งที่พวกเราควรได้  ซึ่งก่อนหน้าที่เราจะเข้าไปนั้น  ไม่มีใครเคยเหลียวแล  อย่างเช่นความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน  ในการทำงานลักษณะนี้ตามกฏหมาย  ที่พวกเขาควรจะได้รับ  เราก็ไปไฟท์เพื่อให้พวกเขาได้รับ  เช่นหมวก รองเท้า  หรือแม้แต่ส้วม

เหนือเราขึ้นไปไม่มีระบบก็ช่างเขา  แต่ระดับลงไปจากเรา  เราก็สร้างระบบมันขึ้นเอง  เขียนออแกไนซ์มันขึ้นเอง  สายการบังคับบัญชาเป็นยังไงเอาให้เห็นกันชัดๆ”

“เพราะมีคำตอบให้ตัวเองแล้วว่า  เมื่องานสำเร็จก็จะไม่อยู่ใช่มั้ย  จึงได้กล้าทำอะไรแปลกแยกจากคนอื่น  เหมือนกับการท้าทายอำนาจเถ้าแก่?”

“ไม่ใช่หรอก  ตอนนั้นมันคิดอยู่อย่างเดียวว่า  จะทำงานให้สำเร็จให้ได้  ดังนั้นอะไรที่จะทำให้งานสำเร็จได้ก็จะทำ  ช่างหรือลูกน้องที่มีในมือนี่เท่านั้น  ที่จะทำให้เราได้  ถ้าเราเอาพวกเขาอยู่  เขาก็จะช่วยให้เราทำสำเร็จ  แปลว่าหากจะต้องทำอะไรที่ขัดใจใคร  เราก็ต้องทำ  สู้ก็ต้องสู้  บนพื้นฐานของเหตุผลและความถูกต้อง  เราไม่ได้พยายามให้อะไรลูกน้อง  เกินไปกว่าสิ่งที่พวกเขาควรจะได้ตามกฏหมายแรงงาน  เขาไม่ได้เพราะไม่มีใครทำให้เขา 

ไม่มีใครอยากให้เจ้  หรือเถ้าแก่บ่นว่าเปลือง ไม่จำเป็น  เราไม่สน  แถมยังขู่อีกว่าถ้าไม่จัดให้พวกเขา  เกิดมีคนหัวหมอไปฟ้องกรมแรงงาน  เราจะเสียมากกว่าการให้เขาตอนนี้อีก  เพราะเราทำผิดกฏหมายอยู่นะ  เล่นลูกนี้  ก็ต้องยอมตามที่เราเสนอ  พอใจหรือไม่พอใจเราไม่สน  บอกกับตัวเองว่าเราสร้างความยุติธรรมขึ้น  มันผิดตรงไหนว้ะ  ไม่ผิดก็จะไปกลัวอะไร”

“แล้วเป็นไงในที่สุด  งานเสร็จตามกำหนดไหม?”

“งานเสร็จก่อนกำหนดเสียอีก  ด้วยวิธีจัดการแบบนี้  งานในเวิร์คช๊อปก็เดินไปได้เอง  ทำให้เราไปทุ่มเวลากับการติดตั้งเครื่องจักรบนอาคารโรงงานได้เต็มที่  ตรงนี้ก็ได้เอาวิธีการของฝรั่งมาใช้อย่างได้ผล  ด้วยเครื่องมือทุ่นแรง  และการพลิกแพลงบางขั้นตอน  ที่ช่างไทยเคยทำกันต่อๆมา

มีการทดลองเดินเครื่อง  และมีการตรวจเช็คจากบริษัทฝรั่งเจ้าของเครื่องจักร์  ว่าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์  มีการตรวจและส่งมอบงานกันเป็นที่เรียบร้อย  งานเราก็เป็นอันเสร็จสิ้น  แต่การต่อสู้ยังไม่ยุติ”

“ต้องต่อสู้อะไรกับใครอีกล่ะ?”

“ก็สู้กับเถ้าแก่นะซี  ในการขอให้จ่ายรางวัลให้พนักงานตามที่สัญญาไว้  เพราะได้ข่าวมาว่าเมื่องานเสร็จ  ก็จะมีการเปิดโรงงานอย่างเป็นทางการ  แต่ก่อนถึงกำหนดนั้น  จะมีการแต่งตั้งคนรับผิดชอบระดับบริหารขึ้น  ในฝ่ายและแผนกต่างๆ  พนักงานด้านช่างทั้งหมดจะเลิกจ้าง  เพราะไม่มีความจำเป็นอีกแล้ว  ไม่มีข่าวเรื่องรางวัลเลย  ดังนั้นก่อนจะเลิกจ้าง  พวกเขาก็ควรได้รางวัลตามสัญญาก่อน

ก็มีการไถ่ถามหาข่าวกันวุ่นวาย  ไม่รู้ใครดันปากหมาไปพูดกับพนักงานว่า  เขาไม่ให้หรอก  ไม่มีการชดเชยอะไรด้วย  พนักงานก็เลยก่อการสไตร์ค  เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่  ตอนนั้นเราก็วางเฉย  ไม่ห้ามพนักงาน  เพราะรู้ว่าบริษัททำไม่ถูกถ้าเป็นไปตามข่าวลือ 

จนกระทั่งเหตุการบานปลายหวิดจะเป็นเรื่องรุนแรง  เพราะอาเสี่ยลูกเถ้าแก่ กะเอาพวกมาลุยกับพนักงาน  เถ้าแก่จึงโทรมาหาบอกให้เราช่วยเจรจากับคนงานให้  เราจึงบอกคนงานหรือลูกน้องเราให้กลับเข้าทำงานตามปกติ  เดี๋ยวเราจะเจรจากับบริษัทให้ตามข้อเรียกร้องเอง  เชื่อเราไหม  ถ้าเชื่อขอให้สลายการชุมนุม  พวกเขาก็สลายตัวกลับเข้าทำงาน

เราก็เจรจากับเถ้าแก่  เถ้าแก่ก็ยอมตามที่ตกลง  คือจ่ายรางวัลให้พนักงานเป็นพิเศษตามสัญญาและมีการชดเชยให้ลูกจ้างในการเลิกจ้าง  ตามกฏหมาย  เราก็เขียนบันทึกข้อตกลง  ให้เถ้าแก่เซนต์ และบอกให้ลูกน้องได้รับรู้  จากนั้นเราก็ลาออก”

“เถ้าแก่ไม่พูดอะไรเหรอ  หรือว่าดีใจ  ที่ตัวยุ่งนี่ไปพ้นๆสักที?”

“เอ้ย  เถ้าแก่เขาอยากให้เราอยู่ทำงานกับเค้านะ  โดยเสนอตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลให้เรา เพราะเห็นว่าเราเล่นกับคนได้ดี  แต่เราไม่รับ  โดยให้เหตุผลว่า  เราปรับตัวเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรของที่นี่ไม่ได้  อยู่กันไปก็มีปัญหากันเปล่าๆ  เราขอลาออกดีกว่า”   









ปรึกษาฟรี
ลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษตอนนี้!
รับทำเว็บไซต์, Google AdWords









สนใจทำการตลาดออนไลน์
ปรึกษาทีมงาน
รับทำเว็บไซต์, โฆษณา Google

สนใจบริการ